xs
xsm
sm
md
lg

กว่าจะเป็น “ช่างทันตกรรม” ไม่ใช่เรื่องง่าย!! อย่าหลงเชื่อขาย “ฟันปลอม-รีเทนเนอร์” เถื่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


โดย...สิรวุฒิ รวีไชยวัฒน์

การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟัน ถือว่า มีค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร หลายคนจึงหันไปรับบริการทำฟันปลอมเถื่อนตามตลาดนัดแผงลอยริมถนน และห้างสรรพสินค้า เพราะเห็นว่ามีราคาถูก สะดวกรวดเร็ว และรอรับฟันปลอมได้ทันที ขณะที่แฟชั่นการจัดฟันก็มาแรง มีทั้งรับจัดฟันเถื่อน ไปจนถึงขั้นขายอุปกรณ์พิมพ์ฟันผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อจัดทำรีเทนเนอร์ส่งให้ถึงบ้านทันที

ทั้งนี้ การใช้ฟันปลอมเถื่อน และรีเทนเนอร์เถื่อน ซึ่งไม่ได้รับบริการจากทันตแพทย์โดยตรงนั้น ถือว่าอันตรายอย่างมาก เพราะจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพปากและฟันได้ เช่น เกิดการสบฟันผิดปกติ ฟันอ่อนแอลง เกิดแผลเรื้อรังในช่องปาก มีปัญหาการเคี้ยวอาหารไปจนถึงการทำงานของขากรรไกรแบบถาวร โดยเฉพาะการใส่รีเทนเนอร์เถื่อนถึงขั้นทำให้ฟันที่จัดไว้ดีแล้วเสียทรง โยก เก และล้มได้ จนต้องเสียเงินเพื่อรักษาอีกจำนวนมาก

เรียกว่า...ได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน หากเห็นแก่ของราคาถูกเช่นนี้ ซึ่งการทำฟันปลอม การจัดฟัน หรือการใส่รีเทนเนอร์ ควรรับบริการจากทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง จะช่วยให้มีความปลอดภัยมากกว่า เพราะเครื่องมือแพทย์ต่างๆ ที่นำมาใส่ในช่องปาก ทั้งฟันปลอม และ รีเทนเนอร์ ล้วนได้รับการผลิตจาก “ช่างทันตกรรม” ที่มีความรู้ ความชำนาญ และจัดทำให้เหมาะสมกับ “คนไข้” แต่ละรายตามที่ทันตแพทย์ส่งข้อมูลให้ผลิต

นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กซา ซีแลม จำกัด ต.สันพระเนตร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ สถานที่ผลิตฟันปลอมและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทางทันตกรรม เปิดเผยว่า การผลิตอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในทางทันตกรรมจะต้องได้มาตรฐาน อย่างฟันปลอมที่ผลิตก็ต้องเหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย ซึ่งมีฟันที่ต่างกัน เราก็ต้องผลิตตามที่ทันตแพทย์ส่งข้อมูลมาว่ารูปร่างฟันของคนไข้รายนี้เป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าจะผลิตเป็นแบบสำเร็จรูปเหมือนๆ กันแล้วนำไปใส่ในช่องปากใครก็ได้ เพราะใส่แล้วต้องดูเรื่องการสบฟันด้วยว่ามีปัญหาหรือไม่ ซึ่งทันตแพทย์จะทราบดีและส่งข้อมูลว่าฟันปลอมที่ต้องการเป้นอย่างไร ก็จะมีการผลิตส่งให้ เช่นเดียวกับรีเทนเนอร์ก็ต้องส่งข้อมูลฟันของคนไข้มาว่าลักษณะของฟันเป็นอย่างไร เพื่อจัดทำรีเทนเนอร์ที่เหมาะสมกับการเรียงตัวของฟันของคนไข้ แต่ปัญหาคือมักพบพวกเลียนแบบ ซึ่งทำไม่ได้มาตรฐานและทำให้เกิดปัญหากับช่องปากในที่สุด

