xs
xsm
sm
md
lg

ควรให้ลูกเรียนดนตรีเมื่อไหร่ดีนะ / ดร.แพง ชินพงศ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ภาพจาก www.classicthaisong.com/
คำถามที่ผู้เขียนมักได้ยินบ่อย ๆ จากคุณพ่อคุณแม่ ก็คือ ควรจะให้ลูกเริ่มเรียนดนตรีตอนอายุเท่าไหร่ เครื่องดนตรีอะไรที่เหมาะกับวัยของลูก และควรเริ่มปลูกฝังในเรื่องดนตรีกับลูกอย่างไร แท้จริงแล้วเด็กทุกคนมีธรรมชาติของดนตรีอยู่ในตัวอยู่แล้ว สังเกตได้จากเด็กเล็กเมื่อได้ยินเสียงดนตรี เด็ก ๆ จะกระโดดโลดเต้นโยกย้ายไปมาตามเสียงและจังหวะของดนตรี ดังนั้น พ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังเรื่องของดนตรีให้แก่ลูกตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ร้องเพลงกล่อมลูก ตั้งแต่ลูกยังอยู่ในครรภ์ คุณพ่อคุณแม่สามารถร้องเพลงกล่อมลูกพร้อมกับเอามือเคาะเบา ๆ เป็นจังหวะเดียวกับเพลงที่ร้องที่ท้องของคุณแม่ เพราะเด็กสามารถได้ยินได้ตั้งแต่อายุ 4 เดือนในครรภ์ นอกจากนี้ ในช่วงที่ลูกคลอดออกมาแล้วอยู่ในวัยทารก คุณพ่อคุณแม่ควรร้องเพลงให้ลูกฟังอยู่เสมอ เพราะนั่นเป็นการเริ่มต้นพัฒนาในเรื่องของการฟังและเรื่องของภาษาให้กับลูกได้เป็นอย่างดี

2. ส่งเสริมให้ลูกฟังเพลง เด็กในช่วงอายุ 2 - 6 ปี เป็นช่วงวัยที่มีความสามารถในเรื่องของทักษะการฟังสูงมาก เพราะเป็นช่วงที่พัฒนาการทางด้านการฟังมีการพัฒนาอย่างเต็มที่ ดังนั้น ในช่วงวัยนี้คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดเพลงให้ลูกฟังบ่อย ๆ โดยเพลงที่เลือกนำมาเปิดให้ลูกฟังนั้น ควรเป็นทั้งเพลงที่มีเนื้อร้องที่เหมาะกับวัยของเด็กและควรให้เด็กได้ฟังเพลงบรรเลงด้วย

3. ให้ลูกเคลื่อนไหวตามจังหวะดนตรี คุณพ่อคุณแม่สามารถเปิดเพลงที่มีจังหวะหลากหลายให้ลูกได้เต้นหรือขยับตัวตาม กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่เด็ก ๆ ชอบมาก เพราะเป็นการตอบสนองต่อธรรมชาติของเด็กที่ชอบเคลื่อนไหว และถ้าให้สนุกยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือ คุณพ่อคุณแม่ร่วมเต้นหรือขยับตัวเคลื่อนไหวไปกับลูกด้วย

4. ให้ลูกสัมผัสอุปกรณ์ดนตรี คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้สัมผัสกับอุปกรณ์ดนตรี โดยให้ลูกลองเล่นอุปกรณ์ดนตรีที่เกิดเสียงประเภทต่าง ๆ โดยเริ่มจากเครื่องดนตรีที่เป็นของเล่นก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนามาให้ลูกเล่นเครื่องดนตรีจริง ๆ ซึ่งควรเริ่มจากเครื่องดนตรีประเภทประกอบจังหวะ ได้แก่ เครื่องตี เครื่องเคาะ เครื่องเขย่า เช่น กลอง แทมโบรีน ลูกแซก

ส่วนการที่จะให้ลูกเริ่มเรียนเครื่องดนตรีประเภททำทำนองได้นั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถให้ลูกเริ่มเรียนได้ตั้งแต่ลูกอายุประมาณ 5 - 6 ปี เพราะเด็กในวัยนี้มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย ทั้งกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก รวมทั้งพัฒนาการทางด้านสมองและความคิดสร้างสรรค์ที่เหมาะสมเพียงพอจะเริ่มเรียนได้แล้ว โดยเครื่องดนตรีที่เหมาะกับเด็กในวัยนี้ คือ

- เครื่องดนตรีสากล ได้แก่
1) เปียโน เพราะเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงที่คงที่และเกิดเสียงได้ง่ายกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ อีกทั้งมีระยะห่างของแต่ละคีย์ที่ไม่กว้างเกินไปสำหรับเด็กในวัยนี้ในการควบคุมกล้ามเนื้อนิ้วมือทั้ง 5 นิ้วของทั้งมือซ้ายและมือขวา
2) ไวโอลิน เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายที่เด็กในวัย 5 - 6 ปี สามารถเล่นได้ ซึ่งในสมัยนี้มีการย่อส่วนขนาดไวโอลินให้เล็กลงจากขนาดปกติเพื่อให้เด็กในวัยนี้สามารถเล่นได้ง่ายขึ้น
3) ฟลุต เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าที่มีขนาดไม่ใหญ่นักและสามารถปรับเปลี่ยนท่อนหัวไปใช้แบบโค้งได้ ซึ่งทำให้ฟลุตไม่มีขนาดยาวเกินไปจนมือของเด็กในวัย 5 - 6 ปี เอื้อมไม่ถึง
- เครื่องดนตรีไทย ได้แก่
1) ขิม เป็นเครื่องดนตรีที่มีตัวโน้ตแน่นอน จึงเล่นง่ายและชัดเจนในการบรรเลงอีกทั้งไม่ต้องออกแรงมากในการเล่น จึงเป็นเครื่องดนตรีไทยที่เด็กๆในวัย 5 - 6 ปี สามารถเล่นได้ดี

2) ขลุ่ย เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าที่มีวิธีการบรรเลงและตัวโน้ตที่ไม่ซับซ้อนที่เด็กในวัยนี้สามารถเล่นได้ไม่ยากนัก

3) ระนาดเอก เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องตีที่ควรเริ่มเล่นในเด็กวัย 6 - 7 ปี เพราะระนาดเอกเป็นเครื่องดนตรีที่ต้องออกแรงในการเล่น อีกทั้งผู้เล่นต้องมีข้อมือที่แข็งแรงและสามารถควบคุมน้ำหนักมือทั้งซ้ายและขวาให้มีความสมดุลกันได้ดี

จากบทความนี้คงจะตอบคำถามของผู้ปกครองหลายคนได้ว่าควรจะให้ลูกเริ่มเรียนดนตรีตั้งแต่อายุเท่าไหร่ คุณพ่อคุณแม่สามารถปลูกฝังให้เด็กได้มีโอกาสสัมผัสกับดนตรีได้อย่างไร อีกทั้งเครื่องดนตรีชนิดไหนที่เหมาะกับลูกวัยแรกเริ่มในการเรียนดนตรี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเรียนดนตรี ก็คือ การให้ลูกได้มีความสุขสนุกสนานในการได้สัมผัสกับดนตรี และให้ดนตรีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเด็กนั่นเอง

ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่



กำลังโหลดความคิดเห็น...