คอลัมน์สายตรงสุขภาพกับศิริราช
หินน้ำลาย หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “หินปูน” ฟังผิวเผินอาจจะดูไม่น่ากลัว แต่หากปล่อยปละละเลย สิ่งที่ตามมาอาจทำให้เสน่ห์ของคุณจืดจางไปอย่างคาดไม่ถึง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าตัวร้ายนี้กันครับ
หินน้ำลาย เกิดจากแผ่นคราบจุลินทรีย์ หรือที่เรียกว่า Plaque บางแห่งก็เรียก bacterial plaque แต่ปัจจุบันมักนิยมเรียกคราบจุลินทรีย์ว่า Biofilm เจ้าแผ่นคราบจุลินทรีย์นี้ เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนคนเรา และจะเกิดขึ้นไม่นานหลังการแปรงฟันหรือทำความสะอาดในช่องปาก แรกเริ่มจะมีเมือกใสน้ำลายมาเกาะที่พื้นผิวฟัน จากนั้นจุลินทรีย์จะถูกแร่ธาตุในน้ำลายจับตัวตกตะกอนทับถมกันจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ หากเราใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงส่องดู จะพบกลุ่มก้อนของจุลินทรีย์มากมายหลายชนิด ภายในมีระบบท่อลำเลียงสารอาหารและน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยง จุลินทรีย์เหล่านี้ได้อาหารจากน้ำตาลที่เรากินเข้าไปแล้วสังเคราะห์เป็นพลังงานออกมาเป็นสารพิษและกรดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยสารพิษจะทำให้เหงือกอักเสบ มีอาการบวมแดงและเลือดออกง่ายขณะแปรงฟัน นอกจากนี้ยังกระตุ้นกระบวนการอักเสบของร่างกายทำให้เหงือกอักเสบรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่วนกรดจะกระตุ้นกระบวนการเกิดฟันผุขึ้นที่ผิวเคลือบฟัน
คราบจุลินทรีย์เมื่อเริ่มเกิดใหม่ ๆ จะยังไม่เกาะติดแน่นกับพื้นผิวฟัน จึงสามารถกำจัดได้ง่ายด้วยการแปรงฟันและขัดฟัน แม้จะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ถ้าใช้สารย้อมสีจะเห็นว่ามีคราบเกาะอยู่ตามบริเวณคอฟัน ผิวฟัน และเหงือก ส่วนคราบหินน้ำลายจะเกาะอย่างแน่นหนากับพื้นผิวฟัน สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า รู้สึกได้เมื่อลิ้นสัมผัสไปตามพื้นผิวฟัน จะกำจัดได้ด้วยการขูดออกและเกลารากฟันเท่านั้น
อย่างที่กล่าวแล้วข้างต้น พื้นผิวของหินน้ำลายที่เกาะผิวฟันจะมีคราบจุลินทรีย์หรือ Biofilm ปกคลุมซึ่งเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดเหงือกอักเสบ วิธีกำจัดทำได้โดยทันตแพทย์จะขูดหินน้ำลายที่อยู่ใต้เหงือกและเหนือเหงือก ส่วนที่เกาะลึกอยู่ใต้เหงือกจะใช้การเกลารากฟันเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถกำจัดหินน้ำลายได้หมดและยังทำให้รากฟันเรียบขึ้น นอกจากนี้การเกลายังช่วยกำจัดจุลินทรีย์และสารพิษที่แทรกซึมอยู่กับผิวรากฟันที่อยู่ลึก ๆ ด้วย
การขูดหินน้ำลายและการเกลารากฟันใช้เวลาครั้งละ 20 - 30 นาที ในระยะที่มีการอักเสบของเหงือกรุนแรงและหินน้ำลายมากอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้ และคนไข้บางรายอาจได้รับการนัดหมายการรักษามากกว่า 1 ครั้ง โดยทันตแพทย์จะนัดหมายผู้ป่วยกลับมาเพื่อประเมินผลการรักษาและการดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากคนไข้หลังจากนั้นอีก 4 – 6 สัปดาห์
