xs
xsm
sm
md
lg

15 ปี 15 แคมเปญ “สสส.” สร้างจุดเปลี่ยนสุขภาพคนไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


โดย…สิรวุฒิ รวีไชยวัฒน์

ปัจจุบันคนไทยป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมากขึ้น การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ การดูแลสุขภาพตัวเอง ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ก่อให้เกิดโรค หลายคนจึงตั้งคำถามว่า หน่วยงานที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพคนไทยอย่าง “สสส.” หรือสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งดำเนินการมากว่า 15 ปี ประสบความสำเร็จในการสร้างเสริมสุขภาพคนไทยจริงหรือไม่

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาของ สสส. กำลังจะถูกนำมารวบรวมไว้ในงาน “15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข” เพื่อสร้างความเข้าใจแก่สาธารณชนเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ ผลลัพธ์ ผลกระทบ และคุณค่าจากการดำเนินงานของ สสส. ในวันที่ 3 ส.ค. 2560 ที่อาคารศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สสส. ซึ่งจะมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานบอร์ด สสส. เป็นประธานเปิดงาน ผ่านการเล่าเรื่องในรูปแบบของนิทรรศการของการเดินทางตลอด 15 ปี ที่เกิดจากการร้อยเรียงพลังของคนเล็กๆ มากมายในสังคมร่วมกันสร้างสุขภาวะให้สังคมไทย

ดร.สุปรีดา กล่าวว่า ไฮไลต์ในการจัดงาน 15 ปี สสส. การเดินทางของความสุข คือ จะมีการแสดง 15 บทเรียนสำคญ หรือ 15 แคมเปญ ที่ถือว่าเป็นความสำเร็จของ สสส. ประกอบด้วย 1. เล่าเรื่องเหล้า กับความสำเร็จในการดึงเหล้าออกจากชีวิตของสังคมไทย โดยเฉพาะแคมเปญ “จน เครียด กินเหล้า” ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก 2. ปอดปลอดโปร่ง ในการขับเคลื่อนสังคมไทยไร้ควัน 3. ตั้งสติก่อนสตาร์ท ในการลดอุบัติเหตุ 4. ขยับบ่อยๆ ดีที่สุด เพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง 5. ว่าด้วยเรื่องการกิน ในการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงโภชนาการที่เป็นประโยชน์ปลอดภัย 6. สุขภาพดีตามวิถีชุมชน 7. ความแตกต่างไม่ใช่ข้อจำกัด ในการขับเคลื่อนการดูแลสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะต่างๆ ทั้งผู้หญิง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนไร้บ้าน ฯลฯ 8. เพิ่มพลังผู้บริโภค ลดความเสี่ยงการถูกละเมิดจากสินค้าและบริการต่างๆ

9. เรียนและทำงานอย่างมีความสุข 10 สวดมนต์ข้ามปี 11. ติดอาวุธให้คนทำงานในระบบบริการสุขภาพ 12. เปิดพื้นที่สร้างเสริมสุขภาพให้ทุกคน ทำให้เกิดชุมชนน่าอยู่ 13. ต้นแบบการสร้างเสริมสุขภาพระดับโลก 14. สื่อสร้างสุข (ภาวะ) ในการสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะชีวิตให้แก่เด็กและเยาวชน และ 15. คิดอย่างการตลาด มุ่งผลลัพธ์เพื่อสังคม เพื่อขับเคลื่อนสังคมสุขภาวะ

“ผลงานตลอด 15 ปีที่ผ่านมาของ สสส. คิดว่าได้ผล และภาคภูมิใจกับงานที่เราทำ อย่างการทำงานเรื่องบุหรี่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ทำให้เกิดโรคภัยถึง 26 โรค เช่น ระบบทางเดินทายใจ ถุงลมโป่งพอง ปอด มะเร็ง ฯลฯ การจะทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลง บทบาททางแพทย์จะจำกัดมาก เพราะแพทย์ได้แต่ห้ามหรือเตือนว่าอย่าสูบ แต่การสูบบุหรี่เกี่ยวข้องกับสังคมสิ่งแวดล้อม ค่านิยมต่างๆ และสัมพันธ์กับกลไกราคา ภาษี การโฆษณาต่างๆ ดังนั้น การทำงานจึงต้องทำนอกจากภาคสาธารณสุขเยอะมาก เช่น ทำงานด้านมาตรการทางภาษี ภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ จำกัดเขตห้ามสูบห้ามขาย ต้องทำงานกับภาคส่วนต่างๆ รวมถึงการณรงค์ที่มากกว่าแค่ให้สุขศึกษา และต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดสังคม ดึงภาคส่วนต่างๆ มารณรงค์ช่วยกับขับเคลื่อน เป็นต้น ซึ่งก็สามารถช่วยลดอัตราการสูบบุหรี่ของประเทศไทยลงได้อย่างมากลดจากร้อยละ 32 ในปี 2534 เหลือต่ำกว่าร้อยละ 20 เป็นต้น” ดร.สุปรีดา กล่าว

