ประชาชนหลายพันคนแห่ร่วมพิธีมหาพุทธาเทวาภิเษก “พระเสาชิงช้า” อย่างคึกคัก เพราะถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ กทม.จัดทำขึ้นในโอกาสฉลองเสาชิงช้าใหม่ ขณะที่การสั่งจองพระเสาชิงช้าคึกคักไม่แพ้กัน ประมาณมูลค่านับแสนบาทแล้วในวันนี้ พร้อมเปิดให้จองจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เผยมีประชาชนบางรายนำองค์พ่อจตุคามร่วมปลุกเสกด้วย
วันนี้ (26 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) อันเป็นสถานที่จัดพิธีมหาพุทธาเทวาภิเษก “พระเสาชิงช้า” (พระศรีศากยมุนี-พระตรีมูรติ) ที่ระลึกในงานฉลองเสาชิงช้าใหม่ พ.ศ.2550 เป็นไปด้วยความคึกคักมีประชาชนต่างมาจับจองที่นั่งในเต็นท์สำหรับจัดไว้ให้ประชาชนเต็มทุกที่นั่ง รวมประมาณนับพันคน โดยทุกคนไม่หวั่นแม้ว่าขณะนี้ฝนจะเริ่มตั้งเค้าแล้วก็ตาม
ส่วนบริเวณปรัมพิธีนอกเหนือจากเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเครื่องบวงสรวงเทพยาดาฟ้าดิน และอาสนะให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ไว้สวดบริกรรมคาถาวัตถุมงคลพระเสาชิงช้าแล้ว ยังมีประชาชนให้ความสนใจนำวัตถุมงคลของตนเองมาเข้าร่วมพิธีมหาพุทธาเทวาภิเษก ซึ่งได้มีประชาชนนำองค์พ่อจตุคามรามเทพมาร่วมปลุกเสกด้วยเช่นกัน
ขณะที่เต็นท์ที่จัดไว้สำหรับสั่งจองพระเสาชิงช้านั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้ที่ต่างศรัทธาเดินทางมาจองพระเสาชิงช้าซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการเปิดจอง
ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าทราบว่าจะมีการเปิดเต็นท์ให้จองพระเสาชิงช้าไปจนถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น เพราะถือเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว ส่วนยอดการสั่งจองในวันนี้ยังไม่สามารถประเมินค่าได้เพราะมีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก แต่คาดว่ามีมูลค่านับแสนบาทแล้ว
ในส่วนของการแจกจ่าย น้ำมนต์นครฐานสูตรกรุงรัตนโกสินทร์ 225 ปี ที่เป็นการรวมน้ำพระพุทธมนต์ที่มาจาก 75 จังหวัดทั่วประเทศ กับน้ำพระพุทธมนต์จากพระอารามหลวง และวัดสำคัญจาก 50 เขตในกรุงเทพฯ มารวมกับน้ำเทพมนต์ในขันสาครของโบสถ์พราหมณ์ ซึ่งถือเป็นน้ำมนต์ 100 ปีที่ไม่เคยแห้ง ที่กทม.นำมาแจกให้กับประชาชนที่เข้ามาร่วมพิธีมหาพุทธาเทวาภิเษกพระเสาชิงช้าในวันนี้จำนวน
100,000 หลอด นั้นประชาชนให้ความสนใจเข้ามารับบัตรคิวเพื่อรับน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้วเกือบ 4,000 ราย
เมื่อเวลา 15.09 น. กรุงเทพมหานคร(กทม.)ได้เริ่มพิธีมหาพุทธาเทวาภิเษกพระเสาชิงช้า (พระศรีศากยมุนี – พระตรีมูรติ) ที่ระลึกในงานฉลองเสาชิงช้าใหม่ พ.ศ. 2550 ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกทม.โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯกทม.เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางประชาชนร่วมงานหลายพันคน ทั้งนี้นายอภิรักษ์ และคณะผู้บริหารกทม.ได้จุดธูปเทียนประกอบเครื่องบวงสรวง โดยมีพราหมณ์สุเมธ พรหมชาติ ซึ่งเป็นพราหมณ์ที่ประกอบพิธีกรรมปลุกเสกองค์จตุคามรามเทพที่วัดพระศรีมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และเป็นบุตรของพราหมณ์แจ้ง พรหมชาติ พรหมประจำราชสำนัก เป็นผู้บวงสรวงกล่าวเทพยดาทั่วท้องจักรวาลโดยในพิธีนี้พราหมณ์สุเมธได้กล่าวอัญเชิญองค์จตุคามรามเทพร่วมพิธีกรรมด้วย
ทั้งนี้ขณะที่ประกอบพิธีกรรมท้องฟ้ามืดครึ้มตลอดเวลา มีเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า แต่กลับไม่มีฝนตกลงมาแต่อย่างใด มีเพียงแต่เม็ดฝนโปรยปรายเล็กน้อยขณะที่กล่าวบวงสรวงเทพยดาเท่านั้น
