โดย...สิรวุฒิ รวีไชยวัฒน์

การจะแก้ปัญหา “แม่วัยรุ่น” ลำดับแรกคือ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นก่อน แต่หากเกิดพลาดพลั้งตั้งครรภ์ขึ้นมา ก็ต้องมีระบบการดูแลและจัดสวัสดิการรองรับ เพื่อป้องกันการทำแท้งเถื่อน และช่วยให้เด็กที่เกิดมาใหม่ได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต
พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 จึงถือกำเนิดขึ้น ถือเป็นกฎหมายใหม่ที่เข้ามาดูแลแก้ปัญหาการ “ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” อย่างครบวงจร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงแรงงาน เข้ามาดูแลรับผิดชอบ โดยต้องออกกฎกระทรวงเพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ
ทั้งในเรื่องของการให้ความรู้เรื่องเพศวิถี การมีทักษะปฏิเสธ เพื่อป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หรือหากมีเพศสัมพันธ์ก็ต้องมีการป้องกัน เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ตามมา และเมื่อเกิดการพลาดพลั้งตั้งครรภ์ขึ้นมา ก็ต้องมีการจัดระบบดูแล ทั้งการให้บริการสาธารณสุข และสวัสดิการสังคมต่างๆ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ไทยวางระบบป้องกัน-สวัสดิการ “ป่องวัยเรียน” ครบวงจรครั้งแรก หลังมี พ.ร.บ.ป้องกันท้องวัยรุ่น)

สำหรับความคืบหน้าในเรื่องของการจัดสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือ “แม่วัยรุ่น” นางเทพวัลย์ ภรณวลัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเยาวชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน พม. เปิดเผยในการประชุมระดับชาติเรื่องสุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 2 “เซ็กซ์้ปิดในวัยรุ่น : เปิดพื้นที่ความฉลาดรู้เรื่องเพศ” จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า การจัดสวัสดิการช่วยเหลือแม่วัยรุ่นนั้น กรมฯ มีการดำเนินงานนำร่องมาก่อนที่ พ.ร.บ. จะเกิดขึ้น เพียงแต่เมื่อมี พ.ร.บ. ออกมา พม. ก็ต้องมาออกกฎกระทรวงเพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความชัดเจนขึ้น และถือเป็นกฎหมายที่ต้องดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ พม. ได้ยกร่างกฎกระทรวงเรื่องการจัดสวัสดิการสังคมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเสร็จแล้ว และได้เสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งทางคณะกรรมการก็เห็นชอบ เหลือเพียงรอเสนอต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เพื่อประกาศบังคับใช้ลงในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น
สำหรับรายละเอียดของการจัดสวัสดิการสังคมเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนั้น นางเทพวัลย์ อธิบายว่า สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงจะมีด้วยกัน 4 หมวด คือ
1. ส่งเสริมสนับสนุนให้สภาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัดและระดับอำเภอสร้างเครือข่ายเด็กและเยาวชนในพื้นที่เพื่อเป็นแกนนำในการป้องกัน แก้ไข และเฝ้าระวังปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพราะเด็กจะมีความเข้าใจในตัวเด็กด้วยกันมากกว่าผู้ใหญ่ การสื่อสารกันผ่านเด็กเองจะประสบความสำเร็จมากกว่า ซึ่ง พม. จะมีการให้งบประมาณสนับสนุน ผ่านกองทุนคุ้มครองเด็กและเยาวชน อย่างที่ผ่านมาก็เคยมีการจัดโครงการ “DJ TEEN นักสื่อสารเพื่อการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” เป็นการอบรมแกนนำเยาวชนในแต่ละพื้นที่ ในการเป็นดีเจ จัดรายการให้ความรู้แก่เพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
