xs
xsm
sm
md
lg

พสกนิกรเนืองแน่นรอรับเสด็จฯ"ในหลวง"-เปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ พระบรมมหาราชวัง โดยมีพสกนิกรชาวไทยพร้อมใจกันใส่เสื้อเหลืองเฝ้าฯรับเสด็จฯตลอดสองข้างทางที่ขบวนเสด็จฯเคลื่อนผ่าน พร้อมเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ"กันอย่างเซ็งแซ่ ด้านภาครัฐ-เอกชน เตรียมจุดพลุสุดอลังการหลายแสนนัด เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในเวลาประมาณ19.00น.

วันนี้(5 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากท้องสนามหลวงว่า แม้อากาศในช่วงบ่ายจะร้อนอบอ้าว แต่ยังเนืองแน่นไปด้วยพสกนิกรชาวไทยทั่วทุกสารทิศที่พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง ต่างเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมเนื่องในงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช และจับจองพื้นที่ริมฟุตปาธเพื่อเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร ในเวลา 19.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้บริเวณท้องสนามหลวงมีการประกอบพิธีรักษาศีลปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ขณะที่การจราจรโดยรอบท้องสนามหลวงขณะนี้ติดขัดเป็นอย่างมาก อีกทั้ง แม้จะมีบริการรถสุขาเคลื่อนที่ กว่า 10 คัน ภายในท้องสนามหลวง แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับประชาชน

ขณะเดียวกันที่บริเวณถนนราชดำเนิน ตั้งแต่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานผ่านฟ้าลีลาศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า มีประชาชนจำนวนมากออกมาจับจองที่นั่งอย่างล้นหลามทั้ง 2 ข้างทาง ในพื้นที่ที่ขบวนเสด็จฯของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จพระราชดำเนินผ่านเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา19.00น. ที่บริเวณกลางท้องสนามหลวง และหน้าสำนักงานฉลากกินแบ่งรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมมือกัน จุดพลุถวายพระพรอย่างยิ่งใหญ่และสวยงามสมพระเกียรติ โดยจะมีการจุดพลุจำนวนหลายแสนนัด โดยการแสดงพลุแต่ละชุดนั้น มีความหมาย สะท้อนพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เช่น ชุดไพรพณาพาสุขศรี สะท้อนพระอัจฉริยภาพ และสายพระเนตรในงานด้านเกษตร และการชลประทาน ป่าไม้ ชุดสมานฉันท์สามัคคี หมายถึงพระองค์ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทย และชาวต่างชาติ ทรงห่วงใยดูแลพสกนิกร โดยมิได้เลือกว่าเป็นชนชาติใด ศาสนาใด ซึ่งการจุดพลุนั้น จะจุดที่ตรงกลางท้องสนามหลวง และหน้าสำนักงานฉลากกินแบ่งรัฐบาล

ทั้งนี้ในส่วนของ3เหล่าทัพ ประกอบไปด้วย กองทัพบก กองทัพอากาศและกองทัพเรือ จะร่วมจุดพลุจำนวน 9 ชุด รวม 299 ดอก โดยในส่วนของกองทัพเรือ นำทีมโดย เรือตรีณรงค์พล ณ บางช้าง ตั้งชื่อพลุที่จะจุดดังนี้ ชุดที่ 1 ชื่อทรงพระเจริญ, ชุดที่ 2 ชื่อสถิตในดวงใจราษฎร, ชุดที่ 3 ชื่อน้อมอภิวาสองค์จักรี, ชุดที่ 4 ชื่อ บารมีแผ่ไพศาล, ชุดที่ 5 ชื่อมิ่งขวัญชาวประชา, ชุดที่ 6 ชื่อไตรรงค์คงคู่ฟ้า, ชุดที่ 7 ชื่อไพรพนาพาสุขศรี, ชุดที่ 8 ชื่อสมานฉันสามัคคี และชุดที่ 9 ชื่อสดุดีมหาราชา

ส่วนการจุดเทียนไขถวายพระพร คณะผู้จัดงานเตรียมเทียนไขไว้รองรับประชาชน ประมาณ 1,500,000 เล่ม โดยผ่านพิธีปลุกเสกจากวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหารด้วย

ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน

เมื่อเวลาประมาณ 17.15 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงขบวนเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เคลื่อนออกจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ผ่านถนนราชดำเนินนอก เข้าสู่ถนนราชดำเนินกลาง ถนนราชดำเนินใน สิ้นสุดที่พระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา โดยระหว่างที่ประทับรถยนต์พระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโบกพระหัตถ์ทักทายพสกนิกรที่สวมใส่เสื้อสีเหลืองเฝ้ารอรับเสด็จเป็นจำนวนมากตลอด 2 ข้างทาง ซึ่งประชาชนต่างโบกธงชาติไทย และเปล่งเสียงร้อง "ทรงพระเจริญ"

สำหรับบรรยากาศที่บริเวณท้องสนามหลวงขณะนี้ ยังคงมีประชาชนล้นหลามเฝ้ารอพิธีจุดเทียนชัยถวายในหลวงในช่วงค่ำ พร้อมกับมีการตั้งเวทีการแสดงมหรสพต่างๆ ทั้งลิเก เวทีมวย ดนตรี นอกจากนี้ยังมีการค้าขายสินค้าเพื่อนำเงินเข้าสมทบทุนถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งโรงทานก็มีการแจกจ่ายอาหารมีประชาชนเข้าแถวต่อยาวเหยียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "ขายเทียน" เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกิดขึ้นบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งโดยเฉลี่ยพ่อค้าแม่ค้านำมาขายในราคาอันละ 3 บาท และ 2 อัน 5 เร่ขายทั่วท้องสนามหลวง

นางประไพ โตแดง วัย 74 ปี แม่ค้าขายเทียน กล่าวว่า มาตั้งแต่ 3 โมงเย็นแล้ว โดยวันนี้เตรียมเทียนมา 100 เล่ม ซึ่งเพียง 2 ชั่วโมง สามารถขายเทียนได้ถึง 50 เล่มแล้ว คาดว่าก่อนพิธีจุดเทียนเริ่มขึ้นจะขายเทียนหมดอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นอกจากจะมีชาวไทยมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมากตั้งแต่เช้าแล้ว ยังมีชาวต่างชาติมาร่วมพิธีด้วยอย่างนายคริส ชาวแคนนาดา วัย 28 ปี กล่าวว่า ตนเองมาสอนหนังสือในโรงเรียนนานาชาติประมาณ 3 ปีแล้ว วันนี้ใส่เสื้อเหลืองมาร่วมงานโดยเฉพาะและเชื่อว่ามีชาวต่างชาติที่ทราบและมาร่วมงานเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน

ยิ่งเย็นยิ่งเนืองแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. บรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวงต่อเนื่องจนถึงถนนราชดำเนินเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมารอเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างเนื่องแน่นมากขึ้นเป็นลำดับ

ทั้งนี้ บริเวณท่าเรือข้ามฟากจากท่าน้ำศิริราชและท่าสะพานพระปิ่นเกล้าเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางเพื่อข้ามฟากมายังท้องสนามหลวง โดยในเรือแต่ละลำนั้นสว่างไสวไปด้วยผู้คนที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลืองเต็มไปทั้งลำเรือ ขณะที่บริเวณรอบพระบรมมหาราชวังก็มีผู้คนมาจับจองพื้นที่ตลอดสองฝั่งเพื่อเฝ้ารอรับเสด็จเป็นแถวยาวเหยียดเลยทีเดียว

เคลื่อนริ้วขบวนเฉลิมพระเกียรติ

เมื่อเวลาประมาณ 17.50 น.ได้มีการปล่อยริ้วขบวนเฉลิมพระเกียรติออกจากบริเวณถนนหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเข้าสู่ท้องสนามหลวงเพื่อรอพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีวงดุริยางค์ทหารเรือนำขบวนอัญเชิญเครื่องราชสักการะ ตามด้วยพสกนิกรชาวไทยสวมเสื้อสีเหลือง นิสิต นักศึกษา ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้แทนกระทรวง หน่วยงานและองค์กรต่างๆ พร้อมชูป้ายขนาดใหญ่ว่าทรงพระเจริญ โบกธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ และเปล่งเสียงทรงพระเจริญและไชโยตลอดเส้นทาง

สำหรับพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรที่จะมีขึ้นพร้อมกันในเวลา 19.29 น.ซึ่งจะมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานนั้น คณะกรรมการมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ได้เริ่มแจกเทียนที่ผ่านพิธีปลุกเสกจากวัดชนะสงครามแล้ว โดยเตรียมเทียนไว้ถึง 1,500,000 เล่ม ขณะเดียวกันได้มีการจัดเชิงเทียนขนาดใหญ่ประกอบด้วยเทียนหลายเล่มเตรียมจุดด้วย

ส่วนบรรยากาศบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามนามก็มีการแสดงต่างๆ ให้ประชาชนได้รับชมกันเป็นจำนวนมาก อาทิ มวยไทย ตระกร้อลอดบ่วง ซึ่งมีประชาชนไปรอชมเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีมหรสพอื่นๆ เช่น ลิเก คอนเสิร์ตมาได้รับรับชมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากเทียนที่ทางมูลนิธิ 5 ธันวามหาราชนำมาแจกฟรีแล้ว ยังมีพ่อค้าบางคนได้ประดิษฐ์โคมที่ถูกใจเด็กแนวโดยทำจากกระดาษแฟนซี มีลายสีเงินสีทอง ราคาอันละประมาณ 35-45 บาท ซึ่งได้รับความสนใจจากบรรดาคนรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก

ความในใจพสกนิกรของในหลวง
ส่วนบรรยากาศล่าสุดบริเวณถนนราชดำเนิน ในเวลา 18.15 น. ประชาชนที่มาเฝ้ารอรับเสด็จยังคงยืนรอรับเสด็จในช่วงเวลาเสด็จกลับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยอาศัยทีวีจอยักษ์ ซึ่งมีทั้งสิ้น 15 จุด เฝ้าดูว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำอะไรอยู่

คุณลุงสมชาย วัย 63 ปี ชาวเชียงใหม่ ซึ่งได้เดินทางมาตั้งแต่ช่วงกลางวันเพื่อมารอเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่บริเวณถนนราชดำเนินกล่าวว่า เดินทางมากทม.ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วโดยพักอาศัยอยู่กับลูกที่ทำงานที่กทม. รู้สึกดีใจที่เห็นขบวนรถเสด็จผ่านไป โดยได้ถือธงโบกแล้วเปล่งเสียงทรงพระเจริญร่วมกับคนอื่นที่อยู่บรเวณนั้น รู้สึกซาบซึ้งและดีใจที่เห็นคนไทยรักในหลวง โดยในปีนี้ก็พยายามที่จะอบรมสั่งสอนลูกหลายให้เป็นคนดีถึงแม้จะอยู่ไกลกัน ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยเท่าไหร่นัก เพราะอากาศไม่ค่อยร้อน อีกทั้งมีน้ำบริการบรรเทาร้อนตลอดเวลา

ด้านนายอรุณ ชาวกทม.ซึ่งมารอรับเสด็จตั้งแต่ช่วงประมาณ 14.00 น.พร้อมกับครอบครัว โดยเมื่อเห็นขบวนเสด็จผ่านไปตนได้โบกธงครองราชย์ 60 ปี พร้องเปล่งเสียงทรงพระเจริญด้วยสำหรับ วันนี้ได้พาลูกสาววัย 5 ขวบ มาด้วย ซึ่งก็ร่วมโบกธงรู้สึกดีใจแทนเขาที่มีโอกาสใกล้ชิด ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หลังจากนั้นพอเสด็จกลับแล้ว ก็จะร่วมจุดเทียนชัยและชมพลุก่อนกลับบ้าน

ด้านคุณยายละออง วัย 72 ปี ชาวนนทบุรี ที่มาตั้งแต่ช่วงกลางวันกับลูกสาว กล่าวแสดงความซาบซึ่งปีติที่ได้ชื่นรชมพระบารมีในหลวงอย่างใกล้ชิดว่า ครั้งที่แล้วในการฉลองครองราชย์ครบ 60 ปี ตนไม่สามารถมาได้เพราะไม่สบายเมื่อตนแข็งแรงดีจึงต้องมาให้ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่โอกาสมาอีกในครั้งหน้า วันนี้ลูกๆ ก็ยินดีที่ได้พาแม่มารับเสด็จเพราะอยากมาตั้งแต่งานครองราชย์แล้ว