xs
xsm
sm
md
lg

“หมอทวี” ยันเด็กโต-ผู้ใหญ่ ติดเชื้อมือเท้าปากได้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“หมอทวี” ยันเด็กโต-ผู้ใหญ่ ติดเชื้อมือเท้าปากได้ แต่อาจมีอาการน้อย เพราะภูมิต้านทางดีกว่าเด็ก ส่วนกรณีเด็ก 16 ตาย ชม รพ.อรัญประเทศ ทำเต็มที่แล้ว แม้อาการไม่เข้าข่ายมือเท้าปาก แต่หาสาเหตุการตายเพื่อการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษาสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) หนึ่งในคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีข่าวการพบเชื้อในเด็กโตและผู้ใหญ่ ว่า ทางการแพทย์มีหลักฐานว่า โรคมือเท้าปาก จะเกิดในเด็กเป็นหลัก แต่ไม่ได้หมายความว่า เด็กโต หรือผู้ใหญ่ จะเกิดไม่ได้ สามารถเกิดได้ แต่จำนวนน้อยและความรุนแรงต่ำ สาเหตุเพราะเด็กโตและผู้ใหญ่มีความแข็งแรงของร่างกายมากกว่า ภูมิต้านทานมากกว่า และบางส่วนเคยได้รับเชื้อทำให้มีภูมิคุ้มกันมาก่อน ซึ่งจากการรักษาก็เคยพบแม่ ลูก ป่วยด้วยมือ เท้า ปากพร้อมกัน ไม่ได้เป็นผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางการแพทย์ไม่สามารถสรุปได้ว่า ความรุนแรงในรายผู้ใหญ่เกิดจากปัจจัยอะไร เพราะพบว่าบางครั้งคนบ้านเดียวกัน ได้รับเชื้อเหมือนกัน คนหนึ่งป่วยหนัก อีกคนไม่ป่วยก็เกิดขึ้นได้

รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าวถึงกรณีเด็กอายุ 16 ปี จ.สระแก้ว ที่เสียชีวิตจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 ว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการปัจจุบันทันด่วนและเสียชีวิต ซึ่งในทางระบาดวิทยา ผู้ป่วยที่มีอาการรวดเร็ว และเสียชีวิต เป็นเคสที่จำเป็นต้องมีการสอบสวนโรค เพื่อเฝ้าระวังการระบาดของโรคต่างๆ เพราะโรคที่เกิดขึ้นเร็ว และเสียชีวิตทันที มีอยู่หลายกลุ่ม เช่น ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก และ เอนเทอโรไวรัส 71 เป็นต้น โดยรายดังกล่าวเมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้ให้การช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ผู้ป่วยได้เสียชีวิตลง แพทย์จึงตั้งข้อสงสัยและทำการตรวจหาสาเหตุการเสียชิวิตต่อ พบว่า จากการเอกซเรย์ ผู้ป่วยมีอาการหัวใจโต ปอดบวม ซึ่งคาดว่า เกิดจากน้ำท่วมปอด เมื่อส่งเชื้อที่อยู่ในน้ำไขสันหลัง อุจจาระตรวจ จึงพบว่า มีเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 และรายงานผล

ต้องชื่นชมโรงพยาบาลอรัญประเทศ ทั้งที่เป็นเพียงโรงพยาบาลอำเภอ แต่ได้ทำการตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุอย่างละเอียด จนพบว่าผู้เสียชีวิตเป็นไข้สมองอักเสบจากเอนเทอโรไวรัส 71 แม้ว่าผู้ป่วยจะไม่มีข้อบ่งชี้ก็ตาม และพบว่า ที่ญาติระบุว่าเสมหะเป็นฟองสีชมพูนั้น เกิดจากน้ำท่วมปอด ที่เกิดจากภาวะหัวใจสูญเสียการทำงาน โดยกระทรวงไม่ได้ปิดข่าวดังกล่าว เพราะการค้นหาสาเหตุจำเป็นต้องใช้เวลา ซึ่งอาจจะพิจารณาเรื่องการสื่อสารให้ญาติเข้าใจต่อไป” รศ.(พิเศษ) นพ.ทวี กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...