xs
xsm
sm
md
lg

ถึงเวลายกเครื่องเรียน “จีน” ในไทย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เด็กๆ ให้ความสนใจกับการเรียนภาษาจีน
“ไม่มีการเริ่มต้นใด ที่ไม่เกิดปัญหา”

ประโยคนี้ถูกพูดถึงแทบทุกครั้ง ที่มีการก้าวล่วงสู่ช่วงของการเปลี่ยนแปลงใดก็ตาม แม้แต่เรื่องที่อาจจะกลายเป็นเรื่องเก่า แต่ถือเป็นเรื่องที่สำคัญกับประเทศไทยในระยะเวลาอันใกล้นี้ นั่นคือ ‘ การศึกษาภาษาจีน’

การให้คำอธิบายถึงความสำคัญของการศึกษาภาษาจีนนั้นมีมากมาย ทุกวันนี้แทบไม่มีหน่วยงานใดทั้งภาครัฐ และเอกชนที่มองไม่เห็นความสำคัญของภาษาจีน เพราะผู้ที่ได้ชื่อว่ามีความสามารถด้านภาษาจีน ในอนาคตจะมีบทบาทเป็นอย่างยิ่งทั้งหน้าที่ การทำงาน ภาษาจีนจึงเปรียบเหมือน สะพานที่เชื่อมระหว่างไทยไปยังดินแดนมังกร เพื่อก้าวไปสู่ความเจริญก้าวหน้าในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หรือวัฒนธรรม

ในเมืองไทยนั้น คนเชื้อสายจีนมีอยู่ไม่น้อยกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน แต่เรากลับเป็นประเทศที่มีความอ่อนด้อยด้านภาษาจีนที่สุดในภูมิภาคนี้ ทั้งๆ ที่ ณ เวลานี้ภาครัฐอนุญาตให้เปิดสอนภาษาจีนอย่างเสรี สูงสุดจนถึงระดับอุดมศึกษา จากที่เมื่อก่อนแค่ระดับประถมศึกษาตอนต้น(ป.4) อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้เอกชนทำการเรียนการสอนได้อย่างเป็นกิจจะลักษณะ ขอเพียงทำให้ถูกต้องตามระเบียบ และกระทรวงศึกษาธิการรับรองเท่านั้น
ฝึกเขียนภาษาจีนอย่างตั้งใจ
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา?

ครูผู้สอน ปัจจัยหนึ่งของปัญหา

วรศักดิ์ มหัทธโนบล กรรมการบริหารศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า การเรียนการสอนภาษาจีนในไทยจะมีปัญหาในส่วนของครูผู้สอน เช่น ครูที่มาจากจีน ก็ไม่ได้จบการสอนมาโดยตรง หรือครูคนไทยความรู้มีไม่พอที่จะสอน ตามโรงเรียนก็เอาครูภาษาไทยไปเรียนพิเศษภาษาจีนเพื่อมาสอนเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“ เหมือนกระทรวงศึกษาธิการรับ เผือกร้อน มาจากรัฐบาล เพราะเป็นงานที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง เมื่อมีนโยบายให้เปิดฟรีภาษาจีน กระทรวงศึกษาฯ ก็ต้องดูแล บอกให้ทุกโรงเรียนเปิด แต่ขาดบุคลากร ทั้งๆ ที่โรงเรียนที่เปิดสอนอยู่ตอนนี้ต่างก็บอกว่ามีคุณภาพกันทุกแห่ง ส่วนคนที่จะบอกว่ามีคุณภาพหรือไม่นั้นอยู่ที่ภาครัฐ ภาคเอกชน แหล่งงานต่างๆ ที่รับคนที่จบไปแล้วเข้าทำงานว่าจะแสดงศักยภาพได้มากแค่ไหน ” อ.วรศักดิ์อธิบาย

เช่นเดียวกับ ศ.ดร.สุรชัย ศิริไกร จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ที่มีโรงเรียนสอนภาษาจีน ณ ชุมชนโรงเจ ย่านลาดพร้าวได้ให้ความเห็นถึงปัญหาของการสอนภาษาจีนว่า ควรเริ่มต้นสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเป็นอันดับแรก เพราะครูที่จะชำนาญการสอน สามารถถ่ายทอดการเรียนที่ยากให้เข้าใจได้ง่ายนั้น ยังไม่มีเพียงพอ
นักเรียนตั้งใจเรียนภาษาจีนอย่างเอาจริงเอาจัง
ในส่วนของ จิตรา จันทรากุล นายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนนอกระบบ ให้ความเห็นเช่นเดียวกันว่า บุคลากรจากจีนที่นำมาสอน กับคนไทยที่มาสอนภาษาจีนที่จบเอกจีนมาโดยตรงนั้น ครูไทยจะสอนคนไทยด้วยกันเองดีกว่า แต่เรื่องหากเป็นคนจีนโดยตรงมาสอนก็เหมือนได้เรียนกับเจ้าของภาษา ได้ฟังสำเนียงที่ถูกต้องจากเจ้าของภาษาโดยตรง

