xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดนัดหาคู่ให้ลูกในเซี่ยงไฮ้เฟื่อง /สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


บ่ายคล้อยวันเสาร์เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ดิฉันได้มีโอกาสไปเยือนสวนสาธารณะแห่งหนึ่งชื่อว่า People's Park ตั้งอยู่ในมหานครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน รู้สึกตื่นตาตื่นใจมากที่ได้มาเยือนถึงถิ่น เพราะก่อนหน้านี้เคยได้ยินข่าวเรื่องราวของที่นี่มาแล้ว
ไม่ใช่แค่เพียงลักษณะทางประวัติศาสตร์ของสวนสาธารณะแห่งนี้ที่แต่เดิมไม่ได้ชื่อนี้ ในยุคตะวันตกครอบงำ ที่นี่เป็นเขตตะวันตก และมีป้ายที่ลือลั่นว่าห้ามสุนัขและคนจีนเข้า เมื่อจีนปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง พรรคคอมมิวนิสต์จีนจึงเปลี่ยนชื่ออย่างที่เห็นที่และเป็นอยู่
ที่นี่กลายเป็นตลาดนัดหาคู่ที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะแห่งนี้
อ่านเรื่องราวมาก็ว่าน่าทึ่งแล้ว เมื่อได้มาเห็นของจริงกับตา ยิ่งเข้าใจประโยคที่ว่า สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
ช่วงเวลาที่ไปเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนมากันเยอะมาก ย้ำว่าคนเยอะมาก ไม่แพ้ตลาดนัดขายของทั่วไป ถึงขนาดต้องเดินเบียดเสียดผู้คนในบางช่วงทีเดียว ต่างกันก็เพียงที่นี่ไม่มีของขาย มีแต่ป้ายติดประกาศหาคู่ให้ลูกเท่านั้น
ดิฉันเข้าไปพร้อมกับสามีและลูกชายคนโต โดยมีน้องนักศึกษาปริญญาเอกชื่อจี ช่วยนำทางและเป็นล่ามให้เราด้วย
แน่นอนเมื่อดิฉันมากับลูกชายและทำท่าสอดส่ายสายตาไปทั่ว มีหรือจะไม่ตกอยู่ในสายตาของคนจีนที่นั่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อแม่ที่มาหาคู่ให้ลูกผ่านตลาดนัดแห่งนี้ มีผู้หญิงรุ่นแม่คนหนึ่งตรงดิ่งมาหาดิฉันและพูดภาษาจีนด้วย น้องจีบอกว่าเธอถามว่าดิฉันมาหาอะไร ประมาณว่าคงเห็นดิฉันมากับลูกชายซะขนาดนี้ อาจจะมาหาสาวให้ลูกกระมัง
บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยพ่อแม่ที่ต้องการมาหาคู่ให้ลูก แล้วนำชื่อพร้อมรายละเอียดคุณสมบัติของหนุ่มหรือสาวที่ต้องการ พร้อมบอกรายละเอียดต่าง ๆ ของลูกตัวเองไว้ เช่น ส่วนสูง อายุ การศึกษา เมืองที่อยู่ หน้าที่การงาน เงินเดือน ลักษณะนิสัย ไปจนถึงพื้นเพของครอบครัว เขียนใส่กระดาษ A4 และติดประกาศไว้บนร่มวางเรียงรายมากมาย บางคนก็ติดกับป้ายไม้แล้วถือชูเอาไว้ บางคนก็เอาติดกับเสื้อของตัวเองที่ใส่อยู่ เรียกว่า พยายามทำให้เตะตาและเรียกร้องความสนใจให้ได้มากที่สุด
พ่อแม่ที่มีลูกสาวลูกชายโสด อยากจะหาคู่ครองให้ลูก ก็จะมาพูดคุยกับอีกฝ่าย หากเกิดถูกชะตาก็จะพูดคุยกัน ถ้าตกลงกันได้ ก็จะนัดหมายให้ลูกสาวลูกชายไปพบกัน เพื่อทำความรู้จักกัน ถ้าเข้ากันได้ก็ลงเอยด้วยการแต่งงาน
น้องจีอ่านป้ายบางคนให้ฟังว่าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ที่พ่อแม่ต้องการหาเจ้าบ่าวให้ลูกสาว บางคนมีอาชีพการงานที่ดีมีจำนวนไม่น้อยทีเดียว บางคนเป็นหมอ บางคนเป็นข้าราชการ พ่อแม่พยายามให้รายละเอียดค่อนข้างมาก บางคนบอกถึงอุปนิสัย เรียนที่ไหน จบที่ไหน ได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ เรียกว่าคุณสมบัติบางคนไม่ธรรมดาทีเดียวเชียว รายได้ก็ไม่ธรรมดา แต่มีข้อน่าสังเกตว่าส่วนใหญ่จะบอกว่าเกิดปี 1982 หรือ 1984 ประมาณนั้น
แล้วทำไมจึงต้องมาหาคู่ผ่านตลาดนัดด้วยเล่า
ถ้าคนทั่วไปมองก็คงขำ แม้แต่ลูกชายดิฉันเองก็งง แล้วถามว่าทำไมคนเป็นพ่อแม่ต้องทำกันขนาดนี้ มันเป็นเรื่องของลูก ทำอย่างนี้พ่อแม่ทำร้ายลูกหรือเปล่า
ความจริงเรื่องหาคู่ของชาวจีนเป็นวิถีของเขามาโดยตลอด ดิฉันเองก็มีเชื้อสายจีนก็พอจะเข้าใจอยู่ เพราะในรุ่นพ่อแม่ก็ผ่านวิถีของการคลุมถุงชนมาเช่นเดียวกัน เพียงแต่มิใช่การบังคับโดยตรง แต่เป็นการแนะนำผ่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพ จากนั้นก็นัดเจอกัน ซึ่งส่วนใหญ่ลูก ๆ ยุคนั้นก็จะเชื่อฟังพ่อแม่และก็ยอมแต่งงานตามที่ผู้ใหญ่จับคู่ให้
พอมาถึงยุคสมัยนี้ ชาวจีนก็ผ่อนคลายเรื่องคลุมถุงชนไปมาก นี่ก็คงเป็นวิวัฒนาการอีกอย่างของพวกเขาที่เป็นห่วงกลัวลูกไม่ได้แต่งงาน เพราะเรื่องการแต่งงานเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับชาวจีน ถ้าบ้านไหนลูกสาวไม่ได้แต่งงาน พ่อแม่ก็จะกลุ้มใจมาก เพราะกลัวว่าแก่ตัวไปจะลำบาก
แม้ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยจะยอมให้คลุมถุงชน และผู้หญิงยุคนี้ก็มีทัศนคติไม่ค่อยแคร์เรื่องที่ไม่ได้แต่งงาน เพราะเชื่อว่าตัวเองสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ ชีวิตคู่ไม่ได้เป็นความจำเป็นที่สุดของชีวิตแล้ว
ตลาดนัดหาคู่แห่งนี้มีมาตั้งแต่ปี 2004 ยังไม่เคยมีตัวเลขชัดเจนว่าพ่อแม่เหล่านั้นมีความสำเร็จในการหาคู่กันได้กี่คู่ แต่ด้วยระยะเวลาที่มีมากว่า 10 ปี ก็น่าเชื่อว่ามีความสำเร็จได้ระดับหนึ่ง
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้ามองในมุมบวก การที่พ่อแม่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ก็ต้องถือเป็นอีกกิจกรรมของผู้สูงวัย ที่ได้มีโอกาสมาพบปะกับคนในวัยเดียวกัน พูดคุยเรื่องเดียวกัน มีปัญหาคล้าย ๆ กัน ก็น่าจะเป็นเรื่องดี ทำให้พวกเขามีสังคม
ความสำเร็จในการหาคู่อาจเป็นเรื่องหนึ่ง
แต่ที่สำเร็จและติดตลาดแน่ ๆ คือ กลายเป็นสมาคมของคนค่อนข้างสูงวัยที่มีปัญหาใกล้เคียงกันได้มาพบปะพูดจากัน


ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่