xs
xsm
sm
md
lg

ผู้สูงวัยสมองเสื่อมถึง 8 แสนคน กว่า 90% เกิดปัญหาทางจิตร่วม แนะ 8 วิธีดูแล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


กรมสุขภาพจิต เผย “ผู้สูงวัย” สมองเสื่อมถึง 8 แสนกว่าคน พบได้ในคนแก่ทุก 8 ใน 100 คน ห่วงเกิดปัญหาพฤติกรรมและจิตใจผิดปกติสูงถึงร้อยละ 90 พบบ่อย 9 อาการ ทั้งเฉยเมย ซึมเศร้า ก้าวร้าว กินนอนผิดปกติ แนะผู้ดูแลยึด 8 วิธีดูแล พร้อมทำสร้อยคอมีป้ายบอกเป็นผู้สูงอายุมีปัญหาด้านความจำ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมของผู้สูงวัย สถิติของกระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2559 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9.9 ล้านกว่าคน คิดเป็นร้อยละ 15 ของประชากรทั้งประเทศที่มี 65.9 ล้านคน ปัญหาที่ตามมาและมักพบในสังคมผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ คือ ภาวะสมองเสื่อม (dementia) โดยผู้ป่วยจะมีการเสื่อมถอยความสามารถของสมองในหลายๆ ด้าน เช่น สูญเสียความจำ สมาธิ ความสามารถทางสติปัญญาลดลง คิดและจำเรื่องที่เป็นปัจจุบันไม่ได้ มีอาการหลงลืม ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการหลงลืมนั้นสามารถเกิดขึ้นในคนทั่วไปที่มีความเครียดวิตกกังวลหรือเร่งรีบได้ เรียกว่า สมองเสื่อมเทียม อาการจะเกิดขึ้นชั่วคราวแล้วจะค่อยๆ นึกได้ในภายหลัง แต่ในผู้ที่สมองเสื่อมจะจำไม่ได้เลย ผลสำรวจของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขโดยการตรวจร่างกายครั้งล่าสุดในปี 2557 พบผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีภาวะสมองเสื่อมร้อยละ 8.1 คาดว่า ขณะนี้มีประมาณ 8 แสนกว่าคนทั่วประเทศ พบในผู้หญิงมากว่าชาย อายุยิ่งมากยิ่งพบมาก

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า ปัญหาที่พบบ่อยในผู้ป่วยสมองเสื่อมนอกจากเป็นเรื่องของความจำแล้ว ยังพบว่าร้อยละ 90 หรือประมาณ 7 แสนกว่าคนมีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจร่วมด้วย จึงเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงขณะที่ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงวัย หากไม่มีการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆที่ยังไม่เข้าสู่วัยสูงอายุ คาดว่า จำนวนผู้ป่วยโรคนี้อาจเพิ่มขึ้นนับล้านคน และมีปัญหาพฤติกรรมและจิตใจเพิ่มขึ้นนับแสนคน เป็นเรื่องที่บั่นทอนสุขภาพจิตและเป็นภาระให้แก่ผู้ดูแลและครอบครัวเป็นอันมาก ประการสำคัญหากผู้ดูแลขาดความรู้ความเข้าใจในอาการผู้ป่วย ผู้ป่วยบางคนอาจถูกทารุณกรรมหรือถูกทอดทิ้งได้ ได้มอบหมายให้โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ ซึ่งเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเรื่องโรคจิตเวชในผู้สูงอายุของกรมสุขภาพจิต เร่งให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนโดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุมีภาวะสมองเสื่อมในขณะนี้

นพ.จุมภฎ พรมสีดา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ต่อปีมีผู้ป่วยสมองเสื่อมเข้ารักษาที่โรงพยาบาลประมาณ 500 คน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยพบว่าเกือบทุกคนจะมีอาการผิดปกติทางพฤติกรรมและจิตใจอย่างน้อย 1 อาการร่วมด้วย ที่พบบ่อย 9 อาการได้แก่ 1. เฉยเมยไม่สนใจสิ่งรอบตัว พบได้ร้อยละ 70 2. ภาวะซึมเศร้าพบได้ร้อยละ 40-50 3. ปัญหาด้านการกินร้อยละ 40 - 50 4. ปัญหาด้านการนอนร้อยละ 30 - 50 5. อารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายร้อยละ 40 6. อาการหลงผิด ร้อยละ 30 - 40 7. ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจพฤติกรรมได้ ร้อยละ 30 - 40 8. มีพฤติกรรมแปลกๆ ทำอะไรซ้ำๆ เช่น ผุดลุกผุดนั่ง สะสมของในบ้าน พบร้อยละ 30 - 40 และ 9. หูแว่ว ประสาทหลอน เช่น เห็นผี พบได้ร้อยละ 20 - 30 หากประชาชนพบผู้ป่วยสมองเสื่อมในบ้านมีอาการที่กล่าวมา ควรพาไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทร.ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.จุมภฎ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่ต้องดูแลผู้สูงวัยที่มีภาวะสมองเสื่อม ขอแนะนำให้ปฏิบัติดังนี้ 1. ควรทำความเข้าใจกับภาวะสมองเสื่อมให้ดี เพื่อที่จะสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม 2. แก้ไขอาการและพฤติกรรมที่เป็นปัญหามากที่สุดก่อน เนื่องจากการแก้ปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน อาจทำได้ยาก 3. พยายามทำจิตใจให้สดใส และพักผ่อนให้เพียงพอ 4. อย่ายึดติดกับความถูกต้องทั้งหมด ควรยืดหยุ่น เช่น ถ้าผู้สูงอายุต้องการจะสวมหมวกเวลานอน ก็ไม่ควรห้าม เนื่องจากไม่ได้เป็นสิ่งที่อันตราย 5. พยายามจัดรูปแบบการดูแลที่สม่ำเสมอ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อให้ผู้สูงวัยเรียนรู้ทีละเล็กทีละน้อย 6. พยายามพูดสื่อสารกับผู้สูงวัยเป็นประจำ อธิบายสั้นๆ ว่า กำลังทำอะไรทีละขั้นตอน 7. มีรูปของผู้ป่วยที่ถ่ายไว้ล่าสุดเพื่อใช้ตามกรณีผู้ป่วยสูญหาย ควรจัดทำสร้อยคอที่มีป้ายถาวรบอกว่าเป็นผู้สูงวัย มีปัญหาด้านความจำ และระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ 8. พยายามให้ผู้สูงวัยได้ทำกิจกรรมต่างๆ บ้าง เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และ ให้รู้สึกว่าชีวิตยังมีความหมายและมีส่วนร่วมในครอบครัว

“สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุสมองเสื่อมเกิดปัญหาพฤติกรรมและจิตใจ อาจเกิดมาจากการมีพยาธิสภาพบางอย่างเกิดในสมองผู้ป่วย การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท หรือเกิดจากการที่ผู้ป่วยไม่สามารถสื่อสารถึงสิ่งที่ตนต้องการได้ เช่น หิว เจ็บปวด กลัว เครียด เป็นต้น รวมทั้งอาจเกิดมาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น สภาพอากาศร้อน เสียงดัง ผู้คนพลุกพล่านรบกวน แสงสว่างไม่พอ เป็นต้น” นพ.จุมภฎ กล่าว