xs
xsm
sm
md
lg

ภาคประชาชน จี้รัฐบาลยุติแก้กฎหมายสุขภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาคประชาชน จี้รัฐบาลยุติแก้ กม.สุขภาพ ทั้ง ซูเปอร์บอร์ดสุขภาพ บัตรทอง และ สสส. ให้รอหลังมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ย้ำ ต้องมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ยันต้องไม่ถอยหลังเข้าคลอง ไม่ร่วมจ่าย

วันนี้ (18 พ.ย.) ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวในงานเสวนา “3 กฎหมายสุขภาพ...ก้าวหน้าหรือล้าหลัง” (พ.ร.บ.ซูเปอร์บอร์ด, พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช., พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.) ว่า กฎหมายหลักประกันฯ เป็นกฎหมายที่ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ตั้งแต่มี คสช.โดยเฉพาะช่วงหลังการเปลี่ยนตัวรมว.สาธารณสุขทำให้กฎหมายที่จะทำสู่การลดความเหลื่อมล้ำ ไม่ถูกหยิบยกขึ้นมา ส่วน เรื่องกฎหมายซูเปอร์บอร์ดหรือ ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ... ซึ่งเคยมีการหารือท้วงติงกันไปก่อนแล้วว่า ไม่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ถ้าออกมาจะเป็นเหตุแห่งหายนะของระบบสุขภาพ แล้วยิ่งมีแนวคิดว่าระบบสุขภาพจะยั่งยืนได้ประชาชนต้องร่วมจ่ายด้วยกี่เปอร์เซ็นต์ๆ นั้น จุดนี้จะทำให้เกิดระบบสงเคราะห์เฉพาะกลุ่ม อย่างคนที่ลงทะเบียนผู้ยากไร้ 11 ล้านคน ถามว่าแล้วคนชั้นกลางทุกวันนี้มีเงินเก็บหรือไม่ แค่ต้องรักษาโรคยากเพียง 1 โรค ก็ทำให้เกิดการล้มละลายแบบเฉียบพลัน ทั้งๆ ที่ตลอด 10 ปีที่มีระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาตอบโจทย์การช่วยเหลือประชาชนให้ไม่ต้องล้มละลายจากการรักษาโรค ถ้าแก้แล้วแย่ ถอยหลังลงคลองอย่าทำ

“โดยเฉพาะมาตรา 3 กฎหมายซูเปอร์บอร์ด บอกว่า ถ้ากฎหมายตัวเดิมขัดแย้งกับกฎหมายซูเปอร์บอร์ด ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องจับตา และสิ่งที่เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างชัดเจนที่ต้องพูดคืออย่าเลื่อนเลือกตั้ง การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้น แล้วช่วงนี้รัฐบาลต้องอย่าแก้กฎหมายสุขภาพใดๆ ในช่วงนี้ รอให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ภายใต้บรรยากาศของประชาธิปไตย ให้ภาคประชาชนได้เรียกร้อง หรือเสนอแนะเรื่องการแก้ไขเหล่านี้กับรัฐบาลใหม่ ว่ากฎหมายเกี่ยวกับสุขภาพต้องเป็นอย่างไร เดินหน้าอย่างไร ภาคประชาชนจะมีส่วนร่วมได้อย่างไร หรือจะเดินสายสอบถามบรรดาพรรคการเมืองที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ขณะนี้ด้วยเกี่ยวกับนโยบายสุขภาพ นี่คือ กลไกการมีส่วนร่วมที่ทำในบรรยากาศสังคมประชาธิปไตย” นายนิมิตร์ กล่าว

นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และ อดีต รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยหากมีแนวคิดเรื่องการเก็บเงินผู้ป่วยหน้างาน แต่ถ้าบอกว่าเงินในระบบสุขภาพไม่เพียงพอ สิ่งที่จะทำคือการเก็บเงินเข้าคลังตั้งแต่แรก ส่วนตัวมองว่าหากเป็นการเก็บจากคนรวย 1-10 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ เป็นไปได้หรือไม่ ถ้าลองคำนวณดูก็ได้เงินเข้ากองทุนมากพอสมควร ที่สำคัญอย่ามัวแต่คิดเรื่องแก้กฎหมาย ควรมองเรืองของการบริหารจัดการที่มีปรสิทธิภาพ สร้างความรู้ความเข้าใจ มากกว่า

ด้าน นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผอ.มูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า เรื่องนี้ภาคประชาชนจะมีการจับตาอย่างใกล้ชิดไม่ให้มีการลักไก่ เพราะการแก้กฎหมายสุขภาพ 3 ฉบับนี้ ท้ายที่สุดจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหลักการ การรวมศูนย์บริหารงานโดยภาครัฐ ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่ค่อนข้างน้อยลงอย่างมาก อย่างกฎหมายซูเปอร์บอร์ด สัดส่วนภาคเอกชนกลับเพิ่มมากขึ้นร่วมกับภาครัฐ รวมๆ แล้วกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการแต่งตั้งเอกชนเข้ามานั้นยังพบด้วยว่าเป็นกลุ่มทุนที่มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเสวนายังมีภาคประชาชนนัดหมายรวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 19 พ.ย. นี้ เพื่อคัดค้านการกฎหมายสุขภาพ 3 ฉบับดังกล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...