xs
xsm
sm
md
lg

เปิดปัจจัยทำ “เด็กคลอดก่อนกำหนด” ยิ่งอายุครรภ์น้อย ยิ่งเสี่ยงตาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ศิริราช เผย ปัจจัยทำ “เด็กคลอดก่อนกำหนด” ชี้ ยิ่งคลอดตอนอายุครรภ์น้อย ทารกยิ่งน้ำหนักตัวน้อย จนเสี่ยงถึงชีวิตได้ เผย พบเด็กคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,000 กรัม 1% แนะสามีภรรยาตรวจฝากครรภ์

รศ.พญ.พิมล วงศ์ศิริเดช หัวหน้าสาขาทารกแรกเกิด ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในงานเสวนา “ลูกเกิดก่อนกำหนดต้องทรหดทั้งครอบครัว” ภายในงาน 72 ปี กุมารเวชศาสตร์ศิริราช ว่า ปัญหาเด็กคลอดก่อนกำหนดของประเทศไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศยังถือว่าเป็นปัญหาอยู่มาก และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เนื่องจากจำนวนการคลอดก่อนกำหนดอาจมีมากกว่าที่ได้รับรายงาน เช่น การคลอดก่อนกำหนดในถิ่นทุรกันดารแล้วอาจรายงานมาไม่ถึงส่วนกลาง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม อัตราการรอดชีวิตของเด็กคลอดก่อนกำหนดของไทยมีสูงถึงกว่า 90% เนื่องจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ ทั้งนี้ ความแข็งแรงของเด็กคลอดก่อนกำหนดจะขึ้นกับอายุครรภ์ โดยกลุ่มที่อายุครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ มีโอกาสเสี่ยงต่อความพิการในระยะยาว เช่น เดินไม่ได้ เป็นต้น ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท และพัฒนาการ โดยเด็กที่พบปัญหาดังกล่าวมีประมาณ 10 - 20% ซึ่งหากพบอาการเร็ว แพทย์จะทำการตรวจและส่งไปกระตุ้นในแผนกต่างๆ ก็สามารถแก้ไขได้มาก

รศ.พญ.พิมล กล่าวว่า ปัญหาคลอดก่อนกำหนดสามารถพบได้ทั้งการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและผู้ใหญ่อายุมากกว่า 35 ปี เนื่องจากวัยรุ่นอาจดูแลตัวเองไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนวัยเกิน 35 ปี อาจมีปัญหาในเรื่องอายุที่มากเกินไป ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมีบุตรคือ 20 - 35 ปี นอกจากนี้ การคลอดก่อนกำหนดยังพบได้ในคุณแม่ที่มีบุตรยาก และต้องอาศัยวิธีการผสมเทียมทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงกลุ่มที่เคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อนก็จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดซ้ำอีก หรือมีความจำเป็น เช่น มีความดันหรือเบาหวานแทรกซ้อน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเด็กในครรภ์ จนต้องคลอดก่อนกำหนด เพื่อรักษาชีวิตแม่และเด็ก แต่หากเด็กน้ำหนักตัวน้อยมากเกินไป ก็มีโอกาสรอดชีวิตน้อยเช่นกัน ซึ่งจะมีการหารือกับคุณแม่ก่อน

“รพ.ศิริราช มีการทำคลอดปีละประมาณ 9,000 ราย โดยพบเด็กน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,500 กรัม ประมาณ 10 - 11% และพบเด็กคลอดก่อนกำหนดน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,000 กรัม ประมาณปีละเกือบ 1% แม้อาจจะดูน้อย แต่ยังถือเป็นปัญหาสำคัญและต้องใช้เวลารักษาใน รพ.นาน ส่งผลให้การหมุนเวียนเตียงทำได้ยาก จึงอยากให้มีการรณรงค์ให้คนที่ตั้งใจจะตั้งครรภ์ให้มีการพูดคุยกับครอบครัว ว่า มีความพร้อมหรือไม่ ก่อนมาปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ตรวจสุขภาพว่ามีความพร้อม หรือมีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด และเมื่อพร้อมแล้วก็ต้องมาฝากครรภ์ในระยะแรกๆ และมาตามกำหนด เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้กับทุกคน ทั้งนี้ แม้ประเทศไทยจะมีพัฒนาการทางการแพทย์ จนอัตราการเสียชีวิตของแม่จากภาวะแทรกซ้อนน้อยลง แต่ก็ยังพบได้อยู่ แม้แต่ รพ.ศิริราช ก็ยังมี ซึ่งมักพบในคุณแม่ที่มีโรคแทรกซ้อน แต่ไม่มาตรวจ ไม่มาฝากครรภ์ ตามนัด” รศ.พญ.พิมล กล่าว