“หอย” ปนเปื้อนโลหะหนัก - เชื้อก่อโรคอาหารเป็นพิษ เหตุหากินตามโคลนตม ผิวหน้าดินทะเล ทำให้เกิดการปนเปื้อนจากแห่งน้ำธรรมชาติ เผยผลการตรวจพบไม่เกินมาตรฐาน ยกเว้นแคดเมียมเกินกำหนดร้อยละ 1.8 ชี้ ต้องปรุงให้สุกก่อนกิน
นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า กรมฯ ร่วมกับ สำนักงานประมงอำเภอและเกษตรกรในพื้นที่เพาะเลี้ยงหอยบริเวณปากแม่น้ำ 5 แห่ง ได้แก่ แม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา แม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร แม่น้ำแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม แม่น้ำเพชรบุรี และแม่น้ำบางตะบูน จ.เพชรบุรี และ แม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเฝ้าระวังการปนเปื้อนโลหะหนักและเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ โดยในปี 2559 ได้สุ่มเก็บตัวอย่างหอย ได้แก่ หอยแครง หอยแมลงภู่ และ หอยนางรม และทำการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาการปนเปื้อนโลหะหนัก 4 ชนิด ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท สารหนู และ แคดเมียม และเชื้อแบคทีเรียก่อโรคอาหารเป็นพิษ 3 ชนิด ได้แก่ เชื้อวิบริโอ คอเลอเร หรือ เชื้ออหิวาต์, เชื้อวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส หรือเชื้ออหิวาต์เทียม, และวิบริโอ วัลนิฟิคัส
นพ.สุขุม กล่าวว่า ผลการตรวจการปนเปื้อนโลหะหนัก 4 ชนิด พบว่า ตรวจพบสารแคดเมียมเกินเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 1.8 ซึ่งตามมาตรฐานสหภาพยุโรปกำหนดให้แคดเมียมไม่เกิน 1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ส่วนตะกั่ว ปรอท และสารหนูอนินทรีย์ ตรวจพบไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานทุกตัวอย่าง ส่วนผลการตรวจเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ พบการปนเปื้อนเชื้อวิบริโอ วัลนิฟิคัส และพบเชื้อวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส ปนเปื้อนในตัวอย่างหอยบ้าง แต่ไม่พบ เชื้อวิบริโอ คอเลอเร ซีโรไทป์ O1 และ O139 ซึ่งเป็นเชื้อต้นเหตุที่สำคัญของอหิวาตกโรค
“อาหารทะเลของประเทศไทย โดยเฉพาะหอยสองฝามีการปนเปื้อนโลหะหนักบ้าง แต่เล็กน้อย เพราะสัตว์ที่หากินตามโคลนตม ผิวหน้าดินในทะเล ส่วนการตรวจพบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษที่สำคัญ คือ เชื้อวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส และเชื้อวิบริโอ วัลนิฟิคัส ที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหารแล้ว ยังก่อโรครุนแรง ถึงแก่ชีวิตได้ ในบุคคลที่มีภูมิต้านทานต่ำ หรือผู้ป่วยโรคตับ เชื้อทั้ง 2 ชนิดนี้ พบได้ทั่วไปในน้ำทะเลตามธรรมชาติ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหอยดิบหรือหอยที่ปรุงไม่สุกดี ควรแยกอาหารสุกและดิบออกจากกัน ไม่วางปะปน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามของเชื้อวิบริโอจากอาหารดิบ ไปยังอาหารที่ปรุงสุกแล้ว รวมทั้งควรล้างอุปกรณ์ที่ใช้ใส่อาหารทะเลดิบให้สะอาดก่อนนำไปใส่อาหารชนิดอื่น และกรณีที่มีแผลให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับหรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ” นพ. สุขุม กล่าว