2. ส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ประสานงาน เฝ้าระวัง และความช่วยเหลือแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และครอบครัว 3. จัดสวัสดิการสังคมให้แก่วัยรุ่นตั้งครรภ์และครอบครัว ซึ่งต้องสอดคล้องกับสิทธิเด็กหรือวัยรุ่น และ 4. การบริหารจัดการ โดยจะมีการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้มีความรู้และความเข้าใจในปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อช่วยแก้ปัญหา และเฝ้าระวัง รวมไปถึงบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีกลไกในการติดตามการประเมินผล

“การจัดสวัสดิการสังคมให้แม่วัยรุ่นนั้น หลักๆ ประกอบด้วย การให้บริการคำปรึกษาผ่านสายด่วน โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ การหาที่พักที่ปลอดภัยแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และคู่ เพราะบางคนเมื่อตั้งครรภ์ที่บ้านไม่สามารถยอมรับได้ ไม่สามารถกลับบ้านได้ ก็จะมีการจัดบริการหาที่พักให้ด้วย ซึ่ง พม. จะมี “บ้านพักเด็กและครอบครัว” ที่สามารถรองรับการดูแลได้ โดยจะกระจายอยู่จังหวัดละ 1 แห่ง ซึ่งจะมีการตั้งเป็นศูนย์รักษ์เด็กขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดูแลแม่วัยรุ่นให้มีที่พักที่ปลอดภัย โดยสามารถอยู่พักได้ประมาณ 3 เดือน แต่สำหรับบางรายที่มีความจำเป็นจริงๆ ก็อาจจะให้อยู่จนคลอด ก็จะดูเป็นกรณีไป” นางเทพวัลย์ กล่าว
นางเทพวัลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงสิทธิต่างๆ ของแม่วัยรุ่น เช่น บริการด้านการแพทย์ ทั้งการฝากครรภ์ การดูแลครรภ์ และการคลอด การศึกษา ก็มีการประสานให้ได้รับการเรียนต่อ การฝึกอาชีพเพื่อช่วยให้แม่วัยรุ่นและพ่อวัยรุ่นมีงานทำและมีรายได้ รวมถึงการพิจารณาการให้เงินอุดหนุนเด็กแรกคลอด เป็นต้น และหากบ้านพักเด็กและครอบครัว ประเมินแล้วว่าแม่วัยรุ่นรายดังกล่าวไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเองได้ ก็อาจมีการประเมินในการส่งสถานสงเคราะห์ในการช่วยเลี้ยงดูเด็กอ่อน หรือส่งไปอยู่ตามบ้านหรือหาครอบครัวทดแทน เพื่อช่วยดูแลเลี้ยงดูเด็กชั่วคราวให้ โดย พม. จะให้เงินสนับสนุนในการเลี้ยงดูเดือนละ 2 - 3 พันบาท เป็นต้น จนเมื่อแม่วัยรุ่นมีความพร้อม เช่น มีอาชีพ มีงานทำ ก็สามารถมารับตัวบุตรกลับไปเลี้ยงดูด้วยตัวเองได้
“การดูแลสวัสดิการต่างๆ ของแม่วัยรุ่นนั้น เรามีการดำเนินการนำร่องมาก่อนแล้ว แต่การออกประกาศกฎกระทรวงจะทำให้ทุกอย่างมีความชัดเจนขึ้น ซึ่ง พม.มีความพร้อมในการดูแลแม่วัยรุ่นอยู่แล้ว” นางเทพวัลย์ กล่าว
การมีสวัสดิการช่วยเหลือ “แม่วัยรุ่น” ที่พลั้งพลาดตั้งครรภ์ขึ้นมา นับเป็นสิ่งที่ดี นับตั้งแต่การให้ข้อมูลและทางเลือกแก่วัยรุ่นในการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยลดการทำแท้งเถื่อนลงได้ รวมไปถึงช่วยให้ตัวแม่วัยรุ่นเองและเด็กที่เกิดมาได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่สิ่งสำคัญคือแม้จะมีสวัสดิการช่วยเหลือ แต่การป้องกันและแก้ไขปัญหาจริงๆ อยู่ที่การป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ตั้งแต่แรกเริ่มดีที่สุด
