หมอเชี่ยวชาญพิษสุนัขบ้าชี้ คนตายปีละ 20 คน โดนกัดปีละ 5 แสนราย เหตุรัฐไม่สนใจ แต่สูญเสียเงินปีละกว่าพันล้านบาท สำนักงานสถิติสำรวจพบเลี้ยงหมาแต่ไม่ยอมพาไปฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า เขตบางกอกน้อย คลองสามวา ตลิ่งชัน บางบอoเจ้าของเอาไปฉีดยาน้อยสุด
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา อาจารย์ประจำสาขาวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าปัจจุบันพบว่าในแต่ละปีมีคนไทยตายด้วยโรคพิษสุนัขบ้าปีละ 20 ราย ในจำนวนนี้มีคนถูกสุนัขกัดมากถึง 5 แสนราย ในจำนวนนี้ได้ตรวจพิสูจน์เชื้อจากหัวสุนัขพบว่า 20-23% พบเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเคยมีการคำนวณความสูญเสียเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจพบว่า ทั้งค่าวัคซีน ค่าทำแผล ค่าเสียเวลาจากการหยุดงานและต้องตามฉีดวัคซีนเกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้าในแต่ละปีมีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านบาท
“สุนัขที่โรงเรียนน่าเป็นห่วง เพราะสุนัข 1 ตัวสามารถกัดเด็กนักเรียนได้หลายคน เนื่องจากมีเด็กมาก จึงอยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงสาธารณสุข กรมปศุสัตว์ กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯให้ความสำคัญกับโรคดังกล่าวที่สามารถป้องกันได้ ไม่ใช่สนใจแต่ว่ายอดผู้เสียชีวิตไม่มาก ก็ไม่จำเป็น แต่หากพิจารณาถึงยอดการสูญเสียปีละพันล้านบาทก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่ามองข้าม”นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว
นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ไม่มีข้อมูลว่าสุนัขบ้านกับสุนัขชุมชนที่มีคนให้อาหารแต่ไม่มีที่อยู่มีปริมาณเท่าใด แต่เชื่อว่าสุนัขชุมชนมีปริมาณมากกว่าหลายเท่า ซึ่งการเก็บข้อมูลมีความยากลำบากจึงเก็บได้เพียงสุนัขที่เลี้ยงในครัวเรือนเท่านั้น ซึ่ง สุนัขในครัวเรือนมักได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในปริมาณมาก แต่ที่น่าเป็นห่วงคือพวกสุนัขชุมชน ที่กลางวันไปเที่ยว กลางคืนกลับมาอยู่ประจำถิ่น มีประชาชนให้ข้าวน้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ทำให้มีโอกาสในการได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าได้ แม้ว่าสุนัขเหล่านี้จะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม ซึ่งคนที่ได้รับเชื้ออาจไม่รู้ตัวเพราะสุนัขอาจกัดแบบหยอกๆ ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าคนสามารถแสดงอาการหลังได้รับเชื้อนานสุด 1 ปี เนื่องจากซึ่งสุนัขที่ได้รับเชื้อจะไม่แสดงจนกว่าจะกัดคน และอาการจะปรากฏภายใน 10 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้คนจะไม่ทราบอาการของสุนัขได้เลย
นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 9 ก.ย.ถือว่าเป็นวันโรคพิษสุนัขบ้าโลก ในส่วนของประเทศไทยได้จัดกิจกรรมบริเวณสวนลุมพินี จัดกิจกรรมตั้งแต่ 7.00- 18.00 น. โดยมีการกิจกรรมมากมาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพิษสุนัขบ้า อบรมการเลี้ยงสุนัขที่ถูกวิธี การฉายภาพยนตร์มะหมา สี่ขาครับ การให้ความรู้จากสัตวแพทย์โดยตรง รวมถึงมีการเสวนา เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า โดยมีตัวแทนจากกรุงเทพมหานคร กรมควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ องค์การอนามัยโลก และญาติของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าจะมาถ่ายทอดประสบการณ์ด้วย
ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เรื่องการสำรวจสุนัขที่มีเจ้าของในกทม. พ.ศ. 2549 เพื่อทราบข้อมูลพื้นฐานจำนวนครัวเรือนที่เลี้ยงสุนัข จำนวนสุนัขที่มีเจ้าของ จำแนกตามกลุ่มอายุ เพศ จำนวนสุนัขทีได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การเกิด การตายตามกลุ่มอายุ ในรอบ 1 ปี ระหว่างวันที่ 17 มิย.-20 ส.ค. 2549 พบว่า มีครัวเรือนที่เลี้ยงสุนัขไว้ 3.89 แสนครัวเรือนจากครัวเรือนในกทม.ทั้งสิ้น 1.942 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 20%ของครัวเรือนทั้งหมดที่เลี้ยงสุนัข ซึ่งส่วนใหญ่เลี้ยงสุนัขเพียงตัวเดียว
“นอกจากนี้งานสำรวจพบว่า สุนัขที่มีเจ้าของมีจำนวน 8.23 แสนตัว เป็นเพศผู้มากกว่าเพศเมีย ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 93.2% ของครัวเรือนทั้งหมด ขณะเดียวกันสุนัขในครัวเรือนได้รับการฉีดวัคซีน 91.5% ของสุนัขทั้งหมด ซึ่งเขตที่ครัวเรือนฉีดวัคซีนให้สุนัขและสุนัขก็ได้รับการฉีดวัคซีนมากที่สุดคือ เขต คลองสาน สัมพันธวงศ์ ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย และพญาไท ส่วน เขตที่มีสัดส่วนของครัวเรือนฉีดวัคซีนน้อยที่สุดคือ เขต ตลิ่งชัน ราชเทวี บางบอน หนองจอก และคลองสามวา ส่วนเขตที่มีสุนัขได้รับการฉีดวัคซีนให้น้อยสุด อาทิ เขตบางกอกน้อย คลองสามวา ตลิ่งชัน บางบอน และคลองเตย”
เมื่อพิจารณา 50 เขต เขตบางกะปิมีครัวเรือนที่เลี้ยงสุนัขมากที่สุดถึง 2.064 หมื่นครัวเรือนมีจำนวน 4.5 หมื่นตัว รองลงมาได้แก่ จตุจักร ลาดพร้าว บางแค และลาดกระบัง ส่วนเขตที่เลี้ยงสุนัขน้อยที่สุด เขตสัมพันธวงศ์มีครัวเรือนเลี้ยงสุนัข 974 ครัวเรือนมีสุนัขจำนวน 1.565 พันตัว รองลงมาเป็นปทุมวัน บางรัก และป้อมปราบศัตรูพ่าย ในส่วนข้อมูลการเกิดของสุนัขในรอบปีที่ผ่านมา พบว่ามีสุนัขเกิดใหม่ 9.948 พันครัวเรือน คิดเป็น 2.6% ของครัวเรือนที่เลี้ยงสุนัขมีจำนวนทั้งสิ้น 4.08 หมื่นตัว โดยเขตที่มีสุนัขเกิดใหม่มากที่สุดคือ เขตดอนเมือง ประเวศ จตุจักร และบางเขน