จากนั้น 15.45 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ จำนวน 10 รูป ได้แก่ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ พระสาสนโสภณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร พระพรหมเมธาจารย์ วัดบูรณศิริมาตยาราม พระธรรมวรเมธี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระธรรมรัตนดิลก วัดสุทัศนเทพวราราม พระเทพปริยัติมุนี วัดทองนพคุณ พระราชสุธี วัดชนะสงคราม และพระศรีรัตนโมลี วัดราชสิทธาราม ประจำอาสนะ การบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล และให้ศีลโดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์
ต่อมาเวลา 15.55 น. สมเด็จพระมหาธีราจารย์เจิมเทียนชัย และเทียนพุทธาภิเษก 15.59 น. สมเด็จพระมหาธีราจารย์จุดเทียนชัย ขณะที่พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระคาถาจุดเทียนชัย สมเด็จพระมหาธีราจารย์โปรยข้าวตอกดอกไม้ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา บัณฑิตอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์ ธัมมจักกัปปวตนสูตร ผู้ว่าฯ กทม. จุดเทียนชัยมงคล และถวายเครื่องไทยธรรมแด่สมเด็จพระมหาธีราจารย์และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์
และเมื่อเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมานายอภิรักษ์ ได้จุดธูปเทียนหน้าพระพิธีธรรม จุดเทียนพุทธาภิเษกและเทียนนวหรคุณ พระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธารามสวดพระคาถามหาพุทธาภิเษก พระคณะจารย์ ชุดที่ 1 จำนวน 36 รูป นั่งปรกอธิษฐานจิตหน้าพระเสาชิงช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 19.00 น. นายอภิรักษ์จะจุดธูปเทียนหน้าพิธีธรรมอีกครั้ง ในครั้งนี้พระพิธีธรรมจากวัดสุทัศเทพวราราม สวดพระคาถาภาณวาร พระคณาจารย์ ชุดที่ 2 จำนวน 36 รูป นั่งปรก อธิษฐานจิต จากนั้น 21.00 น. ผู้ว่าฯ กทม. จุดธูปเทียนหน้าพิธีธรรม และพระพิธีธรรมจากวัดสุทัศเทพวราราม สวดพระคาถาจตุเวทย์ทิพย์มนต์ พระคณาจารย์ ชุดที่ 3 จำนวน 36 รูป นั่งปรก อธิษฐานจิต จนกระทั่ง 23.09 น. พระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ฯ ประกอบพิธีดับเทียนชัย และประพรมน้ำมนต์ โดยใช้น้ำมนต์นครฐานสูตรกรุงรัตนโกสินทร์ 225 ปี ที่ กทม.จัดทำขึ้นประพรมเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่พระเสาชิงช้าด้วย พระศรีศากยมุนี พระประจำกรุงเทพฯ –พระตรีมูรติรวม 3 อำนาจสูงสุด
ทั้งนี้ เสาชิงช้าถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการทดสอบความมั่นคงแข็งแรงของการสร้างเมือง การบูรณปฏิสังขรณ์เสาชิงช้าใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งคาดว่าเสาชิงช้านี้จะอยู่คู่บ้านคู่เมืองต่อไปอีกนานนับร้อยปีจึงจะมีโอกาสแห่งการบูรณะและฉลองเสาชิงช้าครั้งต่อไป ดังนั้นเพื่อระลึกถึงวาระสำคัญอันเป็นประวัติศาสตร์นี้ กรุงเทพมหานครจึงได้จัดสร้าง “พระเสาชิงช้า” ในรูปของ “พระศรีศากยมุนี” และ “พระตรีมูรติ” ให้ประชาชนได้มีไว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นที่ระลึก
พระเสาชิงช้าถือเป็นสุดยอดวัตถุมงคล ที่รวมแห่งศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากจำลองมาจากพระศรีศากยมุนีซึ่งเป็นพระประจำกรุงเทพมหานคร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดให้อัญเชิญลงมาจากวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จ. สุโขทัย (สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระมหาธรรมราชาลิไทยหรือราวหกร้อยกว่าปีมาแล้ว) มาประดิษฐาน ณ วัดสุทัศน์เทพวราราม ซึ่งเป็นวัดที่โปรดให้สร้างขึ้นตรงบริเวณจุดกึ่งกลางพระนคร
ส่วนพระตรีมูรตินั้น เป็นรูปเคารพที่รวมเทพทั้ง 3 องค์ไว้ในรูปเดียวกัน คือ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ ถือเป็นการรวมตัวกันของพลังทั้ง 3 ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด และมีอำนาจสูงสุด เชื่อกันว่าการบูชาพระตรีมูรติเป็นประจำจะประสบแต่ความอุดมสมบูรณ์ทั้งในชีวิต หน้าที่การงาน และความรัก ซึ่งเหมาะที่จะเป็นวัตถุมงคลของประชาชนชาวไทยในยุคที่บ้านเมืองต้องการความรักความสมานฉันท์เช่นปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง
โดยมวลสารหลักของพระเสาชิงช้า ประกอบด้วย มวลสารเสาชิงช้าต้นเก่า และมวลสารของเสาชิงช้าต้นใหม่ซึ่งเป็นไม้สักทองอายุกว่า 100 ปี มวลสารมงคลจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก รวมกับมวลสารที่เป็นมงคลอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งรวบรวมมาจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละ 9 วัด โดยได้รับความอนุเคราะห์จากพระคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ ร่วมกันเขียนยันต์ลงผง ผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงมหาราช และมวลสารจากการจัดสร้างวัตถุมงคลในวโรกาสที่สำคัญ ได้แก่ 90 พรรษาสมเด็จย่า, 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, 72 พรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ 72 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ
และเนื่องในวาระพิเศษปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา กทม.จึงจัดสร้างพระศรีศากยมุนี ซึ่งด้านหลังเป็นรูปเสาชิงช้าและพระวิหารวัดสุทัศน์ เป็นพระทองคำแท้หนัก 2 บาทลักษณะรูปวงรี ขนาด 3 x 2 ซม. เพื่อทูลเกล้าฯถวายต่อไป
ทั้งนี้ กทม.ได้เปิดให้ประชาชนผู้สนใจสั่งจองพระศรีศากยมุนี และพระตรีมูรติ
ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2550 เป็นต้นมา โดยได้ผลิตพระเพื่อส่งมอบให้แก่ประชาชนที่สั่งจองและให้ผู้สนใจเช่า รวมจำนวน 3 แสนองค์ ซึ่งกทม. กำหนดจะส่งมอบพระตามใบสั่งจองตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม เป็นต้นไป จึงขอให้ผู้ที่สั่งจองไว้นำใบจองหรือใบเสร็จรับเงินไปรับพระได้ตามวันที่ระบุในใบจอง และติดต่อขอรับ ณ สถานที่ที่สั่งของไว้ หากใบเสร็จหายให้นำใบแจ้งความไปติดต่อ ส่วนผู้ที่สนใจจะเช่าพระเพิ่มเติมสามารถขอเช่าได้ที่เต้นท์หน้าศาลาว่าการกทม.เปิดจองเสาชิงช้าจำลองทำจากไม้สักเสาชิงช้าแท้
นอกจากนี้ จากการบูรณปฏิสังขรณ์เสาชิงช้า โดยใช้ไม้สักทองจากจังหวัดแพร่ที่มีอายุกว่า 100 มาจัดทำเสาชิงช้าต้นใหม่จนแล้วเสร็จนั้น เนื่องจากมีไม้ที่เหลือจากการทำไม้เสาชิงช้าอยู่ส่วนหนึ่ง กทม.จึงนำไม้ดังกล่าวไปจัดทำเสาชิงช้าจำลองที่ระลึกในงานฉลองเสาชิงช้า พ.ศ. 2550 โดยย่อส่วน 1 : 50 จากเสาชิงช้าจริง แกะสลักกระจังหูช้างซึ่งเป็นส่วนยอดของเสาชิงช้าด้วยเลเซอร์ พร้อมทั้งแกะสลักตราสัญลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร “พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ” ไว้ตรงกลางฐาน ซึ่งเสาชิงช้าจำลองนี้จะไม่ทาด้วยสีแดงเหมือนเสาชิงช้าจริง เพื่อเห็นลายของไม้สักทองเสาชิงช้า และจะบรรจุลงในกรอบแก้วใสสวยงาม
ผู้สนใจติดต่อสั่งจองเสาชิงช้าจำลอง ในราคา 5,999 บาท โดยจะจัดทำจำนวนจำกัดเพียง 2,599 ชิ้น ตามจำนวนไม้ที่มีอยู่เท่านั้น นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้ผู้สนใจสั่งจองเหรียญที่ระลึกเสาชิงช้า ทำจากเนื้ออัลปาก้าในราคา 99 บาท ดวงตราไปรษณียากรที่ระลึกเนื่องในงานฉลองเสาชิงช้า พ.ศ. 2550 ชุดละ 300 บาท ตราไปรษณีย์ จำหน่ายชุดละ 150 บาท และหนังสือที่ระลึกงานฉลองเสาชิงช้า เล่มละ 299 บาท สั่งจองได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ณ เต้นท์สั่งจองของที่ระลึกและพระเสาชิงช้า ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) โดยรายได้ทั้งหมดได้นำเข้ากองทุนเสาชิงช้าที่จัดตั้งขึ้น เพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับเสาชิงช้า เช่น การบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งต่อๆ ไป อีกทั้งนำรายได้ส่วนหนึ่งใช้ดำเนินกิจกรรมร่วมกับจังหวัดแพร่ เช่น สร้างศูนย์การเรียนรู้ไม้สักทองเสาชิงช้า ที่จังหวัดแพร่ซึ่งได้เสียสละมอบต้นสักทองอันล้ำค่าทั้ง 6 ต้นมาจัดทำเสาชิงช้าต้นใหม่ด้วย สำหรับผู้สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับพระเสาชิงช้าและวิธีสั่งจองของที่ระลึก สามารถสอบถาม โทร. 0 2224 – 2958, 0 2224 3047 หรือ 0 2221 2141 ต่อ 1423, 1424, 1461