สำหรับ “ช่างทันตกรรม” นั้น เรียกได้ว่าเป็นช่างที่ต้องอาศัยแรงงานฝีมือในการผลิตอุปกรณ์ที่ใช้ทางทันตกรรม นายอนุชา กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการช่วยผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรม แต่ก็ยังต้องอาศัยฝีมือของช่างทันตกรรมในการผลิตอยู่ดี ซึ่งยังต้องใช้แรงงานช่างทันตกรรมผลิตอยู่มากกว่า 90% ซึ่งบริษัทเอ็กซาฯ แม้จะเป็นบริษัทใหญ่ อย่างสาขาใหญ่ที่ จ.เชียงใหม่ ก็มีช่างทันตกรรมกว่า 300 คน สามารถผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรมได้ประมาณ 1,200 เคสขึ้นไปต่อวัน แต่ไม่ถึง 1,500 เคส ก็มีทั้งการผลิตฟันปลอมแบบติดแน่น ฟันปลอมแบบถอดได้ อุปกรณ์จัดฟัน รีเทนเนอร์ อุปกรณ์ครอบฟันป้องกันการนอนกรน เป็นต้น แต่ถามว่าปัจจุบันช่างทันตกรรมในประเทศไทยเพียงพอต่อการผลิตเพื่อใช้งานหรือไม่ ตอบเลยว่ายังไม่เพียงพอ

ประเทศไทยยังขาดแคลนช่างทันตกรรม เช่นเดียวกับในหลายๆ ประเทศ ถือว่าเป็นอาชีพที่มีความต้องการมากและต้องฝึกช่างทันตกรรมขึ้นมาใหม่ให้รวดเร็ว ซึ่งปีที่ผ่านมาการขยายตัวของการผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรมเพิ่มมากถึง 30% โดยปี 2560 ตั้งเป้าที่จะขยายเพิ่มขึ้นอีก 25% ถือว่าเป็นแรงงานที่มีความต้องการอย่างมาก ขณะที่การเรียนการสอนผลิตช่างทันตกรรมออกมานั้นปัจจุบันมีเพียงของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เท่านั้นที่เปิดสอน แต่ก็ผลิตออกมาได้ปีละไม่มากคือประมาณ 20 คนต่อปีเท่านั้น ซึ่งทางภาครัฐต้องพิจารณา” นายอนุชา กล่าว

สำหรับการเรียนการสอนช่างทันตกรรมนั้นพบว่า มีเพียง “โรงเรียนเทคโนโลยีทันตกรรม” อยู่ภายใต้สังกัดของคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีด้วยกัน 2 หลักสูตร คือ 1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาช่างทันตกรรม รับนักศึกษาปีละประมาณ 15 - 20 คน ใช้เวลาในการศึกษาตลอดหลักสูตร 2 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี และ 2.หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีทันตกรรม (ต่อเนื่อง 2 ปี) รับนักศึกษาปีละ 10 - 15 คน จากผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาช่างทันตกรรม และมีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 2 ปี ใช้เวลาในการศึกษาตลอดหลักสูตร 2 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี ถือว่าผลิตได้ค่อนข้างน้อยมาก

การแก้ปัญหาเพิ่มช่างทันตกรรมนั้น นายอนุชา เล่าว่า ในส่วนของบริษัทจะอบรมบุคลากรเอง เช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรมเช่นกัน เพราะต้องพึ่งตัวเอง โดยให้ทำงานไปด้วยและฝึกอบรมไปด้วย ซึ่งเราใช้หลักสูตรที่มีอยู่แล้วของคณะทันตแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ในการอบรมซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ปี ซึ่งแต่กว่าที่คนๆ หนึ่งจะเก่งจริงๆ ที่จะรู้เรื่องราวทั้งหมดในการผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรมต้องใช้เวลา 3 - 5 ปี อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเคยมีการทำร่วมกับโรงเรียนอาชีวะในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเรียนวิชาทั่วไปในโรงเรียนอาชีวะ แต่วิชาช่างทันตกรรมมาเรียนกับบริษัท ซึ่งใช้หลักสูตรของมหิดลในการอบรม แต่ภายหลังก็ปิดตัวไป เนื่องจากไม่เป็นที่นิยมในนักเรียน ทั้งที่จริงแล้วถือว่าเมื่อเรียนรู้แล้วจะเป็นวิชาชีพที่ติดตัวไป ตลาดแรงงานมีความต้องการสูง และรายได้ค่อนข้างดีกว่าปริญญาตรีบางสาขา