การจะแก้ปัญหา “แม่วัยรุ่น” ลำดับแรกคือ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นก่อน แต่หากเกิดพลาดพลั้งตั้งครรภ์ขึ้นมา ก็ต้องมีระบบการดูแลและจัดสวัสดิการรองรับ เพื่อป้องกันการทำแท้งเถื่อน และช่วยให้เด็กที่เกิดมาใหม่ได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต
พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 จึงถือกำเนิดขึ้น ถือเป็นกฎหมายใหม่ที่เข้ามาดูแลแก้ปัญหาการ “ตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” อย่างครบวงจร โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย และ กระทรวงแรงงาน เข้ามาดูแลรับผิดชอบ โดยต้องออกกฎกระทรวงเพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ
ทั้งในเรื่องของการให้ความรู้เรื่องเพศวิถี การมีทักษะปฏิเสธ เพื่อป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร หรือหากมีเพศสัมพันธ์ก็ต้องมีการป้องกัน เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ตามมา และเมื่อเกิดการพลาดพลั้งตั้งครรภ์ขึ้นมา ก็ต้องมีการจัดระบบดูแล ทั้งการให้บริการสาธารณสุข และสวัสดิการสังคมต่างๆ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ไทยวางระบบป้องกัน-สวัสดิการ “ป่องวัยเรียน” ครบวงจรครั้งแรก หลังมี พ.ร.บ.ป้องกันท้องวัยรุ่น)
สำหรับความคืบหน้าในเรื่องของการจัดสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือ “แม่วัยรุ่น” นางเทพวัลย์ ภรณวลัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเยาวชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน พม. เปิดเผยในการประชุมระดับชาติเรื่องสุขภาวะทางเพศ ครั้งที่ 2 “เซ็กซ์้ปิดในวัยรุ่น : เปิดพื้นที่ความฉลาดรู้เรื่องเพศ” จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า การจัดสวัสดิการช่วยเหลือแม่วัยรุ่นนั้น กรมฯ มีการดำเนินงานนำร่องมาก่อนที่ พ.ร.บ. จะเกิดขึ้น เพียงแต่เมื่อมี พ.ร.บ. ออกมา พม. ก็ต้องมาออกกฎกระทรวงเพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความชัดเจนขึ้น และถือเป็นกฎหมายที่ต้องดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ พม. ได้ยกร่างกฎกระทรวงเรื่องการจัดสวัสดิการสังคมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเสร็จแล้ว และได้เสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งทางคณะกรรมการก็เห็นชอบ เหลือเพียงรอเสนอต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เพื่อประกาศบังคับใช้ลงในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น
สำหรับรายละเอียดของการจัดสวัสดิการสังคมเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นนั้น นางเทพวัลย์ อธิบายว่า สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงจะมีด้วยกัน 4 หมวด คือ
1. ส่งเสริมสนับสนุนให้สภาเด็กและเยาวชนระดับจังหวัดและระดับอำเภอสร้างเครือข่ายเด็กและเยาวชนในพื้นที่เพื่อเป็นแกนนำในการป้องกัน แก้ไข และเฝ้าระวังปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพราะเด็กจะมีความเข้าใจในตัวเด็กด้วยกันมากกว่าผู้ใหญ่ การสื่อสารกันผ่านเด็กเองจะประสบความสำเร็จมากกว่า ซึ่ง พม. จะมีการให้งบประมาณสนับสนุน ผ่านกองทุนคุ้มครองเด็กและเยาวชน อย่างที่ผ่านมาก็เคยมีการจัดโครงการ “DJ TEEN นักสื่อสารเพื่อการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น” เป็นการอบรมแกนนำเยาวชนในแต่ละพื้นที่ ในการเป็นดีเจ จัดรายการให้ความรู้แก่เพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
