ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และสมุนไพร รวมทั้งการแพทย์ทางเลือกกำลังได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมในสังคมวงกว้าง จึงมีการพัฒนางานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพสำหรับประชาชน

กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับองค์กรภาคีต่างๆ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 1 ขึ้น เมื่อปี 2547 และครั้งที่ 2 ในปี 2548 เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และคุณภาพทางวิชาการ พัฒนาความร่วมมือของเครือข่ายการพึ่งตนเองด้านสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก
ในปีนี้ งาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 3” ก็ถือเป็นอีกงานสุดอลังการรวมสมุนไพรไทยนานาพันธุ์ พร้อมกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านภูมิปัญญาไทย ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมกันจัดอีกครั้งหนึ่ง ภายในงานยังได้มีการจัดแสดง “สวนสมุนไพรของพ่อหลวง” ซึ่งประกอบไปด้วยพืชสมุนไพรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งเสริมให้ชาวไทยใช้ และการนำสมุนไพรนานาพันธุ์ทั้งแปลก หายาก และมีคุณค่า ที่มีสรรพคุณหลากหลาย มาร่วมออกบูธ กว่า 360 บูท ภายในงานยังมีกิจกรรมที่เน้นในเรื่องของแนวคิดภูมิปัญญาไทย การประชุมด้านวิชาการ และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการยาไทยคู่แผ่นดินสยาม การประกวดค็อกเทลสมุนไพร สูตรเด็ดเคล็ดสุขภาพดี
พร้อมกันนี้ยังมีการจัดนิทรรศการความร่วมมือของการแพทย์นานาชาติ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นมาของสถาบันการแพทย์ไทย-จีน และการรักษา การบ่งชี้โรคด้วยการฝังเข็ม รวมทั้งในบูทจะมีแพทย์แผนจีน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ารับการตรวจรักษาโรคตามแบบแพทย์แผนจีน โดยไม่คิดค่าตรวจรักษา
นอกจากนี้ยังมีในส่วนของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับมอบหมายให้จัดแสดงสวนพืชสมุนไพรใกล้ตัว รวมถึงพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เกสรดอกไม้ต่างๆ ดอกบัว รวมทั้งการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพร
ขณะเดียวกันยังมีการจัดฝึกอบรมระยะสั้นหลายหลักสูตร เช่น การทำโฮมสปา การทำยาสีฟันสมุนไพร การจัดดอกไม้ รวมถึงการนวดไทย โยคะ การอบรมหลักสูตร 41 ท่านวดผ่อนคลายด้วยตนเองและหลักสูตรต่างๆ ซึ่งใครผ่านหลักสูตรการอบรมระยะสั้นนี้จะได้รับประกาศจากทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกอีกด้วย
ด้าน ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรครั้งนี้ได้ เอ่ยถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า การจัดงานรวมทั้งรูปแบบที่นำมาเสนอนั้น เราจะเห็นได้ว่าสมุนไพรแต่ละชนิดนั้นอยู่ใกล้กับชีวิตประจำวันของเราทุกคน และมีสรรพคุณมหาศาลที่บางครั้งเราอาจคาดไม่ถึง เช่น สมุนไพรโป๊ยกั้ก ที่นำไปใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเป็นยารักษาโรคไข้หวัดนก ง่านร้อยราก หรือสาวร้อยผัว ที่มีสรรพคุณคล้ายสมุนไพรกวาวเครือที่นำไปใช้เกี่ยวกับด้านความสวยงาม
“จะเห็นได้ว่ายังมีสมุนไพรอีกมากมายที่เรามองข้ามไป ซึ่งถ้าเราสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เช่นเดียวกับหลักแนวคิดของงาน คือ หกสัมผัส ภูมิปัญญาไทยร่วมสมัย ที่เน้นเรื่องตา หู ลิ้น จมูก กาย ใจ ถ้าทั้ง 6 สัมผัสนั้นสมดุลกัน ชีวิตก็จะมีสุขภาพดีไปด้วย” ดร.วัชระ สรุปทิ้งท้าย