“ขณะนี้บริษัทกำลังจะร่วมมือกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ในการจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานของช่างทันตกรรม ซึ่งก็ใช้หลักสูตรของมหิดลเช่นกันในการจัดทำเป็นมาตรฐาน ร่วมกับใช้ประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศ และมาตรฐานที่คนของเราต้องมาเรียนที่นี่มาบวกเข้าไปเป็นทักษะของการทำงาน ซึ่งจะทำออกมาเป็นมาตรฐานฝีมือแรงงาน” นายอนุชา กล่าว

จะเห็นได้ว่า กว่าจะเป็น “ช่างทันตกรรม” ได้ จะต้องมีการเรียนการสอน และผ่านการอบรมยาวนานหลายปี จึงมีความชำนาญในการที่จะผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรมออกมาได้ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะมาผลิตได้ โดยคุณลักษณะของช่างทันตกรรมนั้น นายอนุชา มองว่า ช่างทันตกรรมนั้นก็เป็นการออกแบบชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น จะต้องมาเรียนรู้เรื่องของฟัน เพราะต้องทำให้เหมือนฟันข้างเคียง และเอาไปใช้ได้จริง เป็นเรื่องของความสวยงามและฟังก์ชัน ถ้าทั้งสองอย่างไม่ได้ก็เอาไปใช้งานจริงไม่ได้ เรียกได้ว่าต้องมีความรู้ในเรื่องของฟัน ทั้งการเรียกชื่อฟัน จำนวนฟันต่างๆ โครงสร้างฟัน และควรมีความเป็นศิลปินบ้าง พร้อมที่จะเรียนรู้ ซึ่งเรามีการสอนอยู่แล้ว เพื่อที่จะสามารถออกแบบฟันปลอม อุปกรณ์ทางทันตกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมที่สุด เพราะฟันของแต่ละคนต่างกัน ทุกเคสคือต้องทำใหม่ทั้งหมด

สำหรับขั้นตอนในการผลิตอุปกรณ์ทางทันตกรรม นายอนุชา เล่าว่า ก็จะรับไฟล์ข้อมูลมาจากทันตแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการเอกซเรย์ช่องปาก การสแกนช่องปากเพื่อให้ได้ภาพแบบ 3 มิติ มาผลิตตามข้อมูลที่ได้รับมา เมื่อผลิตเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะมีการจัดส่งไปยังลูกค้า ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลและคลินิกต่างๆ ผ่านทุกช่องทางที่สามารถส่งได้ ซึ่งคลินิกและโรงพยาบาลในประเทศไทยเราดูแลอยู่ประมาณ 2,000 แห่ง ส่วนต่างประเทศมีประมาณ 27 แล็บ ที่สั่งทำอุปกรณ์ทันตกรรมจากเรา ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรป เช่น นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฝรั่งเศส สวีเดน รวมไปถึงญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย เป็นต้น

“ช่างทันตกรรม” ถือเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ และมีความต้องการในตลาดแรงงานอย่างมาก เพราะมีการผลิตใช้ทั้งในประเทศ และส่งออกด้วยฝีมือของแรงงานคนไทย ที่ได้รับการยอมรับมาตรฐานระดับโลก รู้เช่นนี้แล้วก็อย่าหลงเชื่อไปใช้บริการฟันปลอมเถื่อน รีเทนเนอร์เถื่อน รับบริการจากทันตแพทย์และอุปกรณ์ทันตกรรมที่ผลิตจากช่างที่มีคุณภาพจะดีกว่า