ภาพพสกนิกรชาวไทยสวมเสื้อเหลืองรวมตัวกันเป็นคลื่นมหาชน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2549 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี คงเป็นภาพที่ประทับอยู่ในใจของชาวไทยทุกคนมิรู้วาย
5 ธันวาคม 2549 ภาพคลื่นมหาชนเสื้อเหลืองกลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมายุครบ 79 พรรษา
และที่ประทับใจไปกว่านั้นก็คือ ในวันนั้นบรรดาผู้สูงอายุวัย 70 ปี 80 ปีได้นัดรวมพลังกันแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเข้าร่วมกิจกรรม “80 รวมใจภักดิ์ รักพ่อของแผ่นดิน”ซึ่งจัดโดยกองทัพบกและกรุงเทพมหานคร
เริ่มต้นจาก “คุณยายบุญล้อม พยัฆวิเชียร” ในวัย 98 ปี ที่แม้เรี่ยวแรงและร่างกายที่โรยราชราภาพจะถดถอยเรี่ยวแรงลง หากแต่สวนทางกับพลังใจอันแรงกล้าที่คุณยายมีความปรารถนาจะเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
คุณยายเล่าว่า....
“บ้านยายอยู่ฝั่งธนฯ เดินทางมาที่สนามเสือป่าตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ดีใจมากที่ได้มาร่วมถวายพระพรแด่ในหลวงในวันนี้ ยายรักท่านมาก เพราะไปมาหลายประเทศไม่มีแผ่นดินใดในโลกนี้ดีเหมือนประเทศไทย อาหารการกินสมบูรณ์ น้ำท่าไม่เคยอดอยาก เพราะในหลวงทรงห่วงใยดูแลประชาชนอยู่ตลอด และเป็นประเทศที่ทุกคนต่างร่วมกันแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพระองค์อย่างพร้อมเพรียง ยายขอให้พระองค์มีพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน”
คุณยายบุญล้อมย้อนความไปเมื่อปี 2451 ด้วยน้ำเสียงและสีหน้ากระชุ่มกระช่วยผิดวัย 98 ปีว่า ตนเองรับราชการเป็นครูสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อรับพระราชทานรางวัลครุอาวุโสรุ่นเดียวกับ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งนับเป็นการเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดและอยู่ในความทรงจำที่ไม่เคยลืม
“ยายปลาบปลื้มมาก หากมีโอกาสก็อยากเข้าเฝ้าฯ พระองค์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง วันนี้ตั้งใจมาถวายพระพร ร้อนก็ไม่เป็นไร”
ขณะที่ลูกหลานคุณยายบุญล้อมที่พาคุณยายมาร่วมกิจกรรมบอกว่า คุณยายนอนไม่หลับตั้งแต่เมื่อคืน เพราะรอเวลาที่จะเดินทางถวายพระพร
ส่วน คุณยายวันเพ็ญ เหล็กเพชร อายุ 77 ปี เดินทางมาจากเขตบางกะปิ บอกว่า เดินทางมาที่สำนักงานเขตบางกะปิ ตั้งแต่เวลาตี 5 ครึ่ง เพื่อมาขึ้นรถของทางสำนักงานฯ เดินทางมายังสนามเสือป่า และรู้สึกดีใจมากที่มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
“เมื่อคืนยายนอนไม่หลับเลย ตื่นเต้นที่ได้มาถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระเมตตาอย่างที่สุดและทั่วถึงประชาชนไทยทุกคน พระองค์ไม่ปล่อยให้ประชาชนอดอยาก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ยายดูพระองค์มีพระราชดำรัสทางโทรทัศน์ ยายก็กราบแล้วกราบอีก ไม่อยากให้พระองค์ตรัสนานกลัวพระองค์จะเหนื่อย ขอให้ในหลวงมีพระพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนานอยู่กับคนไทยตลอดไป”กล่าวจบคุณยายวันเพ็ญยกมือขึ้นไหว้ด้วยน้ำตาคลอเบ้า
ด้าน คุณตาบุญนำ จิตสว่าง อายุ 84 ปี เล่าด้วยความปลาบปลื้มขณะที่กำลังเดินขบวนเพื่อไปร่วมถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานว่า ตื่นตั้งแต่ตี 5 เพราะตั้งใจไว้ว่าจะเข้ามาร่วมงานให้ได้เพราะวันฉลองครองราชย์ 60 ปี ไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วม ซึ่งตั้งแต่เกิดมาจนมีอายุเท่านี้ได้ใช้ชีวิตในประเทศไทยมาร่วมกว่า 4 แผ่นดิน รู้สึกภาคภูมิใจยิ่งผ่านมาเข้าสู่แผ่นดินของในหลวงองค์ปัจจุบัน ได้เห็นถึงความสงบสุข ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ คนไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวรักใคร่กลมเกลียวกัน
คุณตาบุญนำยังบอกอีกว่า สิ่งที่จะทำให้นึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วทำให้เกิดความรู้สึกจงรักภักดีมากนั่นคือพระราชกรณียกิจที่ทรงงานหนักเพื่อพสกนิกรมาโดยตลอด รวมถึงพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทต่างๆ ที่นำมาคิดและปรับใช้ในชีวิตประจำวันเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจพอเพียงที่นำมาใช้ได้ไม่ว่าจะอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบใด เนื่องจากใช้ชีวิตอย่างไม่ฟุ้งเฟ้อชีวิตก็มีความสุขอย่างพอเพียงได้
“เกิดมา 4 แผ่นดินแล้วรู้สึกภูมิใจที่สุดที่ได้เกิดบนผืนแผ่นดินไทย แทบจะทุกรัชสมัยก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมพระราชพิธีสำคัญๆโดยเฉพาะในพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันทรงครองราชย์ยาวนานที่สุด ดังนั้นไม่ว่าจะมีการเฉลิมฉลองในวโรกาสใดก็จะพยายามไปเข้าร่วมเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและอยากถวายพระพรขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”
คุณยายนกแก้ว ภาพสว่าง อายุ 86 ปี ซึ่งเดินทางมาจากบ้านพักคนชราบางแค 2 เล่าว่าทุกวันที่บ้านพักฯจะมีกิจกรรมต่างๆให้ได้ทำทั้งออกกำลังกาย กิจกรรมคลายเครียด แต่กิจกรรมหนึ่งที่คุณยายชอบมากคือการสวดมนต์ไหว้พระเพราะทุกครั้งที่สวดมนต์จะนึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แม้จะไม่รู้หนังสือแต่ก็อาศัยใช้ความจำและจะขอพรพระให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุยืนนานอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนชาวไทยตลอดไป
“ไม่ค่อยได้มีโอกาสมาเข้าร่วมงานพิธีแบบนี้บ่อยนัก งานนี้เป็นงานใหญ่งานแรกที่ได้มีโอกาสมาร่วม จึงไม่รู้สึกเหนื่อยเลยเพราะจะเป็นการทำความดีอย่างหนึ่งถวายแด่พระองค์ท่าน จนถึงบัดนี้ในส่วนตัวหากทำอะไรเพื่อในหลวงได้ตนก็อยากทำให้เกิดมาชีวิตหนึ่งได้มาอยู่บนแผ่นดินของพระองค์ท่านก็เป็นบุญมากแล้ว”
ส่วนคุณตาศักดา โฉมเฉลา อายุ 81 ปี ที่มาพร้อมจักรยานคู่ใจจากย่านภูเขาทอง ด้วยความที่ตั้งใจมาเดินถวายพระพรบอกว่า ถึงแม้จะมีสังขารเป็นอุปสรรค แต่ไม่ว่าจะเป็นงานถวายพระพรที่ไหนก็จะไปร่วมกิจกรรมด้วยตลอด โดยเคยเดินถวายพระพรตั้งแต่สวนลุมพินียันถนนราชดำเนิน จากสนามหลวงไปยังลานพระบรมรูปทรงม้ามาแล้ว
“ความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ยากเกินจะบรรยาย สิ่งที่พระองค์สอนไว้ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เรามันคนจน ต้องรู้จักใช้แบบมัธยัสถ์ ใช้แล้วเหลือเก็บ ไม่ใช่ใช้แบบกินแล้วทิ้งเหมือนพวกคนรวยบางกลุ่มบางคน”
ขณะที่จ่าสิบเอกหญิง วราภรณ์ โพธิ์เชียงราก อายุ 81 ปี ที่ร่างกายจะไม่เอื้ออำนวย โดยต้องมีสามีคอยพยุงแขน แต่ก็ตั้งใจเดินทางมาเดินถวายพระพร โดยคุณยายรีบเดินกลัวไม่ทันคนข้างหน้า อย่างกระตือรือร้นไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย ถึงแม้ว่าด้วยร่างกายจะไม่เอื้ออำนวยแล้วก็ตาม
“รักและผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากๆ อยากให้พระองค์อยู่กับพวกเราไปนานๆ”
ที่น่าปลาบปลื้มไปกว่านั้นก็คือ ระหว่างที่ริ้วขบวนถวายพระพรเคลื่อนตัวจากสนามเสือป่าไปยังพระตำหนักจิตลดารโหฐาน ประชาชนเสื้อเหลืองในขบวนหลายคนต่างแสดงน้ำใจเข้าช่วยพยุงคุณยายวราภรณ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยึดคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ให้ช่วยเหลือเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน
และปิดท้ายกันที่คุณยายบุญช่วย กลัดเกศี อายุ 80 ปีที่มาพร้อมกลุ่มผู้สูงอายุวัย 80 ปีกว่า 20 คน จากบ้านพักคนชราบางแค 2 โดยเดินทางมาที่สนามเสือป่าตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแสดงความจงรักภักดี ซึ่งคุณยายบอกว่าหากมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์อย่างใกล้ชิดสักครั้ง คงปลาบปลื้มจนน้ำตาไหล
“ยายอยากให้บ้านบางแคพายายไปรับเสด็จฯ บ่อยๆ ถ้าพายายไป ให้ยายคอยทั้งวันยายก็คอยได้ ยายอยากเจอพระองค์จริงๆ” คุณยายบุญช่วยกล่าวพร้อมน้ำตาที่รื้นขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าแห่งความปลาบปลื้มยินดีที่ร่วมแสดงออกถึงความรู้สึกในวันนี้
คุณยายบุญช่วยกล่าวออกมาเบาๆ ว่า “อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตที่จะมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมถวายพระพรแด่ในหลวง”
จากนั้นคุณยายบุญช่วยได้บอกว่า สิ่งที่พระองค์พระราชทานให้แก่พสกนิกรทุกอย่างนั้น สามารถนำมาใช้ได้จริงๆ
“อย่างที่ในหลวงเคยตรัสทางโทรทัศน์ครั้งหนึ่งว่า เวลาใช้ยาสีฟันต้องบีบให้หมด รีดให้เรียบอย่าให้เหลือ ซึ่งยายทำมานานแล้ว ยายรักในหลวงมาก มากจนวัดค่าไม่ได้ คำว่าพ่อ เพื่อเรียกพระองค์สำหรับยายคงไม่ได้ แต่ถ้าของคนที่อายุน้อยกว่าคุณยายว่าควรมากๆ”


