xs
xsm
sm
md
lg

วิธีจัดการความเครียดด้วยความรัก / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทุกคนล้วนแล้วเคยเผชิญกับสภาวะความเครียดด้วยกันทั้งนั้น ต่างกันที่เครียดมากเครียดน้อย เปราะบางกับเรื่องใดแล้วทำให้เครียด เวลาเครียดแล้วมีอาการอย่างไร หรือสามารถรับมือกับความเครียดได้ไหม และสุดท้ายมีวิธีจัดการกับความเครียดของตัวเองอย่างไร ?

โดยสภาวการณ์ปัจจุบันมีสิ่งเร่งเร้าทำให้ผู้คนเครียดได้ง่าย มีความสุ่มเสี่ยงต่ออารมณ์ที่ขุ่นมัวได้ไว บางคนสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่ประเดประดังเข้ามาชีวิตได้อย่างไม่ยี่หระ ในขณะที่บางคนไม่สามารถรับมือหรือจัดการกับความเครียดได้ ก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ ถึงกับเลือกจบปัญหาโดยการจบชีวิตก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อย

เมื่อวันก่อนดิฉันได้ร่วมกิจกรรมประกวดของกลุ่มเยาวชนที่นำผลงานของตัวเองเข้าประกวดในโครงการหนึ่ง ระหว่างที่กำลังแนะนำเทคนิควิธีการนำเสนองานต่อหน้ากรรมการ มีน้องคนหนึ่งยกมือขึ้นและถามว่าทำอย่างไรดีหนูไม่กล้าพูดต่อหน้ากรรมการ หลังจากพูดคุยรวมถึงสอบถามและให้เธอลองพรีเซ็นต์จริง จึงพบว่าเธอไม่ได้ขาดความมั่นใจ แต่เธอกำลังเผชิญกับความเครียด ความวิตกกังวลว่าจะทำได้ไม่ดี ซึ่งส่งผลให้กังวลไปทุกอย่าง แต่พอเธอตั้งสติและเริ่มผ่อนคลาย กลายเป็นว่าเธอสามารถทำสิ่งนั้นได้ดีทีเดียว

ในขณะที่มีเด็กอีกคนหนึ่งที่เดินมาพูดว่า “พี่คะ หนูรู้สึกเครียดจัง หนูมือไม้เย็นหมดเลย ทำอย่างไรดีจะถึงคิวหนูแล้ว” ก็เลยแนะนำว่าลองหายใจลึกๆสิ และส่งมือมา เราต่างกุมมือกันสักพัก และบอกว่าทำให้ดีที่สุดนะน้อง และเธอก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

ดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ง่ายๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย แต่จริงๆ เวลาที่เราต้องเผชิญกับปัญหา และต้องแก้ปัญหา สถานการณ์ตอนนั้นมักตึงเครียดเสมอ ฉะนั้น อย่าเพิ่งตัดสินว่าเรื่องนั้นหรือเรื่องนี้ ไม่เห็นต้องเครียดเลย เพราะความจริง เรื่องความเครียดของแต่ละคนก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของแต่ละคน ไม่จำเป็นว่าผู้ใหญ่ต้องเครียดกว่าเด็ก หรือเด็กต้องเครียดกว่าผู้ใหญ่ มันไม่มีมาตรวัดว่าใครเครียดมากกว่าใคร หรือต้องเครียดเฉพาะเรื่องเท่านั้น เพราะบางทีคนเราก็มีความเครียดสะสมได้

ประเด็นคือ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเครียดแล้วเราสามารถรับมือและจัดการมันได้หรือไม่ต่างหาก !

ประการแรกเสาะหาสาเหตุ

เมื่อเกิดภาวะความเครียดลองพิจารณาดูว่าอะไรคือต้นเหตุ ปัญหามันคืออะไร และสามารถแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้หรือไม่ หากแก้ไขไม่ได้อาจต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น

ประการที่สองหาทางผ่อนคลาย

ลองใช้วิธีผ่อนคลายทางร่างกายก่อน เช่น หายใจลึกๆ ,ฟังเพลง ,ออกกำลังกาย ,นวด ,อาบน้ำอุ่นฯลฯ สุดแท้แต่ว่าใครใช้วิธีไหนที่เหมาะกับตัวเอง และรู้สึกผ่อนคลายได้ดี เพราะการลดความตึงเครียดในเบื้องต้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง

ประการที่สามต้องรู้จักตัวเอง

การรู้จักตัวเองเป็นเรื่องจำเป็นมาก ยกตัวอย่าง ถ้าตัวเองเป็นคนที่เครียดง่ายและชอบอยู่คนเดียว ก็ต้องเลือกวิธีการสยบความวุ่นวายของจิตใจด้วยความเงียบ ทำสมาธิเบื้องต้น เลือกสถานที่ที่สงบเงียบ มีความเป็นส่วนตัว ให้จิตใจจดจ่ออยู่กับลมหายใจเข้าออก อย่าคิดฟุ้งซ่านเรื่องอื่น เมื่อจิตใจแน่วแน่จะช่วยขจัดความเครียด ความวิตกกังวลได้

สำหรับบางคนที่เครียดแล้วต้องระบายก็มีไม่น้อย กรณีนี้ต้องมีเพื่อนหรือคนที่ใกล้ชิดที่เข้าใจและสามารถรับฟังเรื่องราวจากเราได้ดี เรียกว่าเป็นผู้ฟังที่ดี ที่ยอมรับฟัง และพร้อมจะให้คำแนะนำที่ดีด้วย ซึ่งอาจเป็นเพื่อน ครอบครัว คนใกล้ชิด ผู้ให้คำปรึกษา หรือจิตแพทย์

ประการที่สี่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทันที

บางครั้งการหลีกออกจากปัญหาไปสักระยะหนึ่งก็เป็นการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะบางครั้งการประวิงเวลาก็ช่วยให้สถานการณ์บางอย่างดีขึ้น บางเรื่องต้องใช้เวลาในการเยียวยา หรือบางครั้งถ้าอารมณ์ยังไม่ปกติ ก็ควรทำให้อารมณ์เข้าสู่สภาวะปกติเสียก่อน พยายามอย่าใช้อารมณ์ในสถานการณ์ไม่ปกติ ซึ่งอาจนำพาปัญหาที่ใหญ่กว่าในภายหลังได้

ประการที่ห้าอย่าคาดหวังเกินไป

ความคาดหวังที่เกินไปเป็นอันตรายมาก เพราะเมื่อคนเราตั้งความหวังเอาไว้มาก เมื่อไม่ได้ดังที่คาดหวัง ก็มักจะเสียใจและฟูมฟายกับปัญหานั้น และแน่นอนความเครียดก็ตามมา เพราะฉะนั้นควรคาดหวังในสิ่งที่มีเป็นไปได้น่าจะเหมาะสมกว่า

ประการสุดท้าย คิดมุมบวก

เพราะเมื่อเผชิญปัญหา การคิดในมุมลบมักจะทำให้เกิดความวิตกกังวลและเครียดมากขึ้น แต่ถ้าคิดมุมบวกมากจนเกินไปจนเข้าข่ายเข้าข้างตัวเอง ก็อาจกลายเป็นความคาดหวังไป เพราะฉะนั้น ควรมองจากสถานการณ์จริง จากข้อเท็จจริง และประเมินบนพื้นฐานความเป็นจริง ก็จะทำให้เราไปเครียดจนเกินไป

แต่สิ่งสำคัญสุดที่ต้องมีก็คือ “ความรัก” ที่คอยกำกับอยู่ด้วยเสมอ เพราะเวลาเกิดความเครียด ต้องเผชิญปัญหาขึ้นมา คนที่อยู่ข้างเรา หรือคนใกล้ตัวมีความรักความเข้าใจ จะช่วยทำให้ปัญหาที่ว่าใหญ่แสนใหญ่ ก็จะลดลงทันที และจะทำให้คนที่กำลังเผชิญความเครียดอยู่ ก็จะรับรู้ว่าเขามิได้อยู่ตัวคนเดียว แต่มีคนที่เขารักและรักเขา พร้อมจะยืนเคียงข้างทุกเมื่อ

ลองคิดดูว่าถ้าวันหนึ่ง ลูกของเราคือผู้ที่ต้องเผชิญภาวะความเครียด ถ้าเขารู้ว่าอย่างไรซะพ่อแม่พร้อมจะรับฟัง เข้าใจ และโอบอุ้มเขาด้วยความรัก มันจะดีกว่าไหม !!