xs
xsm
sm
md
lg

สร้าง “คชาภรณ์ทองคำ” เครื่องทรงช้างเผือกคู่พระบารมี ร่วมฉลองครองราชย์ 60 ปี

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

วธ.สร้าง “คชาภรณ์ทองคำ” พระเศวตอดุลยเดชพาหน ช้างเผือกคู่พระบารมี ร่วมฉลองครองราชย์ 60 ปี เนื่องจากคชาภรณ์ชุดเดิมในสมัยยังเป็นลูกช้างมีขนาดเล็กเกินไป และมีสภาพเก่า ใช้ทองคำ 96.5% หนักกว่า 5,953 กรัม หรือคิดเป็น 391 บาท เพชรรัสเซีย จำนวน 810 เม็ด และพลอย กว่า 1,000 เม็ด

วันนี้ (31 พ.ค.) นายธนชัย สุวรรณวัฒนะ ผู้อำนวยการช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำการเปิดตัว “คชาภรณ์” เครื่องทรงช้างต้น พระเศวตอดุลยเดชพาหน ที่ทำการจัดสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักช่างสิบหมู่ จัดสร้างคชาภรณ์ชุดใหม่ แก่ พระเศวตอดุลยเดชพาหน หรือ “พระเศวตอดุลยเดชพาหน ภูมิพลนวนาถบารมี ทุติยเศวตกรีกมุทพรรโณภาส บรมกมลาสนวิศุทธวงศ์ สรรพมงคลลักษณคเชนทรชาติ สยามราษฎรสวัสดิประสิทธิ์ รัตนกุญชรนิมิตบุญญาธิการ ปรมินทรพิตรสารศักดิเลิศฟ้า” ซึ่งเป็นช้างเผือกคู่พระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

เนื่องจากคชาภรณ์ชุดเดิมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้ พระเศวตอดุลยเดชพาหน ในสมัยยังเป็นลูกช้างมีขนาดเล็กเกินไป ประกอบกับคชาภรณ์ชุดเดิมมีสภาพเก่า อีกทั้งยังเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ซึ่งในเวลา 17.00 น.ของวันนี้ (31 พ.ค.) กรมศิลปากรจะนำคชาภรณ์ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์นี้ไปลองสวมให้กับ พระเศวตอดุลยเดชพาหน ที่พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าพอเหมาะหรือไม่ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าถวายฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต่อไป

สำหรับการจัดสร้างพระคชาภรณ์ พระเศวตอดุลยเดชพาหน นี้ กรมศิลปากร ใช้งบประมาณกว่า 4 ล้านบาท ใช้ทองคำ 96.5% หนักกว่า 5,953 กรัม หรือคิดเป็น 391 บาท เพชรรัสเซีย จำนวน 810 เม็ด และพลอย กว่า 1,000 เม็ด จัดสร้างเป็นชุดคชาภรณ์ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์สำคัญ ได้แก่ ผ้าปกพระพอง ที่ทำด้วยผ้าเยียรบับ, ตาข่ายแก้วกุดั่น ทำด้วยทองคำ ร้อยลูกปัดเพชรรัสเซีย จำนวน 810 เม็ด, พู่หู จำนวน 1 คู่ ซึ่งทำจากขนจามรีนำเข้าจากประเทศทิเบต, พระนาศ หรือผ้าคลุมหลัง ที่ทำจากผ้าเยียรบับ, กันชีพ ทำด้วยผ้าสักหลาดปักดิ้น, เสมาคชาภรณ์ หรือ จี้ทองทำรูปใบเสมา เขียนลายนูนรูปพระมหามงกุฎครอบอุนาโลม, สร้อยเสมาคชาภรณ์ หรือสร้อยคอทองคำ, พานหน้า พานหลัง ที่ทำด้วยผ้าถักหุ้มผ้าตาด และ สำอาง ซึ่งทำจากโลหะผิวทอง

อนึ่ง พระเศวตอดุลยเดชพาหน เป็นช้างเผือกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับการน้อมเกล้าฯถวาย เมื่อปี 2501 โดย นายแปลก ราษฎรจังหวัดกระบี่ เป็นผู้คล้องได้ เมื่อ พ.ศ.2499 จากป่าจังหวัดกระบี่ ในขณะอายุได้ 9 ปี หลังจากนั้น ได้รับการโปรดเกล้าฯ ขึ้นระวาง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2502 ปัจจุบันอายุ 54 ปี เป็นช้างที่มีคชลักษณะ หรือลักษณะพิเศษที่เป็นมงคล คือ มีสีกายดังดอกกมุท หรือบัวสายแดง อีกทั้งได้มีการจารึกนามของ พระเศวตอดุลยเดชพาหน เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไว้ที่ฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ประจำพระองค์ ซึ่งประดิษฐานอยู่บนฐานไพที ระหว่างปราสาทพระเทพบิดร และมณฑปใน วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว อีกด้วย