xs
xsm
sm
md
lg

ลายรดน้ำมณฑปวัดพระขาว ความภูมิใจของ มทร.ธัญบุรี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“ในชีวิตของคนเรามีแค่ไม่กี่ครั้งที่จะได้มีโอกาสสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ ฉะนั้น ผลงานในครั้งนี้ คือ อีกหนึ่งชิ้นที่เป็นประวัติศาสตร์กับชีวิต ซึ่งงานเหล่านี้เป็นงานที่มีคุณค่าด้านประวัติศาสตร์ที่นับวันจะเสื่อมสลายไปและเมื่อเราได้เป็นอีกกลุ่มที่ได้ร่วมอนุรักษ์เอาไว้ก็ถือเป็นมงคลสูงสุดกับชีวิต และผลงานก็จะอยู่คู่กับประเทศของเราต่อไปอีกหลายร้อยปี”

นั่นคือ คำกล่าวของ ผศ.บัณฑิต อินทร์คง หัวหน้าสาขาวิชาศิลปะไทย ภาควิชาทัศนศิลป์ ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผู้ออกแบบงานศิลปะลายรดน้ำให้กับมณฑปของวัดพระขาว หรือวัดหลวงปู่ทิม อตฺตสนฺโต จ.พระนครศรีอยุธยา

ผศ.บัณฑิต เล่าถึงการเขียนลายรดน้ำในครั้งนี้ว่า ได้ศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมของสมัยอยุธยาตอนปลาย โดยการผสานความคิดและการค้นคว้าของพระครูสมุห์สุนทร สุนทโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระพระขาว โดยมณฑปสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ภายในแบ่งออกเป็น 5 ห้อง กั้นด้วยฝาลูกฟัก เพดานประดับด้วยลายแกะไม้รูปดอกบัวแบบต่างๆ รูปทรงของมณฑปมองจากภายนอกเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลายสังเกตได้จากการทำมุขประเจิดและการสันหลังคาวางบราลี

“พอเห็นตัวอาคารก็นึกได้เลยว่าจะต้องใช้เรื่องราวและรูปแบบของงานเขียนแบบไหนในการสร้างลายรดน้ำในมณฑปแห่งนี้ เพราะตัวสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะสมัยอยุธยาซึ่งในยุคนั้นศิลปะถือว่าเจริญถึงจุดสูงสุดและมีความสวยงามมาก จึงเลือกที่จะใช้ศิลปะสมัยอยุธยาในการออกแบบโดยการไปดูงานจากสถานที่ต่างๆที่พอหลงเหลืออยู่บ้างอย่างเช่นที่วัดใหญ่สุวรรณาราม จ.เพชรบุรีและศึกษาจากลายผ้านุ่ง ลายเขียนสี การลงรักปิดทองที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างพอที่จะมาเป็นไอเดียในการออกแบบได้”

นอกจากนี้ ผศ.บัณฑิต ยังได้บอกอีกว่า โดยส่วนใหญ่แล้วการเขียนลวดลายจะเขียนบนพื้นผนังที่เรียบๆ แต่ที่วัดพระขาวแห่งนี้เป็นการใช้ฝาลูกฟักแบบเรือนไทย จึงต้องมีโจทย์ในการออกแบบเพิ่มเติมว่าต้องออกแบบให้สัมพันธ์กับลักษณะของพื้นที่ภายใน ซึ่งนอกจากการแสดงลวดลายต่างๆ ที่ออกแบบใหม่ไม่ซ้ำกันแล้ว สิ่งที่ยากในการเขียนลายรดน้ำในมณฑปแห่งนี้คือการออกแบบให้เนื้อหาสัมพันธ์กับเรื่องราวที่จะวาดลงไป การจัดภาพให้สัมพันธ์กับผนังซึ่งทุกภาพที่วาดออกมานั้นต้องผ่านกระบวนการคิดที่ลึกซึ้งและออกมาเป็นลายรดน้ำที่สวยงามลงตัวในทุกเรื่องราวที่นำมาแสดงผ่านลวดลายของลายรดน้ำ

