xs
xsm
sm
md
lg

รู้จัก โรคเป็นสาวก่อนวัย/รศ.พญ.สุภาวดี ลิขิตมาศกุล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

คอลัมน์...สายตรงสุขภาพกับศิริราช
โดยรศ.พญ.สุภาวดี ลิขิตมาศกุล กุมารแพทย์

“โรคเป็นสาวก่อนวัย” มักเกิดกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการเจริญเติบโตในช่วงวัยเด็ก ทำให้เด็กมีเต้านมหรือมีประจำเดือน รังไข่และมดลูกหรืออัณฑะทำงานและพร้อมที่จะเจริญพันธุ์ ซึ่งการเจริญเติบโตที่เร็วผิดปกตินี้อาจส่งผลเสียต่อเด็กหลายด้านจนคุณแทบนึกไม่ถึง อาทิ ระบบโครงสร้างความสูงของเด็ก อธิบายง่ายๆ คือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงนั้นมีอยู่ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ฮอร์โมนตัวนี้จะเป็นตัวควบคุมให้ปลายของกระดูกซึ่งเจริญเติบโตอยู่ปิดลง ทำให้เด็กผู้หญิงหยุดสูงหลังจากมีประจำเดือน 2 ปี ส่วนปลายกระดูกของเด็กผู้ชายจะปิดช้ากว่าผู้หญิง 3-5 ปี ผู้ชายจึงมีโอกาสสูงกว่าปกติ นอกจากนี้โอกาสที่เสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมจะสูงขึ้นด้วย ตลอดจนสภาพจิตใจของเด็ก รวมถึงอันตรายจากบุคคลภายนอก เช่น กรณีการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และภาวะตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม


เราสามารถแบ่งช่วงการเจริญเติบโตของมนุษย์เป็น 4 ช่วง
1. ช่วงอยู่ในครรภ์มารดา
2. วัยเด็กเล็ก ตั้งแต่แรกคลอด - 3 ขวบ
3. วัยเด็ก ตั้งแต่ 3 - 8 ขวบ
4. วัยรุ่นเจริญพันธุ์


ในแต่ละช่วงจะมีปัจจัยที่กระตุ้นการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน แต่อาจมีความผิดปกติด้านร่างกายหรือ

ปัจจัยภายนอกบางอย่างที่กระทบต่อระบบควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทำให้เกิดการเจริญเติบโตที่ผิดปกติวัยเด็กจะมีปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโต นั่นก็คือ growth hormone และในวัยรุ่นซึ่งเป็นก้าวแรกสู่วัยเจริญพันธ์ก็จะมีฮอร์โมนเพศ (sex hormone) เป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนแปลง โดยฮอร์โมนทั้งสองตัวนั้นผลิตมาจากต่อมใต้สมอง (พิทูอิทารี) ต่อมที่ควบคุมการผลิตฮอร์โมนเพศนั้นจะถูกควบคุมการเริ่มและหยุดสร้างฮอร์โมนด้วยระบบ ไฮโปทาลามิก พิทูอิทารี โกนาดอล แอกซิล ซึ่งระบบนี้ควบคุมด้วยสมองส่วนไฮโปทาลามัส สรุปก็คือ ระบบไฮโปทาลามิก มีหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างและเก็บสะสมฮอร์โมนเพศและสารเคมีในร่างกายต่าง ๆ ในช่วงวัยเด็กเพื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่นนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้เป็นสาวก่อนวัย แบ่งได้ 3 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ
1. จากภายใน
เป็นที่รู้กันว่า เด็กที่มีไฮโปทาลามัสผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด หรือถูกกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ ได้รับการผ่าตัดหรือฉายแสงที่สมอง หรือเป็นเนื้องอกของต่อมใต้สมองซึ่งอยู่ใกล้กับไฮโปทาลามัสก็จะส่งผลให้การควบคุมการทำงานของระบบไฮโปทาลามิกนี้ผิดเพี้ยนไป ระบบจึงทำงานเร็วขึ้น เกิดเป็นสาวก่อนวัยขึ้นมา

อีกสาเหตุหนึ่งคือ การเป็นเนื้องอกบางชนิดในช่วงแกนกลางของไฮโปทาลามัส (แกนกลางของสมอง) เช่น เนื้องอก Harmatoma ซึ่งเป็นติ่งเนื้อเล็ก ๆ ไม่ส่งผลให้เห็นจากอาการภายนอก แต่เนื้องอกชนิดนี้จะสามารถสร้างฮอร์โมนบางชนิดขึ้นมา และฮอร์โมนเหล่านั้นมีผลไปกระตุ้นฮอร์โมนโกนาโดรโทรฟินในต่อมใต้สมอง (Pituitary) ให้ทำงานเกิดขบวนการสร้างฮอร์โมนเพศขึ้น ก็จะส่งผลต่อการเป็นสาวก่อนวัยได้ รวมถึงการมีซีสต์และเนื้องอกที่รังไข่ อัณฑะ หรือต่อมเพศซึ่งสามารถส่งผลให้เป็นสาวก่อนวัยได้เช่นกัน และท้ายสุดคือ การผิดปกติของต่อมหมวกไตซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศโดยตรง กรณีนี้พบได้ในเด็กที่เป็นโรค CAH นั่นคือ โรคต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนมากเกินไป

2. จากภายนอก เมื่อวัยเด็กได้รับฮอร์โมนเพศซึ่งเป็นฮอร์โมนในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ระบบร่างกายก็จะพัฒนาเร็วขึ้น ในอดีตพบว่า เด็กที่กินวิตามินหรือยาบางชนิดที่โฆษณาว่า เด็กกินยานี้แล้วจะโตเร็ว แท้จริงแล้วยานี้มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศ เมื่อกินยาประเภทดังกล่าวเข้าไปเด็กจะมีการสะสมไขมันมากขึ้น ทำให้เด็กอวบขึ้น ดูตัวโตกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน เป็นผลพวงจากการได้รับฮอร์โมนก่อน

3. ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด พบว่าทุก 20 ปี มนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วขึ้น หกเดือนถึงหนึ่งปีของอายุเกณฑ์เดิม ปัจจุบันเด็กผู้หญิงเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 8 ขวบ ในขณะที่เด็กชายเริ่มที่อายุ 9 ขวบ ซึ่งส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับเรื่องของภาวะโภชนาการเกินหรือความอ้วน เด็กที่มีร่างกายอ้วนมักจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าเด็กที่ผอม ได้มีการสำรวจในเด็กที่เล่นยิมนาสติกและเป็นนักบัลเลต์ ซึ่งต้องควบคุมรูปร่างให้ผอม จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้ากว่าคนในวัยเดียวกัน แต่เด็กที่ผอมมากจนมีน้ำหนักตัวต่ำกว่า 25% ของน้ำหนักมาตรฐานของอายุ ถือว่าเป็นโรคซึ่งจะส่งผลให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้าเกินไปเช่นกัน

นอกจากนี้ ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายอาจเชื่อมงกับโรคเป็นสาวก่อนวัยได้ สารเริ่มต้นของการสร้างฮอร์โมนเพศคือ คอเลสเทอรอลและเด็กรุ่นใหม่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดมากกว่าคนสมัยก่อนมาก สูงเกิน 200 mg% เพราะฉะนั้นอาจเป็นไปได้ว่า เมื่อสารตัวนี้เพิ่มมากขึ้นก็เหมือนมีวัตถุดิบมากขึ้น ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนได้มากพอที่ร่างกายจะนำไปใช้งานได้ จึงก้าวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว

จากข้อสันนิษฐานนำมาสู่เรื่องของอาหาร เช่น ไก่ ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงกันว่ามีการฉีดฮอร์โมนเร่งมากจนส่งผลมาถึงคนได้ว่า ในอดีต ไก่ที่เรากินเป็นไก่บ้าน เนื้อของไก่ส่วนใหญ่เป็นกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน แต่ในปัจจุบันเรามีไก่บ้านน้อยลง เหลือเพียงไกเลี้ยง ซึ่งถูกขุนให้อ้วนด้วยหัวอาหาร ทำให้มีปริมาณไขมันในเนื้อสูง เมื่อเด็กกินไก่จึงส่งผลให้เด็กมีไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกายมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวการณ์เป็นสาวก่อนวัยดังที่ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ ทั้งนี้เคยมีผู้ป่วยโรคนี้ที่มีรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ท้วมอ้วน เมื่อตรวจดูคอเลสเตอรอลพบว่ามีเกณฑ์สูงกว่าปกติ (เกณฑ์ปกติคือ เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี คอเลสเตอรอลไม่ควรเกิน 170 mg%) ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้หลายรายชอบกินไก่เป็นประจำ และจากการแนะนำให้เด็กควบคุมสัดส่วนอาหารโดยการลดอาหารที่มีไขมันสูง พบว่าในบางรายสามารถชะงักภาวะการเจริญเติบโตก่อนวัยให้ช้าลงได

แนวทางการรักษา
ในเบื้องต้น แพทย์จะเริ่มวินิจฉัยจากการเอกซเรย์กระดูกก่อนว่า มีโครงสร้างกระดูกล้ำหน้าหรือไม่ หากมี ก็จะอัลตราซาวนด์มดลูก รังไข่ หรือวัดอัณฑะและอวัยวะเพศว่ามีขนาดเปลี่ยนแปลงเหมือนได้รับฮอร์ โมนเพศกระตุ้นหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะเอกซเรย์สมองเพื่อตรวจหาสาเหตุ ซึ่งอาจมาจากความผิดปกติของสมองหรือมีประวัติได้รับฮอร์โมนเพศก็ต้องสั่งระงับยานั้น

กรณีที่ตรวจไม่พบสาเหตุ การรักษาจะทำได้เพียงการฉีดยาชะลอการเป็นสาว เพื่อรักษาให้เด็กสามารถเจริญเติบโตตามโครงสร้างที่ควรจะเป็น และลดความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น มะเร็งเต้านมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมไปถึงเรื่องสภาพจิตใจของเด็กที่อาจยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วย

ก่อนจบเรื่องนี้อยากแนะนำคือ การจัดสัดส่วนอาหารให้เด็กรับประทานอย่างเหมาะสม ไม่กินของที่มีไขมันมากเกินไป มีการควบคุมอัตราการเพิ่มของน้ำหนักและความสูงควรให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตามวัย เพราะเด็กอ้วนจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้มาก โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ถือเป็นปัญหาทางร่างกายซึ่งสามารถควบคุมปัจจัยจากภายนอกได้ ในส่วนด้านจิตใจของเด็ก การอบรมเลี้ยงดูบุตรมีผลต่ออุปนิสัยเด็กอย่างแน่นอน และสื่อในปัจจุบันนี้ยังมีผลกระทบต่อเด็ก แต่ถ้าผู้ปกครองซึ่งเป็นต้นแบบที่ดี เฝ้าอบรมบุตรหลานและดูแลอย่างใกล้ชิด ก็เสมือนเป็นเกราะป้องกันภัยให้แก่เด็กได้เป็นอย่างดี
------------------------------------------------------------
ช่วยเด็กสมาธิสั้น

“อยากรู้วิธีเสริมสร้างทักษะการเรียนให้เด็กสมาธิสั้น” ทำอย่างไร ขอเชิญฟังการเสวนาและอบรมเชิงปฏิบัติการ วันที่ 18 ส.ค. 2549 เวลา 07.30-15.30 น. ณ ห้องตรีเพ็ชร์ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ รพ.ศิริราช สอบถาม 0 2419 7000 ต่อ 4293