อย.สั่งลงโทษ “ปุ้มปุ้ย” หลังผลการวิเคราะห์และเจ้าของยอมรับไม่ได้ใช้ปลาซาร์ดีน แต่เป็นปลาทูแขกและปลาทูลัง ด้านบริษัทอ้างปลาซาร์ดีนแท้ๆ ไม่มีในน่านน้ำไทยแล้ว อ้างเป็นปลาสายพันธุ์เดียวกัน ระบุทางบริษัทเคยขอกำหนดชื่อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ เอง แต่ติดปัญหาขั้นตอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงกรณีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กรณีพบปลากระป๋องหลายยี่ห้อไม่ได้ใช้ปลาซาร์ดีนตามที่ระบุไว้ในฉลาก พร้อมเรียกร้องให้ อย. รับผิดชอบว่า ตามมาตรฐานของโคเด็กซ์ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.89-2528) กำหนดสายพันธุ์ปลาที่ใช้ทำปลาซาร์ดีน กระป๋อง คือ ปลาแชลั้น ปลาแชลั้นทรงยาว ปลาหลังเขียว ปลาหลังเขียวข้างจุด ปลามงโกรย ส่วนปลาที่จัดเป็นปลาในกลุ่มปลาแมกเกอเรล ได้แก่ ปลาลัง ปลาทู ปลาข้างเหลือง ปลาทูแขก เป็นต้น
สำหรับกรณีปลากระป๋องที่เป็นข่าว ทาง อย.ได้รับรายงานจากสำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ทาง สสจ.ได้ตรวจสอบวัตถุดิบของปลากระป๋องตามที่มีผู้ร้องเรียน โดยส่งวัตถุดิบเพื่อตรวจสอบกับด่านตรวจสัตว์น้ำจังหวัดเชียงใหม่ ผลการตรวจปรากฏว่า เป็นปลาทูแขก
ศ.ดร.ภักดี กล่าวว่า อย.ได้ตรวจสอบไปยังผู้ผลิต ซึ่งยอมรับภายหลังว่า ขณะนี้วัตถุดิบขาดแคลน จึงใช้ปลาทูแขก ซึ่งเป็นปลาในกลุ่มปลาแมกเกอเรล และอ้างว่าปลาแมกเกอเรลมีคุณภาพดีกว่า และไม่คิดว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย อีกทั้งถ้าเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ จะทำให้ผู้ บริโภคไม่ยอมรับ
ทั้งนี้ อย.ได้ตรวจสอบพบว่า ก่อนปี 2540 ยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนปลาซาร์ดีน อย.จึงได้มุ่งเน้นการตรวจสอบไปที่เรื่องการผลิตให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ให้ได้มาตรฐานจีเอ็มพี ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคจะมีความปลอดภัย และมีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์หลังออกสู่ท้องตลาดเป็นระยะ โดยไม่ได้เน้นในเรื่องของชนิดปลา
แต่ในกรณีดังกล่าว ถือเป็นกรณีที่ร้ายแรง อย.ต้องดำเนินคดีกับผู้ผลิต ในข้อหา ผลิตไม่ตรงตามที่ขึ้นทะเบียน ฝ่าฝืนมาตรา 34 มีโทษตามมาตรา 66 ต้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งความผิดในข้อหาเป็นอาหารปลอม ฝ่าฝืนมาตรา 25(2) และมาตรา 27(4) มีการแสดงฉลากเพื่อลวง ต้องโทษตามมาตรา 59 จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับ 5 พันถึง 1 แสนบาท ทั้งนี้เพื่อเป็นการปกป้องผู้บริโภคในการทราบข้อมูลพื้นฐาน
“เรื่องที่เกิดขึ้น อย.รู้สึกเสียใจ ซึ่งที่ผ่านมา อย.ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสมาคมผู้ผลิต อาหารสำเร็จรูป แต่ทางสมาคมไม่เคยแจ้งให้ อย.ทราบถึงปัญหาเรื่องวัตถุดิบขาดแคลนเลย อีกทั้งสมาคมฯ น่าจะทราบดีว่า สมาชิกได้ทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อย.คงต้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบการในข้อหาดังกล่าว เพราะถือเป็นการจงใจทำผิด เนื่องจากฉลาก เป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งอุตสาหกรรมผลิตปลากระป๋องถือเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จึงไม่น่าทำผิดกฎหมาย หากเปรียบก็เหมือนกับอาชญากรเพราะเป็นทำทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย”