ในกรณีที่ยังคงมีการอักเสบของเหงือก โดยดูจากลักษณะรูปร่าง สี ความลึกของร่องลึกปริทันต์และสภาวะเลือดออกง่ายหลังจากการแปรงฟัน ทันตแพทย์อาจพิจารณาขูดหินน้ำลายและเกลารากฟันซ้ำอีก แต่ถ้าเกิดการอักเสบรุนแรงของเหงือกที่มีผลทำลายกระดูกรอบรากฟัน อาจต้องอาศัยการผ่าตัดเหงือกร่วมด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทันตแพทย์ผู้รักษา
1. เลือดออกขณะแปรงฟัน
2. เหงือกบวมแดง
3. มีกลิ่นปาก ในกรณีอาการรุนแรง ก็จะมีอาการน้อยลง
4. เหงือกร่น
5. มีหนองออกจากร่องเหงือก
6. ฟันโยก
7. ฟันเคลื่อนออกจากกัน
ควรปรึกษาแพทย์โรคเลือด เพื่อแพทย์จะได้ร่วมวางแผนการรักษากับทันตแพทย์ ผู้ป่วยที่ได้รับยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า อาจต้องหยุดยาก่อน หรือในรายที่มีความผิดปกติของระบบการแข็งตัวของเลือดอาจต้องให้เลือด ส่วนประกอบของเลือด หรือสารทดแทนก่อนที่จะทำการขูดหินน้ำลายหรือเกลารากฟัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนหรือภาวะเลือดไหลไม่หยุด
มี 2 วิธีคือ
1. การใช้สารเคมีหรือน้ำยาบ้วนปาก ปัจจุบันในท้องตลาดมีหลายชนิด ต่างก็มีประสิทธิภาพแตกต่างกันไป ที่จริงแล้วน้ำยาบ้วนปากเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความพิการทางมือ หรือไม่สามารถแปรงฟันได้ หรือได้รับการผ่าตัดในช่องปาก เช่น ผ่าฟันคุด ผ่าตัดเหงือก ซึ่งน้ำยาบ้วนปากบางชนิด เมื่อใช้ในระยะยาวอาจเกิดผลแทรกซ้อนขึ้น เช่น คราบฟันดำจากตัวยา ภาวะสมดุลของจุลินทรีย์ในช่องปากเสียไปทำให้จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคเพิ่มจำนวนมากผิดปกติ ดังนั้นทันตแพทย์มักไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปากในผู้ที่สามารถแปรงฟันได้
2. การแปรงฟันและทำความสะอาดบริเวณซอกเหงือก ควรทำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือตอนเช้าและก่อนนอน และถ้าสามารถแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีมาก การใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน ปุ่มนวดเหงือก ผ้าก๊อซ ไม้กระตุ้นเหงือก จะช่วยให้ทำความสะอาดบริเวณซอกเหงือกได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้จะเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดใดขึ้นอยู่กับคำแนะนำของทันตแพทย์ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงกินอาหารจุกจิกระหว่างมื้อและพบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งเพื่อตรวจสภาพเหงือกและฟันว่ายังมีสุขภาพดีหรือไม่
เท่านี้โรคฟันผุหรือโรคเหงือกก็ไม่ถามหาแล้ว
ประกวดภาพวาด-ภาพถ่าย
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ส่งภาพวาด – ภาพถ่ายประกวดชิงเงินรางวัลกว่า 3 แสนบาท ในหัวข้อ “เฉลิมฉลอง 120 ปี ศิริราช”
ผู้สนใจส่งใบสมัคพร้อมสำเนาภาพได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2551 ในวันเวลาราชการ ณ สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ ตึกผู้ป่วยนอก (เก่า) ชั้น 2 โทร. 0 2419 7000, 0 2419 7433 - 4 สามารถดูรายละเอียดและโหลดใบสมัครได้ที่ www.si.mahidol.ac.th


