xs
xsm
sm
md
lg

ชะลอสิทธิประโยชน์ใหม่ “บัตรทอง” อาจต้องขอใช้งบกลางปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รมว.สธ. เผย สำนักงบฯ ปรับเพิ่มงบบัตรทองให้อีก 500 ล้านบาท ช่วยคงสิทธิประโยชน์เดิมไว้ได้ ชี้สิทธิประโยชน์ใหม่ อาจต้องชะลอ ดูตามสภาพเศรษฐกิจ สำนักงบฯ แนะของบกลางปีแทน

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวถึงกรณีสำนักงบประมาณปรับเพิ่มงบกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ให้อีก 500 ล้านบาท หลังจากมีการหารือถึงความจำเป็น เพราะมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากขึ้น ว่า คณะกรรมการเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมี ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล เป็นประธานได้เสนอข้อมูลทางวิชาการว่า ควรเพิ่มงบบัตรทองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 4.2 ต่อปี เพื่อคงสิทธิประโยชน์ในบัตรทองให้เหมือนเดิม ซึ่งการเพิ่มงบประมาณให้อีก 500 ล้านบาท ถือว่าเป็นไปตามข้อมูลวิชาการ ดังนั้น สิทธิประโยชน์เดิมที่มีอยู่ไม่ลดลงแน่นอน เพียงแต่การขยายสิทธิประโยชน์ในโครงการใหม่ๆ ก็ให้ดูตามความเหมาะสมของสภาวะเศรษฐกิจ โดยอาจต้องชะลอไปก่อน ซึ่งสำนักงบประมาณเข้าใจและแนะนำให้ขอจากงบประมาณกลางปีแทน

“งบประมาณของประเทศมีจำกัด จึงต้องบริหารจัดการงบที่มีอยู่จำกัดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่ สปสช. และ สธ. ดำเนินมาตลอด” รมว.สธ.กล่าว

นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รักษาการเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการได้รับการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปี 2561 ว่า โดยสรุปแล้ว สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบกองทุนลักประกันสุขภาพแห่งชาติประจำปี 2561 เป็นจำนวนเงิน 128,533 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้ให้แนวทางในการบริหารงบประมาณเพื่อไม่ให้กระทบกับการให้บริการประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของสิทธิประโยชน์เดิมที่มีอยู่ ขณะที่ในส่วนของหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขนั้น ก็จะมีการบริหารร่วมกันระหว่าง สปสช.และกระทรวงสาธารณสุขภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่

รักษาการเลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่นั้น ภายหลังการหารือร่วมกันนำโดย ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระหว่าง สปสช. และสำนักงบประมาณเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ผลเป็นที่น่าพอใจ สำนักงบประมาณเข้าใจมากขึ้น และคาดว่า จะปรับเพิ่มตามความจำเป็นภายใต้ข้อจำกัดงบประมาณของประเทศ โดยสำนักงบประมาณได้ให้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 511 ล้านบาท สำหรับสิทธิประโยชน์ใหม่ที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพิ่มให้สิทธิประโยชน์ 3 รายการ ได้แก่

1. การคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในกลุ่มเสี่ยง อายุ 50 ปีขึ้นไป 2. วัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก และ 3. ค่าบริการสาธารณสุขกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน (Emergency Claim Online: EMCO) ที่มีการจัดทำราคาค่าใช้จ่ายตามรายการ (Free schedule)
กำลังโหลดความคิดเห็น...