“สำหรับปลากระป๋องที่ติดฉลากชนิดปลาไม่ถูกต้องนั้น จะต้องเรียกเก็บออกจากท้องตลาดทั้งหมดเพื่อนำมาแก้ไข เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน นอกจากนี้ยังได้ประสานกับกรมประมงเพื่อขอเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจชนิดปลาที่บรรจุในกระป๋อง”
ศ.ดร.ภักดี กล่าวต่อว่า อย.จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้ผลิตทุกราย และจะมีการออกไปตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีการจำหน่ายในท้องตลาด โดยขอความร่วมมือกับกรมประมงในการพิจารณาว่าปลากระป๋องที่ขายอยู่ไนปัจจุบันเป็นปลาชนิดใด เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขฉลากให้ถูกต้อง มิให้เป็นการหลอกลวงผู้บริโภคอีกต่อไป
ด้านนายไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทผลิตภัณฑ์กว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) เจ้าของผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย หรือปลายิ้ม กล่าวยอมรับว่า บริษัทใช้ปลาทูแขก และปลาทูลังจริง แต่ปลาเหล่านี้เป็นปลาสายพันธุ์เดียวกับปลาซาร์ดีน ซึ่งจับได้ในน่านน้ำของไทย และปัจจุบันปลาซาร์ดีนแท้ ๆ ที่พูดกันติดปากนั้นไม่มีในน่านน้ำของไทย หรือแม้แต่ในทะเลแถบประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมาจึงต้องปลาชนิดอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในสายพันธุ์เดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทเคยขอกำหนดชื่อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ เอง แต่ติดปัญหาขั้นตอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน
ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวถึงกรณีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กรณีพบปลากระป๋องหลายยี่ห้อไม่ได้ใช้ปลาซาร์ดีนตามที่ระบุไว้ในฉลาก พร้อมเรียกร้องให้ อย. รับผิดชอบว่า ตามมาตรฐานของโคเด็กซ์ และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.89-2528) กำหนดสายพันธุ์ปลาที่ใช้ทำปลาซาร์ดีน กระป๋อง คือ ปลาแชลั้น ปลาแชลั้นทรงยาว ปลาหลังเขียว ปลาหลังเขียวข้างจุด ปลามงโกรย ส่วนปลาที่จัดเป็นปลาในกลุ่มปลาแมกเกอเรล ได้แก่ ปลาลัง ปลาทู ปลาข้างเหลือง ปลาทูแขก เป็นต้น
สำหรับกรณีปลากระป๋องที่เป็นข่าว ทาง อย.ได้รับรายงานจากสำนัก งานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ว่า ทาง สสจ.ได้ตรวจสอบวัตถุดิบของปลากระป๋องตามที่มีผู้ร้องเรียน โดยส่งวัตถุดิบเพื่อตรวจสอบกับด่านตรวจสัตว์น้ำจังหวัดเชียงใหม่ ผลการตรวจปรากฏว่า เป็นปลาทูแขก
ศ.ดร.ภักดี กล่าวว่า อย.ได้ตรวจสอบไปยังผู้ผลิต ซึ่งยอมรับภายหลังว่า ขณะนี้วัตถุดิบขาดแคลน จึงใช้ปลาทูแขก ซึ่งเป็นปลาในกลุ่มปลาแมกเกอเรล และอ้างว่าปลาแมกเกอเรลมีคุณภาพดีกว่า และไม่คิดว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย อีกทั้งถ้าเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ จะทำให้ผู้ บริโภคไม่ยอมรับ