“ สำเนียงของเรายังไม่ถึงขั้นเดียวกับเจ้าของภาษา จึงอยากให้มีครูจีนจากต่างประเทศ 1 คน ครูไทย 1 คน อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน เพราะบางครั้งครูจีนอธิบายแล้วเรางง สื่อความหมายกับนักเรียนไม่ได้ จึงอยากให้มีครูไทยซึ่งคอยอธิบายอยู่ด้วย เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นของผู้เรียน ” นายกสมาคมฯ เสนอความเห็น

ด้านพระภาณุวัฒน์ เลิศประเสริฐพันธ์ ครูสอนภาษาจีน วัฒนธรรมและศาสนาฝ่ายมหายาน วัดมังกรกมลาวาส(เล่งเน่ยยี่) ให้อีกหนึ่งความเห็นที่น่าสนใจว่า ที่ผ่านมาครูจีนถูกทอดทิ้งมาโดยตลอด ดังนั้น จึงควรที่จะทำให้เกิดกำลังใจในการสอนและยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยเฉพาะสวัสดิการต่างๆ
 พระภาณุวัฒน์ เลิศประเสริฐพันธ์
ส่วนหนึ่งของปัญหาอยู่ที่ ผู้เรียน

อย่างไรก็ตาม นอกจากปัญหาเรื่องครูผู้สอนแล้ว ในส่วนของผู้เรียนดูเหมือนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเช่นกัน เนื่องจากผู้เรียนต่างมีวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กระจัดกระจายอย่างหลากหลาย เช่น เรียนเพื่ออยากดูหนังหรือละครจีนด้วยภาษาจีนเพื่ออรรถรสที่ดีขึ้น เพื่ออ่านวรรณกรรมจีนได้ เพื่อร้องเพลงจีน เพื่อสนทนากับเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนจีน เพื่อติดต่องานกับคนจีน เพื่อสร้างมูลค่าทางวิชาชีพให้แก่ตัวเอง เพื่อสนองตอบนโยบายของหน่วยงาน หรือเหตุผลหนึ่งเพื่อสนทนากับคนรักที่เป็นชาวจีน เป็นต้น ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ไม่มุ่งเน้นที่จะศึกษาเพื่อให้รู้ในเรื่องของวัฒนธรรม ความเป็นไปของจีนอย่างแท้จริง

ดังนั้น ตัวผู้เรียนเองจึงมีส่วนกับปัญหาการสอนภาษาจีนไม่น้อยเช่นกัน

ศ.ดร.สุรชัย ยกตัวอย่างประกอบให้เห็นว่า ปีแรกๆ ที่เปิดสอนมีผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเริ่มเรียนไปในปีหลังเนื้อหาเริ่มยากขึ้น ผู้เรียนก็เริ่มหายไปจนเกือบหมด เพราะไม่มีความกระตือรือร้นพอ จึงต้องคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนเห็นความสำคัญของภาษาจีนว่าในอนาคตภาษาจีนจะมีความสำคัญต่อการหางาน การประกอบอาชีพ และเป็นภาษาสื่อสารรองลงมาจากภาษาอังกฤษได้เลย

ด้าน อ.สุวรรณา สนเที่ยง ผู้อำนวยการศูนย์ภาษาจีนฟิวเจอร์ซี อธิบายว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในการสอนอยู่ที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ เพราะนักเรียนมีความต้องการที่หลากหลาย บางคนต้องการเรียนสนทนาอย่างเดียว แต่การสอนจีนต้องเรียนรวมกันเพราะภาษาจีนแตกต่างจากภาษาไทย เนื่องจากภาษาจีนจะมาเป็นตัวรูปภาพในตัวของมันเองไม่สามารถอ่านได้ ต้องเรียนเรื่องของตัวกำกับเสียง รวมทั้งภาษาจีนจะมีคำพ้องเสียง หากเราไม่เรียนตัวอักษรแล้วมีความรู้อย่างแตกฉานนั้นเป็นไปไม่ได้

