ในขณะนี้ “นมแพะ” เป็นผลิตภัณฑ์นมอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากประชาชนคนไทยอยู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องบอกว่า เป็นการเติบโตที่ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เนื่องจากยังคงมีปัญหาในเรื่องของความมั่นใจในการบริโภค

มานิตย์ วาสุเทพรังสรรค์ นักวิทยาศาสตร์ 8 ว. กลุ่มวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นมเชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ อธิบายว่า ในยุคที่เต็มไปด้วยมลภาวะเป็นพิษ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหวัดเรื้อรัง
ทั้งนี้ การบริโภคนมแพะเป็นประจำจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและป้องกันโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากโปรตีนในน้ำนมแพะช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลั่งสารแอนติฮีสตามีน (Anti Histamin) ออกมา โดยเฉพาะ ซีสเตอีน (Cysteine) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลูตาไทโอน (Glutathione) ที่มีส่วนสำคัญในการปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการเกิดภูมิแพ้ในร่างกาย วิตามินในนมแพะจะเพิ่มการทำงานของเซลล์ที่ดักจับเชื้อโรค ช่วยเซลส์เม็ดเลือดขาวสร้างแอนติบอดี้และกำจัดอนุมูลอิสระและช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วย
“มีงานวิจัยและรายงานจากทั่วโลกว่า นมแพะเป็นนมที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อมนุษย์มากกว่านมจากสัตว์ให้นมทุกชนิด เนื่องจากนมแพะมีคุณสมบัติใกล้เคียงนมมารดามากที่สุด จึงเหมาะสำหรับเลี้ยงทารกภายหลังหย่านม และเหมาะที่จะเป็นอาหารเสริมทางเลือกเพื่อสุขภาพให้แก่คนทุกเพศ ทุกวัย เนื่องจากย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วและที่สำคัญเพิ่มต้นทุนในระบบภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกายอีกด้วย”มานิตย์ให้คำแนะนำ
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคควรเลือกนมแพะที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เท่านั้น
มานิตย์ วาสุเทพรังสรรค์ นักวิทยาศาสตร์ 8 ว. กลุ่มวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นมเชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ อธิบายว่า ในยุคที่เต็มไปด้วยมลภาวะเป็นพิษ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหวัดเรื้อรัง
ทั้งนี้ การบริโภคนมแพะเป็นประจำจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและป้องกันโรคภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากโปรตีนในน้ำนมแพะช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหลั่งสารแอนติฮีสตามีน (Anti Histamin) ออกมา โดยเฉพาะ ซีสเตอีน (Cysteine) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลูตาไทโอน (Glutathione) ที่มีส่วนสำคัญในการปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน เสริมสร้างภูมิต้านทานต่อการเกิดภูมิแพ้ในร่างกาย วิตามินในนมแพะจะเพิ่มการทำงานของเซลล์ที่ดักจับเชื้อโรค ช่วยเซลส์เม็ดเลือดขาวสร้างแอนติบอดี้และกำจัดอนุมูลอิสระและช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งมีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วย
“มีงานวิจัยและรายงานจากทั่วโลกว่า นมแพะเป็นนมที่มีคุณภาพและเหมาะสมต่อมนุษย์มากกว่านมจากสัตว์ให้นมทุกชนิด เนื่องจากนมแพะมีคุณสมบัติใกล้เคียงนมมารดามากที่สุด จึงเหมาะสำหรับเลี้ยงทารกภายหลังหย่านม และเหมาะที่จะเป็นอาหารเสริมทางเลือกเพื่อสุขภาพให้แก่คนทุกเพศ ทุกวัย เนื่องจากย่อยง่าย ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วและที่สำคัญเพิ่มต้นทุนในระบบภูมิต้านทานโรคให้แก่ร่างกายอีกด้วย”มานิตย์ให้คำแนะนำ
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผู้บริโภคควรเลือกนมแพะที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เท่านั้น


