สธ.เผยผู้ป่วยพิษหน่อไม้ปี๊บ วันนี้กลับบ้านได้อีก 12 ราย และมีผู้ป่วยไอซียู 1 ราย สามารถหายใจได้เอง ไม่ต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจ คงเหลือผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลน่าน 44 ราย พึ่งเครื่องช่วยหายใจ 7 ราย ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาชุดทดสอบความเป็นกรดในน้ำหน่อไม้ปี๊บ เตรียมความปลอดภัยหน่อไม้ปี๊บที่จะเริ่มผลิตรุ่นต่อไปในเดือนมิถุนายน 2549 นี้
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum)จากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บ ในงานฉลองพระธาตุเมล็ดข้าว ที่บ้านนาหวายใหม่ หมู่ 5 ตำบลป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2549 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ป่วยทั้งหมด 163 รายนั้น มีผู้ป่วยนอนรักษาที่โรงพยาบาลน่านวานนี้ 56 ราย ล่าสุดวันนี้ (28 มี.ค.)ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แพทย์ให้กลับบ้านได้อีก 12 ราย ในไอซียูก็อาการดีขึ้น ถอดเครื่องช่วยหายใจออกอีก 1 ราย แนวโน้มผู้ป่วยอาการดีวันดีคืน ขยับแขนขา ลืมตา อ้าปาก กลืนอาหารได้ดีขึ้น ยังเหลือผู้ป่วยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลน่าน 44 ราย ในจำนวนนี้ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์พยาบาลในห้องไอซียูอีก 7 ราย ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ คาดว่าจะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจออกทุกรายในอีก 5-6 วัน
ด้านนพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า ในวันนี้นักวิชาการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกรมควบคุมโรค ได้นำรถโมบายหรือหรือห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ลงไปที่บ้านนาหวายใหม่ หมู่ 5 ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง เพื่อเก็บตัวอย่างหน่อไม้ปี๊บที่เหลือซึ่งเก็บไว้ที่บ้านกำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งเก็บตัวอย่างดินจากหมู่บ้านดังกล่าว มาตรวจวิเคราะห์หาเชื้อเพื่อหากระบวนการการเกิดโรคในหน่อปี๊บ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางมาตรการป้องกันในการผลิตหน่อไม้อัดปี๊บในรุ่นต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ และในเร็วๆนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่านจะจัดอบรมความปลอดภัยด้านอาหารแก่ผู้ผลิตหน่อไม้อัดปี๊บด้วย
ทั้งนี้ในเบื้องต้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ผลิตชุดตรวจสอบความเป็นกรด-ด่างในน้ำที่ใช้แช่หน่อไม้ปี๊บ ซึ่งน้ำที่ปลอดภัยและไม่ทำให้เชื้อโบทูลินัมสร้างสปอร์ในปี๊บหน่อไม้ได้ จะต้องมีความเป็นกรดไม่เกิน 4.5 โดยชุดทดสอบดังกล่าวระดับชาวบ้านผู้ผลิต สามารถใช้ทดสอบได้เลย การอ่านค่าไม่ยุ่งยาก ดูเพียงการเปลี่ยนสีของกระดาษทดสอบเท่านั้น
นพ.พิศิษฐ์กล่าวต่อว่า ในด้านของการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัยโรคของแพทย์ในโรงพยาบาลนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาชุดทดสอบเชื้อโบทูลินัมในกระแสเลือด ขณะนี้ได้ต้นแบบแล้ว และจะนำมาใช้ที่ห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาลน่าน ในราวเดือนมิถุนายน 2549 พร้อมกันนั้นจะพัฒนาชุดทดสอบสำหรับใช้ในโรงพยาบาลชุมชนด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว และได้รับการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเชื้อคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum)จากการรับประทานหน่อไม้ปี๊บ ในงานฉลองพระธาตุเมล็ดข้าว ที่บ้านนาหวายใหม่ หมู่ 5 ตำบลป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2549 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ป่วยทั้งหมด 163 รายนั้น มีผู้ป่วยนอนรักษาที่โรงพยาบาลน่านวานนี้ 56 ราย ล่าสุดวันนี้ (28 มี.ค.)ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แพทย์ให้กลับบ้านได้อีก 12 ราย ในไอซียูก็อาการดีขึ้น ถอดเครื่องช่วยหายใจออกอีก 1 ราย แนวโน้มผู้ป่วยอาการดีวันดีคืน ขยับแขนขา ลืมตา อ้าปาก กลืนอาหารได้ดีขึ้น ยังเหลือผู้ป่วยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลน่าน 44 ราย ในจำนวนนี้ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์พยาบาลในห้องไอซียูอีก 7 ราย ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ คาดว่าจะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจออกทุกรายในอีก 5-6 วัน
ด้านนพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า ในวันนี้นักวิชาการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และกรมควบคุมโรค ได้นำรถโมบายหรือหรือห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ลงไปที่บ้านนาหวายใหม่ หมู่ 5 ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง เพื่อเก็บตัวอย่างหน่อไม้ปี๊บที่เหลือซึ่งเก็บไว้ที่บ้านกำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งเก็บตัวอย่างดินจากหมู่บ้านดังกล่าว มาตรวจวิเคราะห์หาเชื้อเพื่อหากระบวนการการเกิดโรคในหน่อปี๊บ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางมาตรการป้องกันในการผลิตหน่อไม้อัดปี๊บในรุ่นต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในช่วงฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ และในเร็วๆนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่านจะจัดอบรมความปลอดภัยด้านอาหารแก่ผู้ผลิตหน่อไม้อัดปี๊บด้วย
ทั้งนี้ในเบื้องต้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ผลิตชุดตรวจสอบความเป็นกรด-ด่างในน้ำที่ใช้แช่หน่อไม้ปี๊บ ซึ่งน้ำที่ปลอดภัยและไม่ทำให้เชื้อโบทูลินัมสร้างสปอร์ในปี๊บหน่อไม้ได้ จะต้องมีความเป็นกรดไม่เกิน 4.5 โดยชุดทดสอบดังกล่าวระดับชาวบ้านผู้ผลิต สามารถใช้ทดสอบได้เลย การอ่านค่าไม่ยุ่งยาก ดูเพียงการเปลี่ยนสีของกระดาษทดสอบเท่านั้น
นพ.พิศิษฐ์กล่าวต่อว่า ในด้านของการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัยโรคของแพทย์ในโรงพยาบาลนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาชุดทดสอบเชื้อโบทูลินัมในกระแสเลือด ขณะนี้ได้ต้นแบบแล้ว และจะนำมาใช้ที่ห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาลน่าน ในราวเดือนมิถุนายน 2549 พร้อมกันนั้นจะพัฒนาชุดทดสอบสำหรับใช้ในโรงพยาบาลชุมชนด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคอย่างรวดเร็ว และได้รับการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที


