xs
xsm
sm
md
lg

สัตวแพทย์ไทยสุดเจ๋ง ใช้น้ำเชื้อ “สด” ผสมเทียมช้างสำเร็จครั้งแรกในเอเชีย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ทีมสัตวแพทย์ไทยประสบความสำเร็จในการผสมเทียมช้างเชือกแรกของไทย โดยน้ำเชื้อสด กำหนดตกลูกเดือนมีนาคม 2550 เสียค่าใช้จ่ายถูกกว่าที่อิสราเอลให้สัตวแพทย์ชาวเยอรมัน ดำเนินการถึง 10 เท่า มุ่งพัฒนาต่อให้ผสมเทียมโดยน้ำเชื้อแช่แข็งข้ามจังหวัด เพื่อช่วยเพิ่มอัตราการเกิดของช้าง เตรียมเปิดประมูลภาพวาดโดยศิลปินช้างสมทบทุนอนุรักษ์ช้าง

น.สพ.สิทธิเดช มหาสาวังกุล
หัวหน้าฝ่ายโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย หนึ่งในคณะทำงานผสมเทียมช้าง เปิดเผยว่า ขณะนี้ “พังขอด” ช้างเพศเมีย อายุ 25 ปี ที่ได้รับการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อสด เมื่อวันที่ 8-10 มิถุนายน 2548 ประสบผลสำเร็จในการผสมเทียมโดยสัตวแพทย์ไทยครั้งแรกในเอเชีย ขณะนี้พังขอดมีสุขภาพดี และตั้งท้องได้ 14 เดือนแล้ว จะครบกำหนดตกลูก ประมาณเดือนมีนาคม 2550 ซึ่งลูกช้างที่เกิดมาจะถือเป็นช้างเชือกแรกของไทยที่เกิดจากการผสมเทียม จากที่ก่อนหน้านี้ มีช้างผสมเทียมตัวแรกในเอเชียเกิดที่ประเทศอิสราเอล ดำเนินการโดยสัตวแพทย์ชาวเยอรมัน โดยใช้น้ำเชื้อสดเช่นเดียวกัน มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2 ล้านบาท แต่สำหรับการผสมเทียมพังขอดใช้ค่าใช้จ่ายถูกกว่า 10 เท่า คือ 200,000 บาทเท่านั้น

น.สพ.สิทธิเดช กล่าวต่อไปว่า ทีมสัตวแพทย์กำลังขยายผลไปสู่การผสมเทียมช้างด้วยน้ำเชื้อแช่แข็ง ซึ่งเมื่อปี 2545 ไทยประสบความสำเร็จในการเก็บรักษาน้ำเชื้อช้างแช่แข็งได้เป็นครั้งแรกของโลกด้วยวิธีแช่ในถังไนโตรเจนเหลวได้น้ำเชื้อแช่แข็งคุณภาพดี มีอัตราการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าของน้ำเชื้อสูงถึงร้อยละ 40-50 แต่ก็ยังไม่สามารถนำน้ำเชื้อแช่แข็งมาผสมเทียมได้สำเร็จ

“หากพังขอดตกลูกออกมาแล้ว จะศึกษาความสมบูรณ์ของลูกช้าง เพื่อนำไปพัฒนาหาเทคนิคการผสมเทียมให้สามารถผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็งได้สำเร็จต่อไป หากทำได้ก็จะทำให้มีการผสมเทียมช้างข้ามจังหวัด เพื่อเป็นการปรับปรุงพันธุ์ช้างให้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ช้างมีอัตราการเกิดที่เพิ่มขึ้น เพราะช้างมีข้อจำกัดในการผสมพันธุ์ คือ วงรอบตกไข่ของตัวเมียนานถึง 4 เดือน ระยะเวลาตั้งท้องนานเกือบ 2 ปี และช้างเป็นสัตว์เลือกคู่ ไม่ผสมพันธุ์กันง่ายเหมือนสัตว์อื่น ถ้าตัวผู้ตัวเมียไม่ชอบกันจะไม่ผสมพันธุ์กันเลย” น.สพ.สิทธิเดช กล่าว

ทั้งนี้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ได้แถลงข่าวจัดงานนิทรรศการศิลปินเพื่อช้าง ครั้งที่ 2 ร่วมกับสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อหารายได้สมทบเข้ากองทุนอนุรักษ์และบริบาลช้างไทย ซึ่งจะมาช่วยพัฒนาการผสมเทียมช้างด้วย ในงานจะมีการเปิดประมูลภาพวาดโดยศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ ปรีชา เถาทอง อารี สุทธิพันธ์ ประเทือง เอมเจริญ รวมทั้งภาพที่วาดโดยศิลปินช้างอีกหลายภาพ งานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-25 กันยายนนี้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย