ภายหลังเกิดเหตุการณ์โคลนถล่มในจังหวัดทางภาคเหนือ โดยเฉพาะที่ จ.อุตรดิตถ์ ได้ส่งผลให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในสังคมไทย เพราะไม่เพียงแต่ชีวิตและทรัพย์สินที่ต้องสูญเสียไปเท่านั้น ครอบครัวที่รอดพ้นจากภัยพิบัติดังกล่าวยังต้องตกอยู่ในสภาพสิ้นไร้ไม้ตอก เพราะบ้านช่องที่อยู่อาศัย สวนทุเรียน สวนลองกอง ตลอดจนเครื่องมือทำมาหากินก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม นับเป็นความโชคดีของประชาชนคนไทยเมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงเป็นหลักชัยให้ได้อยู่เสมอ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปเยี่ยมชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมพระราชทานถุงยังชีพในเบื้องต้น
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ทรงมอบหมายให้ “มูลนิธิชัยพัฒนา” และเจ้าหน้าที่ “หน่วยเฉพาะกิจสิรินธร” แยกย้ายกันลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลทุกครัวเรือนที่ประสบภัย ว่าแต่ละครอบครัวต้องการอะไรบ้าง เพื่อพระราชทานสิ่งของต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการอีกด้วย
ณ วันนี้ พวกเขาชาวลับแล เมืองอุตรดิตถ์ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้.....
**ชีวิตใหม่ในบ้านพระราชทาน
ลุงช่วย แสนกันดี ชาวลับแลเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อได้รับพระราชทาน “บ้าน” หลังใหม่ให้ภายหลังจากบ้านของตัวเองถูกโคลนถล่มพัดหายไปทั้งหลัง จน 6 ชีวิตในครอบครัวต้องแยกย้ายกันไปอาศัยเพื่อนบ้านกินอยู่หลับนอน
บ้านของลุงช่วยนับได้ว่าเป็นบ้านพระราชทานหลังแรกที่เพิ่งสร้างเสร็จไปหมาดๆ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา
“รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานบ้านหลังใหม่ให้แก่ครอบครัว เพราะถ้าหากให้เก็บเงินมาปลูกบ้านด้วยตนเอง ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีถึงจะสร้างบ้านได้ เนื่องจากโคลนถล่มครั้งนี้สวนทุเรียน ลองกอง ซึ่งเป็นรายได้หลักถูกน้ำพัดพาเสียหายทั้งหมด”
“ตอนแรกที่มีเจ้าหน้าที่ของหน่วยเฉพาะกิจสิรินธร มาซักถามความต้องการ ก็บอกไปว่าอยากได้บ้าน เพราะบ้านถูกโคลนพัดหายไปทั้งหลัง ดีใจมากที่มีบ้านใหม่เพราะลูกหลานจะได้มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วรู้สึกปลาบปลื้มใจมากขึ้นที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ มาบ้านและรับสั่งถามว่า อยู่กันกี่คน เมื่อตอบไปว่า 6 คน พระองค์ท่านก็หันไปรับสั่งกับเจ้าหน้าที่ว่า ให้ออกแบบต่อเติมบ้านพักให้ใหญ่ขึ้น เพื่อที่จะได้อยู่ครบทั้ง 6 คนโดยไม่แออัด แล้วยังรับสั่งต่ออีกว่า ก่อนที่จะสร้างบ้านหลังที่ 2 และหลังถัดไปให้ซักถามเจ้าของบ้านว่าอยู่กันกี่คน หากอยู่กันหลายคนให้ขยายแบบบ้านออกไป”
สำหรับชีวิตของลุงช่วยทุกวันนี้ก็ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ โดยหันมาปลูกกล้วยแทนพืชผลเดิมที่เสียหาย เพราะเป็นพืชให้ผลผลิตเร็ว ทำให้มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้
ด้าน วีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อธิบายเสริมว่า หลังจากได้รับมอบหมายจากมูลนิธิชัยพัฒนาให้ปลูกบ้าน ซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายให้เร็วที่สุด ก็ได้ให้นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ รวมทั้งนักศึกษาจากวิทยาลัยต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่ที่เสียหาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปซ่อมแซมบ้านเรือน ที่ อ.เมือง อ.ท่าปลา อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งขณะนี้งานซ่อมแซมนั้นทำเกือบเต็ม 100 % แล้ว
ส่วนบ้านพระราชทานนั้น เป็นบ้าน 2 ชั้น ใต้ถุนโล่ง ฐานรากไม่ตอกเสาเข็ม ตามแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวน 253 หลัง มูลค่าหลังละ 177,610 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 44,935,330 บาท นอกจากนี้ ยังจัดวางระบบบำบัดน้ำเสียตามแบบของกรมควบคุมมลพิษอีกด้วย
“การที่ส่งนักศึกษาไปช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ที่ประสบภัยพิบัติจากโคลนถล่ม จะเป็นการพัฒนาบุคลากร ฝึกทักษะการปฏิบัติงานของนักศึกษา และบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของการจัดการอาชีวศึกษาที่กำหนดให้ ปรับวิธีเรียน เปลี่ยนวิธีสอน ปฏิรูปวิธีสอบและแนวทางการจัดการเรียนการสอน ที่ให้นักศึกษา เรียนเป็นเรื่อง เรียนเป็นชิ้นงาน เรียนเป็นโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนกวิชาช่างก่อสร้าง ไฟฟ้า”วีระศักดิ์สรุป
**พระราชทานเครื่องมือทำกิน
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เพียงเฉพาะบ้านพระราชทานเท่านั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารียังได้พระราชทานเครื่องมือเครื่องไม้ในการทำกินอีกด้วย ดังเช่นในรายของ “วิทยา แสนศรี” ได้รับพระราชทานเครื่องมือซ่อมรถจักรยานยนต์
“รู้สึกเครียดเหมือนกัน ไม่มีเครื่องมือซ่อมรถจักรยานยนต์ พอเจ้าหน้าที่มาสำรวจ ก็แจ้งว่าอยากได้อุปกรณ์อะไรบ้าง ประมาณ 15 วันเครื่องมือซ่อมรถ ก็มาถึงบ้าน ซึ่งส่งมาในจังหวะเหมาะทีเดียว เนื่องเพราะมีรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านหลายคนจมโคลน จำเป็นต้องซ่อมโดยด่วน หากปล่อยทิ้งไว้นานเครื่องยนต์อาจใช้งานไม่ได้”
วิทยา เล่าต่อว่า ดีใจมากที่ได้รับเครื่องมือพระราชทาน และตั้งใจจะนำเครื่องมือนี้ใช้ให้คุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้ ท่านยังให้อาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ มาสอนวิธีการซ่อมจักรยานยนต์ 2 จังหวะ และ 4 จังหวะ อีกด้วย
“ผมเรียนจบ ม. 3 ไม่ได้เรียนซ่อมรถ แต่อาศัยชอบแก้โน่นแก้นี่ พูดง่ายว่าเรียนรู้การซ่อมด้วยตนเองว่าเสียงเครื่องยนต์ดังอย่างนี้ มีปัญหาอะไร พออาจารย์มาสอนวิธีการซ่อมรถอย่างถูกวิธี ทำให้ง่ายขึ้น”
**ชีวิตที่มีแต่ความ “กลัว”
แม้วันนี้ บาดแผลภายนอกของพวกเขาจะได้รับการเยียวยาไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ยอมรับว่า ยากยิ่งที่จะเลือนหายไปได้ก็คือ “ความกลัว” ที่ฝังแน่นอยู่ในจิตใจ
ลุงช่วย และเพื่อนบ้านกว่า 20 คน บอกเสียงเดียวกันว่า กลัว แต่ไม่รู้จะย้ายไปอยู่ที่ไหน ย้ายไปแล้วจะไปประกอบอาชีพอะไร ที่พวกเราอยู่ตรงนี้เรายังมีสวน พอมีรายได้ประทังชีวิต พร้อมกันนี้มั่นใจว่า คงไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก หรือถ้าเกิดขึ้นก็คงไม่ร้ายแรง เพราะได้ติดตั้งสัญญาณเตือนภัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ บอกว่าจะมาขุดลอกทางน้ำที่ตื้นเขิน ขยายให้กว้างขึ้น
เช่นเดียวกับป้ามะลิที่เสริมว่า พวกเราอยู่กันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ย่าตายายแล้ว ไม่รู้จะย้ายไปอยู่ที่ไหน ก็เคยมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่า ครอบครัวไหนที่ถูกโคลนถล่มแล้วไม่อยากอยู่ตรงนี้ อยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ทางราชการจัดสรรพื้นที่ไว้ให้โดยจะปลูกบ้านให้ พร้อมทั้งจัดสรรที่ดินทำกินให้ด้วย แต่พวกเราพร้อมใจกันอยู่ที่เดิม อาจจะเกิดจากความผูกพัน คือ เกิดที่นี่ ญาติพี่น้องก็อยู่ที่นี่ มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน รู้สึกอบอุ่น


