xs
xsm
sm
md
lg

รามาฯ ยัน “ปอ ทฤษฎี” ไม่ตาย อาการยังทรงตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รพ.รามาฯ รับ “ปอ ทฤษฎี” อาการทรุดหนักจากไข้เลือดออก พบตกเลือดภายใน ไตวายเฉียบพลัน เผยยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ระบุเลือดยังพอสำหรับคืนนี้ ขอรับบริจาคเวลาทำการ ยันยังไม่เสียชีวิต ด้าน คร. ชี้เลือดออกมาก เกล็ดเลือดต่ำทำอาการรุนแรง

รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ให้สัมภาษณ์ถึงอาการ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ซึ่งป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก ว่า รพ.รามาฯ ได้รับคนไข้มาตั้งแต่เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่พบว่าอาการแย่ลงจึงได้ย้ายตัวผู้ป่วยมา ขณะนี้ถือว่ายังอาการรุนแรง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ผู้ป่วยมีอาการตกเลือดในอวัยวะภายใน ไตวายเฉียบพลัน ซึ่งคณะแพทย์กำลังอยู่ระหว่างให้การรักษาอย่างเต็มที่ โดยมีคณะแพทย์หลายส่วน ทั้งแพทย์ด้านโรคติดเชื้อ ด้านเลือด ด้านผู้ป่วยอาการวิกฤต ซึ่งถือว่าอาการขณะนี้ถือว่าผู้ป่วยอยู่ในช่วงที่อาการหนัก

สำหรับการบริจาคเลือดนั้น ขอให้เดินทางมาในเวลาทำการ​ ส่วนในคืนวันที่ 10 พ.ย. รพ. ยังมีเลือดเพียงพอในการดูแลผู้ป่วย แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะต้องใช้เลือดในปริมาณเท่าใดในวันต่อไป แต่คณะแพทย์พยายามให้เลือดเท่าที่จำเป็น หากประชาชนต้องการบริจาคเลือดกรุ๊ป เอ ก็สามารถทยอยเดินทางมาบริจาคได้ ทั้งที่โรงพยาบาลรามาธิบดี อาคารสมเด็จพระเทพฯ ตึก 3 และอาคาร 1 ชั้น 1 ในเวลา 08.30 - 16.30 น. " ผอ.รพ.รามาฯ กล่าว

ต่อมาเวลา 20.30 น. นพ.สุรศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวว่า ปอ ทฤษฎี เสียชีวิตลงว่า ขอยืนยันว่า ขณะนี้ ปอยังมีชีวิตอยู่ ส่วนอาการนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่โดยรวมอาการก็ยังคงทรงตัวอยู่

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ไข้เลือดออกตั้งแต่ ม.ค.- พ.ย. มีผู้ป่วยประมาณ 100,000 ราย เสียชีวิตประมาณ 100 ราย โดยสถานการณ์เมื่อเทียบกับปี 2556 ยังไม่รุนแรงเท่า เนื่องจากปี 2556 เกิดไข้เลือดออกระบาดใหญ่มีผู้ป่วยถึง 150,000 ราย อย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่ประมาท ทาง คร. เตือนให้มีการเฝ้าระวัง ป้องกันยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะอยู่เสมอ ส่วนกรณีข่าวดาราป่วยไข้เลือดออกรุนแรงนั้น อาการรุนแรงเกิดขึ้นได้จาก 1. เลือดออก และ 2. ช็อก ซึ่งกรณีนี้เห็นในข่าวมีการขอบริจาคเลือด อาจมาจากเลือดออกมาก หมายถึงน้ำเหลืองซึมจากเส้นเลือดออกมา และอาจเกิดภาวะช็อกได้ รวมไปถึงอาจเกิดกรณีเกล็ดเลือดต่ำทำให้เลือดออกนั่นเอง

“ตรงนี้ต้องรักษาแบบประคับประคอง เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มียารักษาโดยตรง สำหรับอาการเบื้องต้นสังเกตได้จากไข้สูง มีเลือดออก หรือคลื่นไส้อาเจียน บางรายมีอาการปวดท้องข้างขวาจากตับบวม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสังเกตได้ในช่วงแรก ๆ บางครั้งเจาะเลือดตรวจครั้งเดียวก็ไม่ทราบ จำเป็นต้องตรวจซ้ำ ดังนั้น หากมีอาการไข้สูง และไข้ไม่ลดควรพบแพทย์ทันที” นพ.โอภาส กล่าว

ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่


กำลังโหลดความคิดเห็น...