นักวิชาการระบุ พฤติกรรม “หมอเหวง” ทำคนในสังคมบัญญัติชื่อ “เหวง” ในสารบบศัพท์ใหม่ บ่งบอกถึงคนพูดจาวกวน ฟังไม่รู้เรื่อง ชี้เป็นปรากฏการณ์ปกติด้านภาษา เชื่อสังคมไม่เป็นพลังหนุนคำใหม่ๆ เกิดยาก แฝงนัยพลังเงียบตื่นตัว ไม่เอาด้วยกับไพร่แดง
วันนี้ (31 มี.ค.) ดร.อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีของกระแสศัพท์คำว่า “เหวง” ที่ขณะนี้กำลังใช้กันอย่างแพร่หลายในสังคมออนไลน์ โดยมีความหมายเพื่อใช้เรียกบุคคลที่พูดจาวกวน ฟังไม่ได้ศัพท์ว่า เรื่องนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ปกติของภาษาที่จะมีการนำชื่อเฉพาะของบุคคลมาใช้เป็นคำศัพท์ โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นได้เมื่อบุคคลนั้นๆ มีลักษณะเฉพาะเป็นของตัวเองจนเป็นที่สนใจของผู้คนในสังคม จึงมีการนำชื่อของบุคคลเหล่านั้นมาใช้แทนคำนาม คำกริยา หรือการบรรยายคุณสมบัติก็ได้ อย่างไรก็ตาม ปรากฎการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ตัวอย่างล่าสุดคือ กรณีของ “นาธาน โอมาน” ซึ่งตามที่เป็นข่าวและที่สังคมรับรู้คือ นาธานเป็นคนพูดโกหก หลอกลวง ดังนั้นชื่อ “นาธาน” จึงกลายมาเป็นคำศัพท์หนึ่งที่ถูกบัญญัติขึ้นเพื่อใช้เรียกคนที่มีลักษณะพูดโกหก ตลบตะแลง ตอแหล หรืออีกตัวอย่างซึ่งเป็นคำที่ยังใช้กันอยู่ในปัจจุบัน คือในอดีตมีอาจารย์ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ “ตุ๋ย” ซึ่งได้มีความสัมพันธ์ขั้นลึกซึ้งกับนักเรียนชายด้วยกันจนกลายมาเป็นคดีความ สังคมในขณะนั้นจึงนำคำว่าตุ๋ยมาใช้เรียกกริยาของการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ซึ่งยังใช้เรียกกันอยู่จนถึงทุกวันนี้
ดร.อนันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง นั้นก็ไม่แตกต่างกัน ซึ่งคำว่า “เหวง” มาจากคำว่า “โหวงเหวง” ใช้ประกอบกริยาของความรู้สึกเบา ว่างเปล่า ให้ความรู้สึกทางจิตใจเหมือนการขาดบางสิ่งบางอย่างไป เมื่อประกอบกับบุคลิกของ นพ.เหวง ในการเจรจาร่วมกับรัฐบาลทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาก็จะพบว่าเป็นคนที่พูดจาวกวน สับสน ยากที่จะเข้าใจ เป็นพฤติกรรมที่ทำให้สังคมสับสนในคำพูด เพราะครั้งหนึ่ง นพ.เหวงเคยโจมตีคุณทักษิณ แต่มาทุกวันนี้กลับเป็นแกนนำคนเสื้อแดงที่สรรเสริญสนับสนุนคุณทักษิณ ตรงนี้สังคมจึงรู้สึกสับสน และมีจิตใจโหวงเหวง กับพฤติกรรมของ นพ.เหวงเอง
“การเจราระหว่างแกนนำคนเสื้อแดงกับรัฐบาล จะเห็นว่าหมอเหวงไม่ปรับเปลี่ยนท่าทีการพูด สังคมจึงจับได้ว่าตรงนี้เป็นคุณสมบัติเฉพาะส่วนตัว จึงไม่แปลกที่สังคมจะนำชื่อ “เหวง” มาใช้เรียกคนที่พูดจาสับสน ซึ่งอยากให้มองประเด็นที่ว่าหากพฤติกรรมของหมอเหวงที่นำมาเป็นศัพท์คำว่า เหวง นั้นไม่มีผู้คนในสังคมสนับสนุนก็คงไม่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย แต่การที่คำว่า เหวง ถูกนำมาใช้ก็หมายถึงผู้คนตอบรับและเห็นด้วย ดังนั้น คนคนหนึ่งไม่สามารถบัญญัติศัพท์ใดศัพท์หนึ่งขึ้นมาได้ แต่ต้องเป็นข้อตกลงของทุกคนในสังคม” ดร.อนันต์กล่าว
ดร.อนันต์กล่าวอีกว่า ขณะนี้คนในสังคมโลกออนไลน์ต่างให้ความสนใจทางการเมืองและติดตามอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้อาจแสดงบทบาทแสดงตัวตนในสังคมโลกแห่งความจริงน้อย แต่ในโลกออนไลน์ คือ ที่ที่พวกเขาแสดงตัวตนอย่างชัดเจน ตรงนี้ก็มองเป็นนัยได้ว่าผู้คนในสังคมเห็นด้วยแค่ไหนกับข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต้องการให้นายกรัฐมนตรียุบสภา คนเหล่านี้จึงเป็นเหมือนพลังเงียบแต่ไม่เงียบ และจะเป็นพลังขับเคลื่อนสู่การบรรลุข้อขัดแย้งในสังคมในที่สุด



