กรมการจัดหางาน ชี้ เปลี่ยนวิธีจ้าง “แรงงานประมง” เป็นเงินเดือนขั้นต่ำ 12,000 บาท เฉลี่ยได้ค่าแรง 400 บาทต่อวัน สูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท เชื่อดึงดูดคนไทยกลับมาทำงานภาคประมงได้ เหตุค่าจ้างสูงกว่างานบนบก เผย ต่ออายุแรงงานประมงบัตรชมพูยังเหลืออีกกว่า 70,000 ราย
วันนี้ (8 พ.ย.) นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการเตรียมปรับเปลี่ยนวิธีจ้างแรงงานประมงเป็นแบบเงินเดือนขั้นต่ำ 12,000 บาท และจ่ายผ่านทางธนาคาร เพื่อดึงดูดให้คนไทยหันกลับมาทำงานประมง ว่า งานภาคประมงเป็นงานที่ลำบากกว่างานบนบก ดังนั้น เมื่อค่าจ้างต่ำกว่าค่าจ้างบนบก คนจึงไม่นิยมทำกัน ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เฉพาะคนไทยเท่านั้น แม้แต่คนต่างด้าวก็จะเลือกไปทำงานบนบก เพราะงานสบายกว่า ค่าจ้างสูงกว่า จึงเป็นที่มาของการจ้างงานแบบเงินเดือนขั้นต่ำ 12,000 บาท ซึ่งหากเฉลี่ย 30 วัน ก็ตกวันละ 400 บาท ซึ่งสูงกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคือ วันละ 300 บาท จึงถือว่าเป็นอัตราค่าจ้างที่สูง จึงน่าจะสามารถดึงดูดให้คนหันมาสนใจแรงงานภาคประมงได้มากขึ้น ที่สำคัญคือ จ่ายแบบเงินเดือนผ่านทางธนาคาร เพราะลูกจ้างกลับขึ้นบกก็สามารถกดเอทีเอ็มเพื่อรับเงินได้เลย
“สมัยอดีตคนอีสานเข้ามาทำงานภาคประมงกันมาก เนื่องจากค่าจ้างสูงกว่าการทำงานบนบก เช่น ลงเรือ ค่าจ้างอยู่ประมาณ 300 บาท ส่วนบนบกประมาณ 150 บาท แต่งานบนบกมีการพัฒนามากขึ้น เป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น ค่าแรงก็เพิ่มขึ้น จนมาทัดเทียมกันกับแรงงานภาคประมง ดังนั้น เป็นเรื่องปกติที่คนจะเลือกทำงานที่สบายกว่าและค่าตอบแทนพอๆ กัน ขณะที่การจ้างงานประมงไม่มีการเพิ่มเลย จึงต้องมีการพัฒนาการจ้างงานประมงให้สูงกว่าการทำงานบนบก จึงจะดึงดูดคนมาทำงานได้” นายอนุรักษ์ กล่าวและว่า แนวคิดนี้ก็ริเริ่มมาจากนายกสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปรับเปลี่ยนวิธีการจ้างงานใหม่ และมีการเจรจากับทางกรพม่าในการส่งแรงงานมาทำงานภาคประมงแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งกลางเดือน พ.ย. นี้ อธิบดีกรมแรงงานพม่า ก็จะเข้ามาหารือกับตนด้วย
นายภัทรวุธ เภอแสละ ผู้อำนวยการสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กล่าวว่า สำหรับการต่ออายุแรงงานต่างด้าวภาคประมงกลุ่มบัตรสีชมพู ขณะนี้ดำเนินการไปได้ประมาณ 20,000 กว่าคน จากทั้งหมด 90,000 กว่าคน โดยแรงงานกลุ่มดังกล่าวมี 2 รุ่น คือ รุ่นที่บัตรสีชมพูหมดอายุใน ธ.ค. นี้ ซึ่งหากต่ออายุใบอนุญาตทำงานไม่ทันก็ต้องนำเข้าด้วยระบบเอ็มโอยู ส่วนอีกกลุ่มคือบัตรหมดอายุ มี.ค. 2561 ก็ยังมีเวลาดำเนินการ โดยแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้ไปต่ออายุส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มหมดอายุ มี.ค. 2561 ซึ่งจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ดำเนินการ สำหรับการพิสูจน์สัญชาติและทำใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ผ่านการจับคู่กับนายจ้างแล้วนั้น ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ พบว่า ในส่วนของแรงงานพม่าขณะนี้ดำเนินการไปได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ส่วนแรงงานลาวนั้นต้องกลับไปดำเนินการที่ประเทศต้นทางและกลับมาด้วยระบบเอ็มโอยู ส่วนกัมพูชาดำเนินการไปได้ 2 ใน 3 แล้ว อย่างไรก็ตาม หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 31 ธ.ค. 2560 ก็จะหามาตรการออกมารองรับเพิ่มเติม