ทั้งนี้ งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย. 2549 นี้ ที่ ฮอลล์ 7-8 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี นับเป็นงานยิ่งใหญ่สุดยอดอลังการระดับชาติที่รวบรวมสมุนไพรนานาพันธุ์มาไว้ ท่านใดที่สนใจเรื่องสมุนไพรใกล้ตัว และอยากเห็นนวัตกรรมสมุนไพรใหม่เชิญได้ที่งานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับองค์กรภาคีต่างๆ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 1 ขึ้น เมื่อปี 2547 และครั้งที่ 2 ในปี 2548 เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และคุณภาพทางวิชาการ พัฒนาความร่วมมือของเครือข่ายการพึ่งตนเองด้านสุขภาพด้วยภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้าน และการแพทย์ทางเลือก
ในปีนี้ งาน “มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 3” ก็ถือเป็นอีกงานสุดอลังการรวมสมุนไพรไทยนานาพันธุ์ พร้อมกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านภูมิปัญญาไทย ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และองค์กรภาคีเครือข่ายต่างๆ ร่วมกันจัดอีกครั้งหนึ่ง ภายในงานยังได้มีการจัดแสดง “สวนสมุนไพรของพ่อหลวง” ซึ่งประกอบไปด้วยพืชสมุนไพรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวส่งเสริมให้ชาวไทยใช้ และการนำสมุนไพรนานาพันธุ์ทั้งแปลก หายาก และมีคุณค่า ที่มีสรรพคุณหลากหลาย มาร่วมออกบูธ กว่า 360 บูท ภายในงานยังมีกิจกรรมที่เน้นในเรื่องของแนวคิดภูมิปัญญาไทย การประชุมด้านวิชาการ และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการยาไทยคู่แผ่นดินสยาม การประกวดค็อกเทลสมุนไพร สูตรเด็ดเคล็ดสุขภาพดี
พร้อมกันนี้ยังมีการจัดนิทรรศการความร่วมมือของการแพทย์นานาชาติ เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นมาของสถาบันการแพทย์ไทย-จีน และการรักษา การบ่งชี้โรคด้วยการฝังเข็ม รวมทั้งในบูทจะมีแพทย์แผนจีน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ารับการตรวจรักษาโรคตามแบบแพทย์แผนจีน โดยไม่คิดค่าตรวจรักษา
นอกจากนี้ยังมีในส่วนของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับมอบหมายให้จัดแสดงสวนพืชสมุนไพรใกล้ตัว รวมถึงพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด เกสรดอกไม้ต่างๆ ดอกบัว รวมทั้งการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากพืชสมุนไพร
ขณะเดียวกันยังมีการจัดฝึกอบรมระยะสั้นหลายหลักสูตร เช่น การทำโฮมสปา การทำยาสีฟันสมุนไพร การจัดดอกไม้ รวมถึงการนวดไทย โยคะ การอบรมหลักสูตร 41 ท่านวดผ่อนคลายด้วยตนเองและหลักสูตรต่างๆ ซึ่งใครผ่านหลักสูตรการอบรมระยะสั้นนี้จะได้รับประกาศจากทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกอีกด้วย
ด้าน ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานมหกรรมสมุนไพรครั้งนี้ได้ เอ่ยถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า การจัดงานรวมทั้งรูปแบบที่นำมาเสนอนั้น เราจะเห็นได้ว่าสมุนไพรแต่ละชนิดนั้นอยู่ใกล้กับชีวิตประจำวันของเราทุกคน และมีสรรพคุณมหาศาลที่บางครั้งเราอาจคาดไม่ถึง เช่น สมุนไพรโป๊ยกั้ก ที่นำไปใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการเป็นยารักษาโรคไข้หวัดนก ง่านร้อยราก หรือสาวร้อยผัว ที่มีสรรพคุณคล้ายสมุนไพรกวาวเครือที่นำไปใช้เกี่ยวกับด้านความสวยงาม
“จะเห็นได้ว่ายังมีสมุนไพรอีกมากมายที่เรามองข้ามไป ซึ่งถ้าเราสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เช่นเดียวกับหลักแนวคิดของงาน คือ หกสัมผัส ภูมิปัญญาไทยร่วมสมัย ที่เน้นเรื่องตา หู ลิ้น จมูก กาย ใจ ถ้าทั้ง 6 สัมผัสนั้นสมดุลกัน ชีวิตก็จะมีสุขภาพดีไปด้วย” ดร.วัชระ สรุปทิ้งท้าย
ทั้งนี้ งานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ส.ค.-3 ก.ย. 2549 นี้ ที่ ฮอลล์ 7-8 ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี นับเป็นงานยิ่งใหญ่สุดยอดอลังการระดับชาติที่รวบรวมสมุนไพรนานาพันธุ์มาไว้ ท่านใดที่สนใจเรื่องสมุนไพรใกล้ตัว และอยากเห็นนวัตกรรมสมุนไพรใหม่เชิญได้ที่งานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


