xs
xsm
sm
md
lg

พม.มอบบ้านเอื้ออาทรเฟสแรกให้ผู้ได้รับผลกระทบโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


นครปฐม - รมว.พม. มอบบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี เฟสแรก ให้ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา ขณะที่อีก 63 ครอบครัว เตรียมสร้างบ้านใหม่ในที่ดินตำบลบางใหญ่ จ.นนทบุรี คาดแล้วเสร็จเมษายนปีหน้า ส่วนผู้ที่ไม่เข้าร่วม 73 ครอบครัว จะขอรับเงินชดเชยแล้วย้ายออกจากริมเจ้าพระยา ด้านผู้ว่าการเคหะฯ เผยโครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรียังมีห้องพักว่างสามารถรองรับประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองลาดพร้าวได้เกือบ 500 ครัวเรือน

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้เป็นพื้นที่สันทนาการ เป็นเส้นทางจักรยาน สถานที่ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งเป็นพื้นที่ชมทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบดำเนินโครงการดังกล่าว และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.) จัดทำโครงการรองรับที่อยู่อาศัยให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการดังกล่าว โดยมี 12 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ รวม 309 ครัวเรือน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีประชาชนย้ายออกจากพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและเข้าอยู่ในที่อยู่อาศัยแห่งใหม่คือที่แฟลต ขส.ทบ. เขตดุสิต แล้วจำนวน 64 ครัวเรือน

ล่าสุด วันนี้ (9 ตุลาคม) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้เดินทางมาที่โครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรี (ท่าตำหนัก) อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อเป็นประธานในพิธี ‘มอบบ้านเอื้ออาทร บ้านมั่นคง สร้างสุขอย่างยั่งยืน’ ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยา เฟสแรก จำนวน 17 ครัวเรือน โดยมี นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ นายสมชาติ ภาระสุวรรณ รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ตัวแทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนจากชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาและชุมชนริมคลองในกรุงเทพฯ เข้าร่วมงานประมาณ 120 คน

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว่า รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตระหนักถึงปัญหาความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย จึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย 20 ปี ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลพบว่า ประเทศไทยมีจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศประมาณ 21 ล้านครัวเรือน ยังขาดแคลนที่อยู่อาศัยอีกประมาณ 5 ล้านครัวเรือน

“กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย 20 ปี คือ ตั้งแต่ปี 2560 - 2579 โดยตั้งเป้าหมายว่า ภายในปี 2579 ประชาชนไทยทุกครัวเรือนจะต้องมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งโครงการจัดหาที่อยู่อาศัยรองรับประชาชนจากโครงการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยาก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์นี้ด้วย ทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ถูกกฎหมาย ผ่อนเพียงเดือนละ 2,000 กว่าบาท ระยะเวลา 20 ปี พี่น้องก็จะมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และอยู่ด้วยความสบายใจ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็สามารถพัฒนาพื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยาให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมได้” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

ดร.ธัชพล กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติมีห้องพักอาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทรหลายทำเลให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมกับโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เลือกอยู่อาศัย ที่ผ่านมา มีหลายชุมชนในคลองลาดพร้าวได้เลือกที่จะเข้าอยู่อาศัยในโครงการเคหะออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ส่วนโครงการเอื้ออาทรที่ท่าตำหนักยังมีห้องพักที่ยังว่างสามารถรองรับประชาชนที่สนใจได้อีกมาก ทั้งชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองลาดพร้าว เป็นอาคารชุด 5 ชั้น จำนวน 11 อาคาร รวม 495 ห้อง ขนาดห้อง 31 ตร.ม. ราคา 400,000 บาท ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวก เพราะโครงการตั้งอยู่ติดกับถนนใหญ่ และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ

นายสมชาติ กล่าวว่า พอช. ได้จัดทำแผนงานรองรับประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ 3 เขต คือ ดุสิต บางซื่อ และบางพลัด จำนวน 12 ชุมชน รวม 309 ครัวเรือน ซึ่งที่ผ่านมามีชาวบ้านจำนวน 5 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบเข้าอยู่อาศัยในแฟลต ขส.ทบ.ย่านเกียกกาย เขตดุสิต ตั้งแต่ปลายปี 2559 ที่ผ่านมา จำนวน 64 ครัวเรือน (รวมผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่) ส่วนโครงการบ้านเอื้ออาทรนครชัยศรีมีชาวบ้านเข้าร่วมโครงการในเฟสแรกจำนวน 17 ครัวเรือน โดยมีพิธีมอบบ้านในวันนี้

ทั้งนี้ ชาวชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาที่ย้ายเข้าอยู่อาศัยในโครงการบ้านเอื้ออาทร คือ ชุมชนราชผาร่วมใจ และชุมชนศาลเจ้าแม่ทับทิม เขตดุสิต โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ โดยมีราคาขายห้องละ 400,000 บาท สมาชิกออมสมทบ 40,000 บาท (จากเงินออมทรัพย์และเงินที่มาจากการช่วยเหลือของ กทม.) โดย พอช. สนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละ 360,000 บาท ผ่อนชำระคืนระยะเวลา 20 ปี (240 งวดๆ 2,376 บาท ตลอดสัญญา )

“ยังมีโครงการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ที่ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เป็นที่ดินของบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพฯ หรือ BAM เนื้อที่ 2 ไร่เศษ ที่ชาวบ้านได้ทำสัญญาซื้อขายไปแล้ว ขณะนี้กำลังเตรียมการก่อสร้าง รองรับชาวบ้านได้ 63 ครัวเรือน ตามแผนงานการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในต้นปีหน้า” นายสมชาติ กล่าว

โครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่ตำบลบางใหญ่ มีเนื้อที่ทั้งหมด 2 ไร่ 2 งาน 56 ตารางวา ราคาที่ดิน 10 ล้านบาทเศษ จะก่อสร้างเป็นบ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4 X 8 ตารางวา รวม 63 ครัวเรือน โดย พอช.สนับสนุนงบช่วยเหลือและงบสร้างสาธารณูปโภคหลังละ 75,000 บาท และสินเชื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านไม่เกิน 360,000 บาท ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 6 เดือน หรือจะแล้วเสร็จประมาณเดือนเมษายน 2561 รองรับชาวบ้าน 4 ชุมชน คือ ชุมชนมิตรคาม 1, มิตรคาม 2, ศาลเจ้าแม่ทับทิม และราชผาทับทิม

นอกจากนี้ ยังมีชาวชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาอีกจำนวน 53 ครัวเรือนที่รวมตัวกันจัดซื้อที่ดินบริเวณเทศบาลตำบลบางกร่าง จ.นนทบุรี เพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานเพื่อซื้อที่ดิน รวมมีชาวชุมชนริมฝั่งเจ้าพระยาที่ยอมรื้อย้าย โดย พอช. สนับสนุนการจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่จำนวน 203 ครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม นอกจากชาวชุมชนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดจำนวน 203 ครัวเรือน จากผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 309 ครัวเรือน ยังมีบางชุมชนที่จะขออยู่อาศัยในชุมชนเดิม คือ ชุมชนวัดเทวราชกุญชร เขตดุสิต จำนวน 33 ครัวเรือน โดยชาวบ้านยืนยันว่าชุมชนวัดเทวราชกุญชรเป็นชุมชนที่มีสัญญาเช่าที่ดินจากวัดเทวราชกุญชรอย่างถูกต้อง และอยู่อาศัยกันมานานหลายสิบปีแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจากับกรุงเทพมหานคร

ส่วนอีก 73 ครัวเรือนไม่เข้าร่วมโครงการ โดยจะขอรับเงินชดเชยจาก กทม.และจะย้ายกลับภูมิลำเนาเดิมหรือหาที่อยู่อาศัยเอง ทั้งนี้ บ้านเรือนที่ชาวชุมชนปลูกอาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ในการดูแลของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม
กำลังโหลดความคิดเห็น...