xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อรัฐปล้นช้างไทยไปนอก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ช้าง เคยเป็นสัตว์ที่สำคัญต่อชาติไทยในอดีต แต่ภาพในทุกวันนี้ เรามักเห็นช้างจำนวนไม่น้อยต้องเร่ร่อนออกมาขอทาน สร้างความสลดหดหู่ใจให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก และล่าสุดภาพแห่งความสะเทือนใจก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อรัฐบาลไทยส่งช้างไทยไปแลกเปลี่ยนกับ “หมีโคอาลา” ตาม โครงการแลกเปลี่ยนสัตว์ระหว่างไทยและออสเตรเลีย

การแลกเปลี่ยนช้างไทยกับหมีโคอาล่าในครั้งนี้ หลายคนมองว่า นี่คือการกระทำที่อัปยศไม่แตกต่างอะไรไปจาก “การปล้น” เพราะเร่งร้อนและเร่งรีบส่งไปในขณะที่มีการเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างหนัก

รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ช้างเป็นสัตว์สังคม ช้างเป็นสัตว์มีรากเหง้า มีคุณความดีอยู่ในตัวเอง สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เคยเสวยพระชาติเป็นช้าง แต่วันนี้น่าเจ็บปวด ที่คนไทยบางส่วนกลับคิดว่า ไปอยู่เมืองนอก ไปอยู่ออสเตรเลียแล้วอยู่สบาย

“ผมว่าน่าเจ็บปวดที่คนไทยคิดแบบนี้ แอนดรูว์ บิ๊ก เองก็เคยออกมาพูดว่าช้างไปอยู่ออสเตรเลียจะได้รับการดูแลอย่างดี ถามว่าถ้าออสเตรเลียดีจริงนายแอนดรูว์มาอยู่เมืองไทยทำไม”

รศ.ศรีศักรกล่าวต่อไปอีกว่า ช้างนั้นเป็นสัตว์อันเป็นสัญลักษณ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด สำหรับประเทศไทยแล้ว ช้างไทยจะเป็นสัตว์ใหญ่ที่หายากแล้ว ช้างยังเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นราชพาหนะของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นสัตว์ทรงค่าคู่พระบารมี เป็นราชพาหนะยามออกศึก จนกระทั่งปรากฏในประวัติศาสตร์ช้างทรงหลายช้างได้รับพระราชทานยศสูงถึงเจ้าพระยา จากคุณความดีที่กระทำยุทธหัตถีกู้ชาติกู้แผ่นดิน, ไม่ว่าจะเป็นการที่ธงชาติของไทยในยุคหนึ่งก็มีตราช้างอยู่บนผืนผ้า ซ้ำช้างยังเป็นสัญลักษณ์หนึ่งในเจ็ดมงคลแห่งจักรพรรดิราชอีกด้วย

....แล้วเหตุใดคนไทย จึงลืมสัญลักษณ์ของชาติได้ลงคอ???”

ด้าน น.สพ.ปรีชา พวงคำ อดีตผู้อำนวยการสถาบันคชบาล ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลช้าง, นายสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้าง มูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า ในปัจจุบันมีขบวนการสร้างภาพช้างเร่ร่อนในสายตาของคนเมือง ให้กลายเป็นสัตว์จรจัด เป็นสิ่งที่น่ารำคาญ สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคม ตลอดจนสร้างภาพความน่าเวทนาสงสาร เพื่อให้เกิดความชอบธรรมจอมปลอมที่จะนำช้างออกนอกประเทศไป

“ขณะนี้มีขบวนการการสร้างความเบื่อหน่ายช้าง สร้างภาพว่าคนไทยเลี้ยงช้างไม่เป็น ทำให้คนไทยบางส่วนถึงกับเข้าใจผิด ตกหลุมขบวนการเหล่านี้ ถึงขั้นเอ่ยปากว่าให้ช้างไปต่างประเทศเถิด เขาดูแลดีกว่าที่คนไทยดูแล อยากถามว่าพูดแบบนี้ได้อย่างไร? ผมเองยอมรับว่าเมื่อก่อนนี้ผมจำต้องทำงานตามคำสั่งที่ถูกสั่งลงมา เพื่อการจัดหาช้างส่งไปต่างประเทศเพื่อนโยบายความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งผมเองก็จำเป็นจะต้องทำเพราะมันเป็นหน้าที่ ขนาดนั้นเรายังต้องปิดข่าวเพราะเราเกรงจะกระทบความรู้สึกของประชาชน ซึ่งในวันนี้ผมมานั่งมองสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ผมเสียใจ ผมไม่เชื่อว่าประเทศไหนจะดูแลช้างได้ดีเท่าประเทศไทย”

ส่วนภินันท์ โชติรสเศรณี ประธานกลุ่มอนุรักษ์กาญจน์ระบุว่า ได้พยายามคัดค้าน ขอร้องกลุ่มชาวออสเตรเลียที่ขนช้างมาพักไว้ที่จังหวัดกาญจนบุรีโดยตลอด โดยส่งหนังสือไปยังผู้นำชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ และถึงขนาดชาวบ้านและกลุ่มอาสาได้จัดเวรกันไปเฝ้าช้างทุกคืน ได้พบได้เห็นสภาพช้างที่ถูกขังในกรงแคบๆ พอดีตัว ต้องยืนตลอดเวลา ทำให้รู้สึกสะเทือนใจมาก

“รู้ไหมไอ้พวกฝรั่งออสซี่ที่ดูแลช้างเขาทำอย่างไรกับช้างเรา พอกินข้าวกล่องเหลือ เห็นกับตาเลยว่าเป็นข้าวผัดกะเพรา ก็เดินถือกล่องข้าวเหลือไปหาช้าง กรอกข้าวที่กินเหลือให้ช้างกิน กินโค้กกระป๋องเหลือ ก็กรอกปากช้างอีก นี่นะที่เขาจะเอาช้างไทยไปดูแล”

“ตอนแรกพี่ไม่คิดว่าช้างที่ถูกเอาไปเป็นลูกช้างป่าทั้งหมด แต่วันนี้คิดแล้วว่ามันเอาลูกช้างป่าไทยไป เชื่อว่าเป็นช้างป่าทั้งแปดตัวด้วย เพราะเคยขอให้ตรวจดีเอ็นเอแล้ว ซึ่งสัตวแพทย์ไทยและต่างประเทศก็ยืนยันว่าตรวจสอบได้ ทางเราก็ส่งหนังสือขอให้ตรวจพิสูจน์ไปแล้วเป็นปี ก็ไม่มีการตรวจให้ เลี่ยงบาลีไปเรื่อย มันพิรุธเกินไป ถ้าเป็นการแลกเปลี่ยนสัตว์ที่โปร่งใสจริง ทำไมต้องงุบงิบ ”

ท้ายสุดประธานกลุ่มอนุรักษ์กาญจน์เปิดเผยถึงกระบวนการเรียกร้องกรณีปล้นช้างไทยไปออสเตรเลียในครั้งนี้ว่า มีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองแล้ว เหลือเพียงรอคำตัดสินว่า คนไทย จะได้เห็นหน้าลูกช้างไทย 8 เชือกได้กลับมายังบ้านของมันอีกหรือไม่