นอกจากนั้น บางคนต้องการเรียนเพียงแค่เพื่อไปสอบ ไม่ต้องการจะเอาความรู้จริงๆ นักเรียนบางรายบังคับให้สอนตามที่เรียนมา เพื่อจะได้นำไปสอบ คะแนนจะได้สูงๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการสอน

“เราอยากสร้างคนระยะยาวที่จะสามารถนำวิชาไปใช้ในการประกอบอาชีพ ดำรงชีวิตในอนาคตได้” อ.สุวรรณาให้ความเห็น
 พระภาณุวัฒน์ เลิศประเสริฐพันธ์
ระบบการศึกษา-หลักสูตรไม่มีความชัดเจน

ผอ.ศูนย์ภาษาจีนฯ อธิบายต่อว่า การเรียนภาษาจีนในไทยที่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ในการเรียนทุกระดับชั้นนั้น เกี่ยวกับหลักสูตรและระบบการศึกษาที่ไม่มีความชัดเจน บางแห่งกำหนดให้เปิดสอนตั้งแต่ ป.1 -6 เมื่อขึ้น ม.1 ก็ต้องเริ่มเรียนใหม่ตั้งแต่ต้น บางคนเรียนโรงเรียนนอกระบบมาชั้นประถม 6-7 ปี แต่พอมาขึ้น ม.4 ก็ต้องมาเริ่มเรียนใหม่อีกครั้ง นักเรียนก็เบื่อ เพราะไม่มีทางเลือกให้ ขณะที่ข้อสอบเอนทรานซ์ก็ยากเกินกว่าที่เรียนมา

ที่สำคัญคือวิธีการรับนักเรียนของโรงเรียนต่างๆ ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของนักเรียนที่แท้จริง เพราะมีทั้งที่ตั้งใจจริงและถูกบังคับ ซึ่งการเรียนโดยไม่มีความรักจะประสบความสำเร็จยาก ส่วนโรงเรียนสอนภาษาจีนของเอกชนก็ต้องขีดเส้นใต้ย้ำกันว่าต้องทำอย่างจริงจังและถูกต้อง ไม่ใช่เปิดสอนแต่เชิงพาณิชย์ เชิงธุรกิจอย่างเดียว

“อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดหลักสูตรที่เป็นมาตรฐาน ครูผู้สอนสรรหาเทคนิคการสอนที่โดนใจผู้เรียน สอนอย่างเข้าใจคนไทย มีเทคนิคในการถ่ายทอดที่ดี คุณภาพการเรียนการสอนภาษาจีนก็จะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น ” ผอ.ศูนย์ภาษาจีนฯ ฝากแง่คิด

ผสานความร่วมมือ เพื่อสร้างมาตรฐาน

เมื่อทราบถึงปัญหาของการสร้างคุณภาพการเรียนการสอนภาษาจีนจากหลายมุมมองแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะต้องทำต่อไปคือช่วยกันระดมสมองเพื่อหาทางแก้ไข และสร้าง
คุณภาพให้เกิดขึ้น

ในส่วนนี้ อ.เขียน ธีระวิทย์ จากศูนย์โลกสัมพันธ์ไทยและศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ต้องทำวิจัยเพื่อจะได้ทราบสถานภาพการเรียนการสอนจีนปัจจุบันในทุกระบบและทุกระดับ รวมทั้งต้องพิจารณากำหนดหลักสูตร การทำตำราแบบเรียนสื่อการสอนภาษาจีน ตามที่ได้ทำวิจัยขึ้น เพื่อให้เห็นการเรียนการสอนจีนมีประสิทธิภาพดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

“ตอนนี้ มีคนวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าเราไม่สามารถผลิตคนที่รู้ภาษาจีนออกมารับใช้สังคมได้เพียงพอ เราจึงอยากให้มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตรที่ยังเป็นปัญหา เพราะไม่ได้สร้างระบบที่ต่อเนื่อง ไม่มีระบบในการประเมินผลการเรียนในแต่ละระดับ ไม่มีระบบในการประเมินผลงานของครูผู้สอน”อ.เขียนสรุปทิ้งท้าย

...ถึงตรงนี้ ต้องบอกว่าการหาแนวทางเพื่อสร้างมาตรฐานการสอนภาษาจีนในประเทศไทยจะเกิดขึ้นหรือพบทางตัน คำตอบอยู่ในมือของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย แต่ถึงอย่างไร ณ ตอนนี้ทุกปัญหาได้ถูกนำมาถกเถียงแล้ว บทสรุปจะต้องเกิดขึ้นในไม่ช้านี้แน่นอน