ดร.สุปรีดา ยกตัวอย่างอีกว่า ส่วนเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากเดิมประเทศไทยมีอัตราการดื่มพุ่งสูงมาก เพราะมีเรื่องการตลาดที่เข้มแข็ง และปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็มีมากไม่แพ้กัน ทั้งเรื่องความรุนแรง อุบัติเหตุ โรคภัยไข้เจ็บ มีความสัมพันธ์กับโรคถึง 60 โรค โดยอดีตประเทศถือเป็นอันดับ 5 ของโลกในการดื่มกลุ่มสุรากลั่น จึงมีการส่งเสริมการนำความรู้ต่างๆ มาผลักดันให้เกิดมาตรการออกมาเป็นลำดับ เช่น เกิดคณะกรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาติ เกิด พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับแรกของประเทศไทย เกิดมาตรการห้ามขายห้ามดื่มในกลุ่มวัยหรือสถานที่ต่างๆ ซึ่งการผลักดันให้เกิดกฎหมายไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ที่ประสบความสำเร็จก็มาจากการขับเคลื่อนสังคม จนเกิดขบวนการชวนลดละเลิกเหล้าช่วงเข้าพรรษา ทุกเทศกาลวัฒนธรรม ปีใหม่ สงกรานต์ ประเพณีบางกลุ่ม เช่น รับน้อง งานบุญ ทอดกฐิน งานเทศกาลสำคัญของท้องถิ่นต่างๆ งานศพ เป็นการช่วยดึงเหล้าออกจากงานทางสังคม จนสถิติดื่มหนักลดลงชัดเจน และยิ่งขับเคลื่อนเรื่องงานอุบัติเหตุที่มีความสัมพันธ์กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย ก็ช่วยให้ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุลงได้ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหยุดยาวที่มีการใช้รถใช้ถนนมากกว่าปกติ ก็สามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุลงมาได้ใกล้เคียงกับ 7 วันปกติ

“การดำเนินงานเหล่านี้ถือเป็นการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพแนวใหม่ คือ ต้องเข้ามาดูแลเรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี การดูแลวิถีชีวิตของผู้คนให้สร้างสุขภาพด้วยตนเองได้ ทั้งมาตรการทางสังคม กฎหมาย เป็นต้น ไม่ได้อยู่แค่บริบทของการแพทย์และสาธารณสุขหรือภายในรั้วโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แม้งานด้านรักษาพยาบาลและสาธารณสุขของประเทศไทยถือว่าดีอย่างมากอยู่แล้ว แต่การจัดการปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจึงจะสำเร็จ ซึ่ง สสส. ได้เข้ามาขับเคลื่อนในส่วนนี้เป็นเวลา 15 ปีแล้ว และค่อยข้างได้ผลอย่างชัดเจน” ดร.สุปรีดา กล่าว

นอกจากนี้ การจัดงาน 15 ปี สสส. จะมีนิทรรศการ 7 โซน เช่น แนะนำ สสส., จุดเริ่มต้นของ สสส. ไทม์ไลน์การทำงน 15 ปี, เล่าอดีตเพื่อก้าวไปข้างหน้า ผ่าน 15 บทเรียนสำคัญ, คนเล็กๆ ที่มีหัวใจใหญ่ กับการบอกเล่าเรื่องราวของคน 150 คน ที่ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะมาตลอด 15 ปี, การตลาดเพื่อสังคมมากกว่า 150 แคมเปญ ในการเปลี่ยนแปลงสังคม เป็นต้น รวมถึงการเสวนา “ThaiHealth’s Talk” แลกเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางของความสุข และแบ่งปันเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขา และ Showcase “นวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาวะ” จากภาคีเครือข่ายบริเวณชั้น 1 - 6 ของอาคารศูนย์การเรียนรู้ฯ รวมกว่า 31 นวัตกรรม เช่น รูปแบบช่วยเลิกบุหรี่ด้วยวิธีการนวดกดจุดสะท้อนเท้า พลิกมุมมองเรื่องเพศ คุยกับลูกเชิงบวก เป็นต้น

“การจัดงานในครั้งนี้เป็นการชวนทุกคนเข้ามาร่วมรับรู้การเติบโต 15 ปีไปด้วยกัน ซึ่งแต่ละปีมีโครงการกว่า 3,000 โครงการ ก็จะได้มาร่วมรับรู้ว่าพวกเราได้ทำอะไรไปบ้าง มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ซึ่งประชาชนที่มาร่วมงานอาจสนใจเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าร่วมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพและสังคมสิ่งแวดล้อมจากจุดใดจุดหนึ่งของกิจกรรม ก็ยิ่งช่วยขยายความร่วมมือให้เกิดขึ้นในการช่วยดูแลส่งเสริมสุขภาพแก่คนไทย สำหรับการเดินหน้างานต่อไปของ สสส. เนื่องจากปัจจุบันและอนาคตโลกจะหมุนเร็วขึ้น จากเทคโนโลยี สังคม ที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก ยิ่งเห็นชัดว่าสุขภาพที่ถูกกำหนดโดยนอกโรงพยาบาลมีบทบาทสูงขึ้น ซึ่ง สสส. ก็จะเน้นในเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้ประชาชนพึ่งตัวเองมากขึ้น สามารถรับข้อมูลสุขภาพเพื่อปรับวิถีชีวิตตนเองที่มากขึ้นกว่าเก่า” ดร.สุปรีดา กล่าว

สำหรับงาน 15 ปี สสส. “การเดินทางของความสุข” จะจัดขึ้นที่อาคารศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สสส. ในวันที่ 3 ส.ค. 2560 และหลังจากนี้จะมีการจัดนิทรรศการตามภูมิภาคเพื่อแสดงผลงานผ่านโครงการต่างๆ ด้วย





กำลังโหลดความคิดเห็น...