ทั้งนี้ อย.ได้ตรวจสอบพบว่า ก่อนปี 2540 ยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนปลาซาร์ดีน อย.จึงได้มุ่งเน้นการตรวจสอบไปที่เรื่องการผลิตให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ให้ได้มาตรฐานจีเอ็มพี ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคจะมีความปลอดภัย และมีการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์หลังออกสู่ท้องตลาดเป็นระยะ โดยไม่ได้เน้นในเรื่องของชนิดปลา
แต่ในกรณีดังกล่าว ถือเป็นกรณีที่ร้ายแรง อย.ต้องดำเนินคดีกับผู้ผลิต ในข้อหา ผลิตไม่ตรงตามที่ขึ้นทะเบียน ฝ่าฝืนมาตรา 34 มีโทษตามมาตรา 66 ต้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งความผิดในข้อหาเป็นอาหารปลอม ฝ่าฝืนมาตรา 25(2) และมาตรา 27(4) มีการแสดงฉลากเพื่อลวง ต้องโทษตามมาตรา 59 จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับ 5 พันถึง 1 แสนบาท ทั้งนี้เพื่อเป็นการปกป้องผู้บริโภคในการทราบข้อมูลพื้นฐาน
“เรื่องที่เกิดขึ้น อย.รู้สึกเสียใจ ซึ่งที่ผ่านมา อย.ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสมาคมผู้ผลิต อาหารสำเร็จรูป แต่ทางสมาคมไม่เคยแจ้งให้ อย.ทราบถึงปัญหาเรื่องวัตถุดิบขาดแคลนเลย อีกทั้งสมาคมฯ น่าจะทราบดีว่า สมาชิกได้ทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อย.คงต้องดำเนินคดีกับผู้ประกอบการในข้อหาดังกล่าว เพราะถือเป็นการจงใจทำผิด เนื่องจากฉลาก เป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งอุตสาหกรรมผลิตปลากระป๋องถือเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จึงไม่น่าทำผิดกฎหมาย หากเปรียบก็เหมือนกับอาชญากรเพราะเป็นทำทั้งที่รู้ว่าผิดกฎหมาย”
“สำหรับปลากระป๋องที่ติดฉลากชนิดปลาไม่ถูกต้องนั้น จะต้องเรียกเก็บออกจากท้องตลาดทั้งหมดเพื่อนำมาแก้ไข เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน นอกจากนี้ยังได้ประสานกับกรมประมงเพื่อขอเจ้าหน้าที่สุ่มตรวจชนิดปลาที่บรรจุในกระป๋อง”
ศ.ดร.ภักดี กล่าวต่อว่า อย.จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้ผลิตทุกราย และจะมีการออกไปตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่มีการจำหน่ายในท้องตลาด โดยขอความร่วมมือกับกรมประมงในการพิจารณาว่าปลากระป๋องที่ขายอยู่ไนปัจจุบันเป็นปลาชนิดใด เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขฉลากให้ถูกต้อง มิให้เป็นการหลอกลวงผู้บริโภคอีกต่อไป
ด้านนายไกรเสริม โตทับเที่ยง ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทผลิตภัณฑ์กว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) เจ้าของผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องปุ้มปุ้ย หรือปลายิ้ม กล่าวยอมรับว่า บริษัทใช้ปลาทูแขก และปลาทูลังจริง แต่ปลาเหล่านี้เป็นปลาสายพันธุ์เดียวกับปลาซาร์ดีน ซึ่งจับได้ในน่านน้ำของไทย และปัจจุบันปลาซาร์ดีนแท้ ๆ ที่พูดกันติดปากนั้นไม่มีในน่านน้ำของไทย หรือแม้แต่ในทะเลแถบประเทศญี่ปุ่น ที่ผ่านมาจึงต้องปลาชนิดอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในสายพันธุ์เดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทเคยขอกำหนดชื่อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ เอง แต่ติดปัญหาขั้นตอนการจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน


