เครือข่ายเยาวชนฯ บุก สธ. ทวงถามความคืบหน้า กม. จัดโซนนิงร้านเหล้ารอบสถานศึกษา และเหล้าปั่น หลัง ครม. สั่งลุยแก้ปัญหา ย้ำห้ามออกใบอนุญาตให้ร้านเหล้าใหม่รัศมี 300 เมตร รอบสถานศึกษา ร้านเก่าให้ขายถูกต้องตาม กม. ตั้งเวลาดีเดย์ย้ายร้าน เผยล่อซื้อเหล้า 62 ร้านค้า ขายผิด กม. ให้เยาวชนอายุ 20 ปีถึง 84%

วันนี้ (17 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ นำโดยนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ พร้อมสมาชิกเครือข่ายซึ่งเป็นนักเรียนจากหลายสถาบัน อาทิ ร.ร.มัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ วิทยาลัยราชพฤก ม.รามคำแหง ประมาณ 30 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าการออกมาตรการควบคุมเหล้าปั่นและจัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษา เพื่อลดปัญหาผลกระทบต่อเด็กเยาวชน ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ต้องการให้ควบคุมปัญหาเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบถสานศึกษาอย่างจริงจัง
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ในรัศมี 500 เมตรรอบสถานศึกษา จะมีร้านเหล้าเฉลี่ย 57 ร้านต่อ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีทั้งร้านที่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาต โดยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่น่าห่วงคือแทบทุกร้านมีการจัดโปรโมชันเรียกลูกค้าที่เป็นนิสิตนักศึกษา ส่งผลให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากสถิติแต่ละปีพบว่ามีนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้นมากกว่า 2.5 แสนคน สอดคล้องกับที่เครือข่ายฯ ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นนักศึกษาที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะว่าเข้าถึงง่าย ร้านเหล้าอยู่ใกล้หอพักและสถานศึกษา ค่าใช้จ่ายในการดื่มแต่ละครั้งเกิน 1,000 บาท ซึ่งมาจากเงินที่ทางบ้านส่งให้ สภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นการมอมเมาเยาวชนและนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม เสียการเรียน เสียสุขภาพ และถูกคุกคามทางเพศ ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายฯ ได้เรียกร้องเรื่องเหล่านี้ต่อรัฐบาลและ สธ. มานานกว่า 6 ปีแล้ว จึงเดินทางมาติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ต่อ รมว.สาธารณสุขอีกครั้งหนึ่ง
“พวกเราหวังว่า รมว.สาธารณสุข จะเห็นความสำคัญ ไม่ปล่อยให้สมองของเยาวชนไทยถูกทำลายไปมากกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันไอคิวของเด็กไทยก็ต่ำกว่ามาตรฐานสากลอยู่แล้ว ที่ผ่านมา เราพยายามผลักดันเรื่องการจัดโซนนิ่งร้านเหล้ารอบสถานศึกษามาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในการออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้ ทั้งที่สามารถออกได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ขณะที่เหล้าปั่นก็ยังไม่มีกฎหมายที่ควบคุมเฉพาะ จึงอยากถามว่า สธ. จะดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างไร ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว ซึ่งในอดีตฝ่ายการเมืองแทบทุกรัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ จึงอยากให้กำลังใจ สธ. เพราะก็มีความพยายามเดินหน้าอย่างเต็มที่” นายธีรภัทร์ กล่าว
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีกฎหมายเรื่องโซนนิ่งร้านเหล้ารอบสถานศึกษาโดยเฉพาะ แต่อยากให้เข้มงวดในเรื่องนี้ โดยต้องไม่ออกใบอนุญาตให้แก่ร้านเหล้ารอบสถานศึกษา 300 เมตรอีกต่อไป เพื่อไม่ให้มีจำนวนร้านใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนร้านเก่าก็ต้องกำหนดเวลาให้ชัดเจนว่าจะให้ขายต่อได้ถึงเมื่อไร ที่สำคัญคือต้องควบคุมอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการขายเหล้าผิดกฎหมาย คือขายเหล้านอกเวลาที่กฎหมายกำหนด และขายให้แก่เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี
นายปรากฏการณ์ วัฒนสาร ตัวแทนเครือข่ายเยาวชนฯ กล่าวว่า จากมติ ครม. ที่ให้ควบคุมปัญหาเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ทำให้มีความหวังว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้มองเห็นปัญหา และต้องการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พวกเราจึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องต่อ สธ. เพื่อขานรับต่อนโยบายของ ครม. ดังนี้ 1. ขอให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของ สธ. และยินดีร่วมเฝ้าระวังสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย 2. ขอทราบความคืบหน้าการออกอนุบัญญัติ ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรัศมี 300 เมตร ตามอำนาจ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการห้ามขายเหล้าปั่น เพื่อลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ 3. ขอให้เชิญผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ทุกแบรนด์ที่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มารับทราบข้อกฎหมาย และแนวปฏิบัติเพราะหลายร้านยังฝ่าฝืนขายเหล้าให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยอาจขอความร่วมมือในการตรวจบัตรประชาชน และ 4. ลงพื้นที่ตรวจร้านเหล้ารอบสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีการทำผิดกฎหมาย จัดโปรโมชัน ขายนอกเวลาและผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
นายปรากฏการณ์ กล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ทำการล่อซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากร้านขายเหล้ารอบสถานศึกษาจำนวน 62 ร้าน แบ่งเป็นร้านโชห่วย 39 ร้าน และร้านสะดวกซื้อ 23 ร้าน จาก 10 พื้นที่ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ม.รามคำแหง ม.รัตนบัณฑิต ม.สยาม มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ม.หอการค้า ม.ศรีปทุม มรภ.สวนดุสิต-สวนสุนันทา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ร้านโชวห่วย 34 ร้านมีการขายให้แก่เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ร้านสะดวกซื้อ 18 ร้านมีการขาย รวมเป็น 52 ร้านหรือ 84% ที่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เยาวชน ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ ศ.นพ.รัชตะ ได้หารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเสร็จแล้ว จึงออกมารับจดหมายจากกลุ่มเครือข่ายเยาวชน โดยระบุว่า เห็นเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ โดยจะมอบหมายให้ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ดำเนินการติดตามในเรื่องนี้
นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สธ. ได้ปรับแก้รายละเอียดบางมาตราของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นปัญหาสำคัญ ทั้งการโฆษณาภาพลักษณ์ การโฆษณาเครื่องหมายการค้า การจัดงานอีเวนต์ ซึ่งถือเป็นการโฆษณาแฝง รวมถึงการจัดโซนนิ่งห้ามขายรอบสถานศึกษา ซึ่งขณะนี้เสร็จแล้ว 100% กำลังอยู่ในขั้นตอนส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาส่งเข้าที่ประชุม ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
ติดตาม Instagram และ Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่
วันนี้ (17 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ นำโดยนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ พร้อมสมาชิกเครือข่ายซึ่งเป็นนักเรียนจากหลายสถาบัน อาทิ ร.ร.มัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ วิทยาลัยราชพฤก ม.รามคำแหง ประมาณ 30 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อทวงถามความคืบหน้าการออกมาตรการควบคุมเหล้าปั่นและจัดระเบียบร้านเหล้ารอบสถานศึกษา เพื่อลดปัญหาผลกระทบต่อเด็กเยาวชน ตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ต้องการให้ควบคุมปัญหาเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบถสานศึกษาอย่างจริงจัง
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า ในรัศมี 500 เมตรรอบสถานศึกษา จะมีร้านเหล้าเฉลี่ย 57 ร้านต่อ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีทั้งร้านที่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาต โดยมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่น่าห่วงคือแทบทุกร้านมีการจัดโปรโมชันเรียกลูกค้าที่เป็นนิสิตนักศึกษา ส่งผลให้เกิดนักดื่มหน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากสถิติแต่ละปีพบว่ามีนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้นมากกว่า 2.5 แสนคน สอดคล้องกับที่เครือข่ายฯ ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นนักศึกษาที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะว่าเข้าถึงง่าย ร้านเหล้าอยู่ใกล้หอพักและสถานศึกษา ค่าใช้จ่ายในการดื่มแต่ละครั้งเกิน 1,000 บาท ซึ่งมาจากเงินที่ทางบ้านส่งให้ สภาพแวดล้อมเช่นนี้เป็นการมอมเมาเยาวชนและนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม เสียการเรียน เสียสุขภาพ และถูกคุกคามทางเพศ ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายฯ ได้เรียกร้องเรื่องเหล่านี้ต่อรัฐบาลและ สธ. มานานกว่า 6 ปีแล้ว จึงเดินทางมาติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ต่อ รมว.สาธารณสุขอีกครั้งหนึ่ง
“พวกเราหวังว่า รมว.สาธารณสุข จะเห็นความสำคัญ ไม่ปล่อยให้สมองของเยาวชนไทยถูกทำลายไปมากกว่านี้ ซึ่งปัจจุบันไอคิวของเด็กไทยก็ต่ำกว่ามาตรฐานสากลอยู่แล้ว ที่ผ่านมา เราพยายามผลักดันเรื่องการจัดโซนนิ่งร้านเหล้ารอบสถานศึกษามาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนในการออกกฎหมายเพื่อบังคับใช้ ทั้งที่สามารถออกได้ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ขณะที่เหล้าปั่นก็ยังไม่มีกฎหมายที่ควบคุมเฉพาะ จึงอยากถามว่า สธ. จะดำเนินการเรื่องนี้ต่ออย่างไร ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว ซึ่งในอดีตฝ่ายการเมืองแทบทุกรัฐบาลไม่กล้าตัดสินใจ จึงอยากให้กำลังใจ สธ. เพราะก็มีความพยายามเดินหน้าอย่างเต็มที่” นายธีรภัทร์ กล่าว
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีกฎหมายเรื่องโซนนิ่งร้านเหล้ารอบสถานศึกษาโดยเฉพาะ แต่อยากให้เข้มงวดในเรื่องนี้ โดยต้องไม่ออกใบอนุญาตให้แก่ร้านเหล้ารอบสถานศึกษา 300 เมตรอีกต่อไป เพื่อไม่ให้มีจำนวนร้านใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนร้านเก่าก็ต้องกำหนดเวลาให้ชัดเจนว่าจะให้ขายต่อได้ถึงเมื่อไร ที่สำคัญคือต้องควบคุมอย่างเข้มงวดไม่ให้มีการขายเหล้าผิดกฎหมาย คือขายเหล้านอกเวลาที่กฎหมายกำหนด และขายให้แก่เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี
นายปรากฏการณ์ วัฒนสาร ตัวแทนเครือข่ายเยาวชนฯ กล่าวว่า จากมติ ครม. ที่ให้ควบคุมปัญหาเหล้าปั่นและร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ทำให้มีความหวังว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้มองเห็นปัญหา และต้องการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม พวกเราจึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเรียกร้องต่อ สธ. เพื่อขานรับต่อนโยบายของ ครม. ดังนี้ 1. ขอให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของ สธ. และยินดีร่วมเฝ้าระวังสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย 2. ขอทราบความคืบหน้าการออกอนุบัญญัติ ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรัศมี 300 เมตร ตามอำนาจ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการห้ามขายเหล้าปั่น เพื่อลดจำนวนนักดื่มหน้าใหม่ 3. ขอให้เชิญผู้ประกอบการร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ทุกแบรนด์ที่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มารับทราบข้อกฎหมาย และแนวปฏิบัติเพราะหลายร้านยังฝ่าฝืนขายเหล้าให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยอาจขอความร่วมมือในการตรวจบัตรประชาชน และ 4. ลงพื้นที่ตรวจร้านเหล้ารอบสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีการทำผิดกฎหมาย จัดโปรโมชัน ขายนอกเวลาและผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
นายปรากฏการณ์ กล่าวว่า เครือข่ายฯ ได้ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ทำการล่อซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากร้านขายเหล้ารอบสถานศึกษาจำนวน 62 ร้าน แบ่งเป็นร้านโชห่วย 39 ร้าน และร้านสะดวกซื้อ 23 ร้าน จาก 10 พื้นที่ คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ม.รามคำแหง ม.รัตนบัณฑิต ม.สยาม มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ม.หอการค้า ม.ศรีปทุม มรภ.สวนดุสิต-สวนสุนันทา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า ร้านโชวห่วย 34 ร้านมีการขายให้แก่เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ร้านสะดวกซื้อ 18 ร้านมีการขาย รวมเป็น 52 ร้านหรือ 84% ที่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เยาวชน ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ ศ.นพ.รัชตะ ได้หารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเสร็จแล้ว จึงออกมารับจดหมายจากกลุ่มเครือข่ายเยาวชน โดยระบุว่า เห็นเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ โดยจะมอบหมายให้ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข ดำเนินการติดตามในเรื่องนี้
นพ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สธ. ได้ปรับแก้รายละเอียดบางมาตราของ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นปัญหาสำคัญ ทั้งการโฆษณาภาพลักษณ์ การโฆษณาเครื่องหมายการค้า การจัดงานอีเวนต์ ซึ่งถือเป็นการโฆษณาแฝง รวมถึงการจัดโซนนิ่งห้ามขายรอบสถานศึกษา ซึ่งขณะนี้เสร็จแล้ว 100% กำลังอยู่ในขั้นตอนส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาส่งเข้าที่ประชุม ครม. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป
ติดตาม Instagram และ Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่
Loadingเครื่อง oncothermia ความหวังใหม่รักษามะเร็งเต้านม-ตับระยะท้าย ใช้คลื่นวิทยุยิงเฉพาะจุดมะเร็งจนเกิดความร้อน เอื้อยาเคมีบำบัดเข้าถึงมะเร็งง่ายขึ้น ผลศึกษาก้แนมะเร็งเต้านมยุบทั้งหมด 22% ผู้ป่วยมะเร็งตับอายุยืนขึ้น