2. ส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ประสานงาน เฝ้าระวัง และความช่วยเหลือแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และครอบครัว 3. จัดสวัสดิการสังคมให้แก่วัยรุ่นตั้งครรภ์และครอบครัว ซึ่งต้องสอดคล้องกับสิทธิเด็กหรือวัยรุ่น และ 4. การบริหารจัดการ โดยจะมีการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้มีความรู้และความเข้าใจในปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เพื่อช่วยแก้ปัญหา และเฝ้าระวัง รวมไปถึงบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีกลไกในการติดตามการประเมินผล
“การจัดสวัสดิการสังคมให้แม่วัยรุ่นนั้น หลักๆ ประกอบด้วย การให้บริการคำปรึกษาผ่านสายด่วน โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ การหาที่พักที่ปลอดภัยแก่วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และคู่ เพราะบางคนเมื่อตั้งครรภ์ที่บ้านไม่สามารถยอมรับได้ ไม่สามารถกลับบ้านได้ ก็จะมีการจัดบริการหาที่พักให้ด้วย ซึ่ง พม. จะมี “บ้านพักเด็กและครอบครัว” ที่สามารถรองรับการดูแลได้ โดยจะกระจายอยู่จังหวัดละ 1 แห่ง ซึ่งจะมีการตั้งเป็นศูนย์รักษ์เด็กขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดูแลแม่วัยรุ่นให้มีที่พักที่ปลอดภัย โดยสามารถอยู่พักได้ประมาณ 3 เดือน แต่สำหรับบางรายที่มีความจำเป็นจริงๆ ก็อาจจะให้อยู่จนคลอด ก็จะดูเป็นกรณีไป” นางเทพวัลย์ กล่าว
นางเทพวัลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการเชื่อมโยงสิทธิต่างๆ ของแม่วัยรุ่น เช่น บริการด้านการแพทย์ ทั้งการฝากครรภ์ การดูแลครรภ์ และการคลอด การศึกษา ก็มีการประสานให้ได้รับการเรียนต่อ การฝึกอาชีพเพื่อช่วยให้แม่วัยรุ่นและพ่อวัยรุ่นมีงานทำและมีรายได้ รวมถึงการพิจารณาการให้เงินอุดหนุนเด็กแรกคลอด เป็นต้น และหากบ้านพักเด็กและครอบครัว ประเมินแล้วว่าแม่วัยรุ่นรายดังกล่าวไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเองได้ ก็อาจมีการประเมินในการส่งสถานสงเคราะห์ในการช่วยเลี้ยงดูเด็กอ่อน หรือส่งไปอยู่ตามบ้านหรือหาครอบครัวทดแทน เพื่อช่วยดูแลเลี้ยงดูเด็กชั่วคราวให้ โดย พม. จะให้เงินสนับสนุนในการเลี้ยงดูเดือนละ 2 - 3 พันบาท เป็นต้น จนเมื่อแม่วัยรุ่นมีความพร้อม เช่น มีอาชีพ มีงานทำ ก็สามารถมารับตัวบุตรกลับไปเลี้ยงดูด้วยตัวเองได้
“การดูแลสวัสดิการต่างๆ ของแม่วัยรุ่นนั้น เรามีการดำเนินการนำร่องมาก่อนแล้ว แต่การออกประกาศกฎกระทรวงจะทำให้ทุกอย่างมีความชัดเจนขึ้น ซึ่ง พม.มีความพร้อมในการดูแลแม่วัยรุ่นอยู่แล้ว” นางเทพวัลย์ กล่าว
การมีสวัสดิการช่วยเหลือ “แม่วัยรุ่น” ที่พลั้งพลาดตั้งครรภ์ขึ้นมา นับเป็นสิ่งที่ดี นับตั้งแต่การให้ข้อมูลและทางเลือกแก่วัยรุ่นในการตัดสินใจ ซึ่งจะช่วยลดการทำแท้งเถื่อนลงได้ รวมไปถึงช่วยให้ตัวแม่วัยรุ่นเองและเด็กที่เกิดมาได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่สิ่งสำคัญคือแม้จะมีสวัสดิการช่วยเหลือ แต่การป้องกันและแก้ไขปัญหาจริงๆ อยู่ที่การป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ตั้งแต่แรกเริ่มดีที่สุด