ส่วนเนื้อหาที่นำเสนอผ่านลายรดน้ำก็ต้องคิดว่าจะออกแบบอย่างไรให้สัมพันธ์กับพื้นที่ในแต่ละส่วน เช่น ฝาลูกฟักก็เลือกใช้เรื่องราวของมงคลร้อยแปดที่ปรากฏอยู่ในรอยพุทธมหาตามคัมภีร์พุทธปาทลักษณะ เริ่มจากพระแสงหอก คันฉ่องขอช้าง ไล่ลำดับไปเรื่อยๆ โดยแนวคิดนี้ได้มาจากรอยพระพุทธบาทที่ จ.สระบุรี ขณะที่ผนังเอียงข้างพื้นเรียบก็เลือกเรื่องราวที่มีความต่อเนื่องจึงเลือกที่จะใช้เรื่องราวของทศชาติและพุทธประวัติ ซึ่งต้องออกแบบอีกหลายขั้นตอนเพราะพื้นที่มีไม่มากแต่จะต้องออกแบบให้นำเสนอให้ครบทุกเรื่อง ส่วนผนังเอียงข้างบนด้านหลังได้นำเอาเรื่องราวของไตรภูมิหรือภูมิจักรวาล โดยใส่เรื่องราวของภูมิธรรมเข้าไป

“เหตุที่เป็นภูมิธรรม ก็คือ เราต้องการที่จะสื่อว่าแผ่นดินธรรมในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน เป็นแผ่นดินที่ร่มเย็นเป็นสุข มองเข้ามาจะเห็นตรา ภปร.อยู่ตรงกลางในภาพนำเสนอเรื่องราวของการปกครองของพระองค์เพื่อให้ร่วมสมัยและตั้งชื่อภาพนี้ว่าพระมหากษัตริย์ในมหาจักรวาล ซึ่งจุดนี้ถือเป็นจุดเด่นของเรื่องราวทั้งหมดภายในมณฑปหลังนี้ นอกจากนี้บนเชิงผนังด้านบนได้เขียนลายเทพชุมนุม เชิงผนังด้านล่างเขียนภาพสัตว์หิมพานต์ ส่วนเพดานด้านหน้าเขียนภาพมารผจญซึ่งจุดเด่นของศิลปะลายรดน้ำภายในมณฑปแห่งนี้ได้ออกแบบลวดลายต่างๆ ไม่ให้ซ้ำกันเพื่อแสดงความหลากหลายและน่าสนใจ

“ป็อด”- เกรียงศักดิ์ ทองใสพร ศิษย์เก่าจากสาขาวิชาศิลปะไทย ภาควิชาทัศนศิลป์ มทร.ธัญบุรี ที่จบการศึกษาเมื่อปี 2545 และได้ร่วมทำงานเขียนลายรดน้ำกับ ผศ.บัณฑิตมาตั้งแต่เรียนจบบอกว่า การได้มีโอกาสทำงานศิลปะให้กับวัดถือเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต ตอนที่เรียนได้ไปดูงานของคนอื่นแต่วันนี้มีโอกาสได้เขียนงานให้คนอื่นดูบ้างซึ่งเมื่องานชิ้นนี้สำเร็จทุกคนจะได้ร่วมกันจารึกชื่อเอาไว้ด้วย

เช่นเดียวกับ “พร”-อาภรณ์ ฉิมมี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาศิลปะไทย มทร.ธัญบุรี หนึ่งในนักศึกษาที่มาร่วมเขียนลายรดน้ำก็บอกว่ารู้สึกภาคภูมิใจกับผลงานในครั้งนี้มากเพราะจะได้ร่วมสร้างงานศิลปะที่จะอยู่คู่บ้านเมืองไปอีกหลายร้อยปีและนับวันจะหาดูได้ยาก

ส่วน “เตย” -ขวัญหทัย ซึ้งพานิช นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาศิลปะไทย มทร.ธัญบุรี ก็บอกว่าเลือกเรียนศิลปะทั้งๆ ที่ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการเรียนศิลปะมาก่อนมีเพียงความตั้งใจในการอยากช่วยอนุรักษ์ศิลปะไทยซึ่งเป็นศิลปะของชาติเอาไว้ให้คงอยู่เท่านั้น

ผศ.บัณฑิต ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า คนที่สนใจงานศิลปะไทยนับวันจะลดจำนวนลงเรื่อยๆ เพราะคนรุ่นใหม่จะหันไปให้ความสำคัญกับการออกแบบด้านมัลติมีเดียมากกว่า งานศิลปะที่ใช้มือทำล้วนๆ แทบจะหาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน และรู้สึกดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการสร้างงานศิลปะไทย