xs
xsm
sm
md
lg

ผลวิเคราะห์ ชี้ชัด นร.หญิงตบกันแพร่คลิปวิดีโอ มีปัญหา “จิต” บกพร่อง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

กระทรวงศึกษาฯ เผยผลสรุปลักษณะทางจิตวิทยานักเรียนหญิงตีกันแพร่วิดีโอคลิป ชี้ชัดนักเรียนหญิงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มีการแก้ไขปัญหาและการจัดการความขัดแย้งต่ำ คุมอารมณ์ได้ไม่ดี ขาดวินัย และการเคารพระเบียบต่อสังคม พื้นฐานความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ดี ชี้ ในอนาคตมีโอกาสเกิดเหตุลักษณะนี้ในสถานศึกษาสูง เสนอมาตรการป้องกันให้ครอบคลุมทุกด้าน มากกว่าจะเน้นการควบคุมพฤติกรรมรุนแรงของนักเรียนแต่เพียงอย่างเดียว


นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากกรณีปัญหาความรุนแรงที่เกิดกับเด็กและเยาวชน โดยนักเรียนหญิงก่อความรุนแรง และเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ผ่านโทรศัพท์มือถือรูปแบบคลิปวิดีโอนั้น ได้มอบหมายให้คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประสานกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อขอให้ช่วยทำวิจัยกรณีดังกล่าว ซึ่งผลการวิจัยจากนักวิชาการ สธ.สรุปรายงานผลทดสอบทางจิตวิทยาด้วยการสัมภาษณ์ และทดสอบทางจิตวิทยากับนักเรียนหญิงที่ก่อเหตุรุนแรงจากสถานศึกษา 2 แห่ง พบว่า ลักษณะทางจิตวิทยาของนักเรียนหญิงที่เป็นผู้กระทำความสามารถทางเชาวน์ปัญญาปกติ มีนิสัยหุนหันพลันแล่น ไม่สนใจรายละเอียด ขาดความมั่นใจในตนเอง ต้องการอยู่ในกลุ่มเพื่อให้ตัวเองรู้สึกมั่นใจ มีความขัดแย้งในตัวเองเกี่ยวกับภาพลักษณ์ผู้หญิง วางท่าเป็นหัวโจกเพื่อกลบเกลื่อน เมื่อแสดงออกไปแล้วรู้สึกผิด เสียใจ มีระเบียบวินัยในตัวเองต่ำ ความมั่นคงทางอารมณ์ และการควบคุมตัวเองระดับต่ำ มีลักษณะต่อต้านผู้ใหญ่ แยกแยะสิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญออกจากประเด็นที่ไม่สำคัญไม่ค่อยดี ทำให้มักปรับตัวและตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นไม่ค่อยดี

สำหรับลักษณะทางจิตวิทยาของผู้ถูกกระทำ พบว่า มีความสามารถทางเชาวน์ปัญญาในเกณฑ์ปกติ พื้นฐานครอบครัวไม่สมบูรณ์ มีบุคลิกภาพค่อนข้างอ่อนแอ และขาดความมั่นใจ มีความต้องการพึ่งพิงสูง เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่กระตุ้นอารมณ์ โดยเฉพาะปัญหาที่เป็นความขัดแย้ง มีแนวโน้มที่จะใช้วิธีเก็บกด และหลีกเลี่ยง

ส่วนลักษณะของกลุ่มเพื่อนที่เชียร์นั้น มีความคิดเชิงนามธรรมไม่ดี ความอดทนต่ำ ความมั่นคงทางอารมณ์ และการควบคุมตนเองไม่ดี มีความอ่อนไหวต่อการยอมรับ และไม่ยอมรับของผู้อื่น แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ดี มีความขัดแย้งและวินัยในตนเองต่ำ ไม่ค่อยเคารพระเบียบวินัยของสังคม ทำตามความพอใจของตนเอง บางรายมีลักษณะเชื่อฟังผู้อื่น คล้อยตามและถูกชักจูงได้ง่าย ขาดความยืดหยุ่น มีแนวโน้มที่จะแสดงความก้าวร้าวได้เมื่ออยู่ในสถานการณ์กดดัน

“ผลสรุปพบว่านักเรียนหญิงที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์มีลักษณะร่วมของนักเรียนที่มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งพบได้ทั่วไปในสถานศึกษาต่างๆ โดยในภาพรวมเป็นผู้ที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาและการจัดการความขัดแย้งต่ำคุมอารมณ์ได้ไม่ดี ขาดวินัย และการเคารพระเบียบต่อสังคม รวมทั้งมีพื้นฐานความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ไม่ดี ซึ่งทำให้ประเมินว่าโอกาสในการเกิดลักษณะนี้ในสถานศึกษาต่างๆ ในอนาคตมีอยู่สูง การกำหนดมาตรการป้องกันควรมีความครอบคลุมมากกว่าจะเน้นการควบคุมพฤติกรรมรุนแรงของนักเรียน แต่เพียงอย่างเดียว” นายจาตุรนต์กล่าว

รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า รายงานผลทดสอบทางจิตวิทยาได้เสนอมาตรการป้องกันและควบคุมปัญหาความรุนแรงในนักเรียน 5 ข้อ ได้แก่ 1.พัฒนาความสัมพันธ์และการข่าวระหว่างครูและนักเรียน 2.พัฒนาทักษะชีวิตและความสามารถในการจัดการปัญหาและความขัดแย้ง 3.พัฒนาคุณภาพระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4.สร้างค่านิยมและความเชื่อที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งและความรุนแรง และ 5.บำบัดควบคุมพฤติกรรม และลงโทษนักเรียนที่ก่อเหตุรุนแรง อย่างไรก็ตาม นักวิชาการ สธ.ยังให้ความเห็นว่า ศธ.ควรหาข้อมูลและความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงเด็กในรูปแบบต่างๆ ให้เป็นระบบ เพื่อนำเสนอข้อมูลให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและสังคมได้รับรู้ไม่ว่าจะเป็นการจัดเสวนา ชี้แจง และการเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่องด้วย