xs
xsm
sm
md
lg

ชวนลูก ‘ถอดปลั๊ก’ ช่วงปิดเทอม! / สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เรื่องเด็กติดเกมยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องรบราทุกวันกับลูกที่ติดเกม ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมยิ่งหนักใจเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะพ่อแม่ต้องทำงาน ถ้าปล่อยลูกไว้ที่บ้านก็คงหนีไม่พ้นเล่นเกมทั้งวันแน่เลย อย่ากระนั้นเลย ส่งลูกไปเรียนพิเศษละกัน จะได้ไม่ต้องเล่นเกม !

ถ้าพ่อแม่คนไหนที่กำลังประสบปัญหานี้ล่ะก็ หยุดคิดสักนิดแล้วลองหาวิธีใหม่ๆ บ้าง หรือจะลองดูวิธีนี้ก็ได้นะคะ

เริ่มจาก - ชวนลูกเที่ยว

ลองเริ่มจากการชวนลูกไปเที่ยว ให้ลูกเลือกไปสถานที่ที่เขาชอบ แล้วมอบหมายให้เขาเป็นคนวางแผนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ให้เขามีส่วนร่วมกับกิจกรรมและสถานที่ที่จะไปทุกที่ ย้ำว่าต้องเป็นสถานที่ที่เขาชอบ เพราะถ้าพ่อแม่เลือก สุดท้ายเขาก็ไม่สนใจอยู่ดี จะปล่อยให้พ่อแม่จัดการกันเอง แล้วเขาก็จะไม่ตื่นเต้นเท่าใดนัก

จากนั้น - ชวนถอดปลั๊ก

ในที่นี้หมายถึงชวนกันไม่พกโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟนไป หรือมีข้อตกลงว่าจะเป็นทริปที่ปลอดมือถือ และจะไม่นำเครื่องมือดิจิตอลใดๆ ติดตัวไปด้วยเลย อาจมีเพียงโทรศัพท์มือถือของพ่อหรือแม่ที่จำเป็นสำหรับเมื่อต้องใช้เฉพาะโทร.เข้าหรือออกเท่านั้น โดยใช้วิธีจูงใจในทำนองว่า ลองไปเที่ยวแบบไม่มีสมาร์ทโฟนกันดีกว่า ชวนทำให้เป็นเรื่องสนุกๆ แล้วบอกว่ามาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร

ข้อนี้จะสืบเนื่องมาจากข้อแรก ถ้าลูกได้ไปในสถานที่ที่เขาอยากไป และมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนเที่ยว ข้อตกลงเรื่องการวางมือถือจะง่ายขึ้น

แล้วก็ - ชวนทำกิจกรรม

แม้ในช่วงแรกเด็กที่ติดเทคโนโลยีมากๆ ก็อาจไม่ยินยอม หรืออาจรู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิด อารมณ์เสียบ้าง พ่อแม่ก็ควรจะเตรียมกิจกรรมอื่นมาทดแทน โดยยึดหลักที่เหมาะสมกับอายุและความสนใจของสมาชิกในครอบครัว เช่น เล่นน้ำ พายเรือ เกมกระดาน งานศิลปะ ดนตรี เล่นกีฬา หรือกิจกรรมจิตอาสา ฯลฯ

ช่วงวันแรกๆ อาจมีบรรยากาศหงุดหงิดบ้าง แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าถ้ามีกิจกรรมทำร่วมกัน ย้ำอีกครั้งว่าทำร่วมกัน มิใช่ปล่อยให้ลูกเล่นคนเดียว แต่ถ้าพ่อแม่มีส่วนร่วมต่อกิจกรรม เขาก็จะสนุกไปด้วย

ปิดท้าย - ชวนพูดคุย

เมื่อทำกิจกรรมในแต่ละวันแล้ว ให้หาช่วงเวลาสบายๆ บรรยากาศผ่อนคลายพูดคุยถึงการไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือไม่ได้เล่นเกมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง แต่ต้องเป็นการพูดคุยด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เป็นมิตร มิใช่ดุหรือต่อว่า และถ้าลูกสามารถทำได้ดี ก็ควรจะชื่นชมให้กำลังใจลูกด้วย ถือเป็นช่วงเวลาทบทวนร่วมกันในครอบครัว เป็นการตรวจสอบตัวเองและสมาชิกในครอบครัวด้วยว่า เราถูกเจ้าสมาร์ทโฟน ทำให้พวกเราห่างเหินกันไปหรือเปล่า

รวมไปถึงอาจจะถือโอกาสยกตัวอย่างกรณีศึกษาแบบแยบคาย ปัจจุบันมีเหตุการณ์หลายกรณีที่เกิดจากการเสพติดเทคโนโลยีของคนยุคนี้ พ่อแม่อาจยกตัวอย่างของสถานการณ์ปัจจุบันหยิบยกขึ้นมาพูดคุยเป็นหัวข้อสนทนาแบบเนียนๆ มิใช่แบบตั้งใจสอน และชวนลูกพูดคุยว่าเหตุการณ์นั้นๆ ส่งผลกระทบอย่างไร และนำไปสู่อะไร เพื่อให้เขาได้คิดและเห็นผลลัพธ์ด้วยตัวเอง

สิ่งสำคัญที่สุด พ่อแม่ต้องเอาตัวเข้าแลก พ่อแม่ต้องเสียสละเวลาให้การดึงลูกออกจากเทคโนโลยี ด้วยการเป็นแบบอย่างที่ดี ลุกขึ้นมาชวนลูกทำกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพร่างกาย ออกกำลังกาย ฯลฯ ทำให้เขาเห็นว่าการหมกมุ่นอยู่กับเจ้าเทคโนโลยีทั้งหลายเป็นการทำร้ายสุขภาพขนาดไหน

ที่สำคัญ พ่อแม่ก็ต้องไม่หมกมุ่นกับเจ้าเทคโนโลยีด้วย

และเมื่อจบทริปแล้ว ลองสรุปบทเรียนร่วมกันว่าจะหาข้อตกลงใหม่ว่าจะทำอย่างไรที่เราจะมีช่วงเวลา “ถอดปลั๊ก” แบบนี้ได้บ่อยขึ้น

ไม่ยาก - ถ้าจะยากก็ยากที่พ่อแม่ต้อง “ลงทุน” ด้วยตัวเอง ไม่มีทางลัด