xs
xsm
sm
md
lg

“ทำฟันเถื่อน”...ผิดจรรยาบรรณหรือวิถีแห่งความจน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องผลดีผลเสียจากการทำฟันประกันสังคมกันอยู่ในขณะนี้...แต่อีกด้านหนึ่งของโรคฟันที่เป็นประเด็นอันน่าสนใจต่อวงการแพทย์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นั่นคือ ปัญหาหมอฟันเถื่อน

ป้ายโฆษณามีให้เห็นอยู่ชินตาที่ว่า “ทำฟันซี่ละ 200 หลายซี่ลดได้อีก รอรับได้เลย ทำเขี้ยว ทำฟัน ฟันบิ่น ฟันห่าง ซ่อมฟัน” ติดอยู่ตามแหล่งชุมชนทั่วไป โดยปราศจากความเกรงกลัวต่อกฎหมาย และไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปราบปรามอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม การที่ร้านหมอฟันเถื่อนสามารถอยู่ได้นั้นอาจเพราะความต้องการใช้บริการจากหมอฟันเถื่อนของประชาชนเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ด้วยความเต็มใจและจำยอมด้วยเหตุผลบางประการ ถือว่าหมอฟันทั่วราชอาณาจักรนี้สั่นคลอนวงการทันตกรรมไทย โดยเฉพาะเรื่องจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ

-1-

แม้ว่าการสร้างมาตรฐานการประกอบวิชาชีพดังกล่าวจะถูกกำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น สถานที่ในการจัดตั้งสถานพยาบาล รวมถึงเครื่องมือ เครื่องใช้ ยาและเวชภัณฑ์ โดยกำหนดรายละเอียดว่า สถานพยาบาลต้องมีบัตรบันทึกผู้ป่วยที่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล และลายมือชื่อผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อป้องกันไม่ให้มีหมอฟันเถื่อน โดยใครฝ่าฝืน ตามกฎหมายแล้วจะมีโทษสูงสุดจำคุก 2 ปี หรือปรับสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น คลินิกทันตกรรมทุกแห่งต้องติดรูปถ่ายและชื่อของผู้ประกอบวิชาชีพในคลินิก เพื่อเป็นการให้ข้อมูลประชาชนผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นบุคลากรที่มีความรู้ และได้รับการอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย

แต่อย่างไรก็ตาม พบว่ายังมีประชาชนยินยอมรักษาฟันกับหมอเถื่อนอยู่ไม่น้อย ทั้งที่รู้แก่ใจแต่ก็ได้มองผ่านอันตรายที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ไม่มีใครสามารถตอบคำถามตรงนี้ได้อย่างชัดเจนว่า ทำไมร้านทำฟันเถื่อนยังไม่ถูกกวาดล้างออกในสังคมไทยได้

“ช่างอ้วน” ช่างทำฟันภายในศาลเจ้าฉางเกลือ บริเวณโรงพยาบาลศิริราช ให้การว่า ต้องบอกก่อนว่าตนไม่ได้เป็นทันตแพทย์ แต่เป็นช่างทำฟันมากว่า 14 ปีแล้ว เริ่มจากการเป็นรับจ้างทำฟันให้กับทันตแพทย์ เพราะหมอไม่สามารถทำฟันปลอมได้ต้องให้ช่างทำให้ โดยเรียนรู้ต่อๆ กันมาจากหมอจีน ทักษะการทำงานของเราคิดว่าคนละสาขากับทันตแพทย์ที่เรียนมาโดยตรง แต่เราอยู่ในสาขาช่าง ไม่สามารถอุดฟัน หรือถอนฟันได้ ถือเป็นอาชีพหนึ่งเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ก็ได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆ ทั้งจากหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ เป็นต้น เพราะว่าจากประสบการณ์การทำงานและอบรมสั่งสอนเรื่องการทำฟันแก่ลูกศิษย์มาเป็นเวลายาวนาน ทั้งยังเปิดแล็บทำฟันในต่างจังหวัดด้วย ซึ่งตอนนี้ลูกเปิดร้านอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น และเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีลูกศิษย์ที่สอนมากับมือก็เปิดร้านแบบนี้อยู่หลายสาขา

“ที่ต้องปกป้องตัวเอง เพราะเกรงว่าจะเกิดผลกระทบกับอาชีพทั้งของตนเองและคนรอบข้างที่มีอาชีพเดียวกัน อีกอย่างคือ ลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นเยอะขึ้น ไม่อยากให้เกิดผลกระทบ ตอนนี้เปิดร้านทำฟันอยู่ที่ศาลนี้มา 7 ปี คนนิยมมาทำฟันปลอมเป็นส่วนใหญ่ และมักจะเป็นคนจนที่เข้ามาใช้บริการ เราต้องดูคน ถ้าเค้าไม่มีค่าใช้จ่ายทำฟันแพงๆ ก็จะลดให้ครึ่งหนึ่งของราคาที่ตั้งไว้ ถือเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลไปด้วย”

“ถ้าไปพิมพ์ปากกับทันตแพทย์จะแพง บางคนวัดจากทันตแพทย์มาให้เราทำ ช่วงหลังฟันแฟชั่นของวัยรุ่นกำลังมาแรง ผมจึงคิดค้นเทคนิคใหม่ๆ ให้มันทวนกระแสกับเศรษฐกิจแบบนี้ โดยรับรองว่าทุกอย่างปลอดเชื้อ ฆ่าเชื้อทั้งหมด วันหนึ่งมีลูกค้าเฉลี่ย 3-5 คน ช่วงหลังมาเศรษฐกิจไม่ดี คนมาทำฟันลดลง แต่ก็มีวัยรุ่นเข้ามาบ้าง เพื่อดัดฟันแฟชั่นเหมือนของจริง ที่เราเลือกสถานที่นี้เพราะว่าเราเป็นแล็บไม่ใช่หมอ ศาลเจ้าอำนวยความสะดวกหลายๆ อย่าง ไม่หรูหรา แต่ก็เน้นเรื่องความสะอาด ทุกครั้งที่ทำต้องใส่ถุงมือ และใช้แก้วพลาสติก ทิ้งใบต่อใบ”

สำหรับสาเหตุที่คนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ช่างอ้วนบอกถึงจุดเด่นของร้านว่า “เราให้บริการหลังทำ บรรยากาศไม่เครียด มีมนุษยสัมพันธ์ ราคาไม่สูงเกินไปและสามารถต่อรองได้ ถือเป็นที่พึ่งของคนจน ไม่จำเป็นต้องเป็นคนรวยถึงจะทำฟันได้”

-2-

“ป้าจุ๋ม” หรือ จินตนา บุญพักผล อายุ 45 ปี อาชีพแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง และเป็นคนหนึ่งที่ทำฟันปลอมกับช่างอ้วนมา 3 ปีแล้ว เล่าให้ฟังว่า รู้จักช่างอ้วนเพราะว่าเดินเที่ยวแถวนี้อยู่เป็นประจำ และเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือ โดยดูจากจำนวนคนที่เข้ามาใช้บริการในแต่ละวันนั้นมีมาก จึงลองเข้าไปสอบถามและขอข้อมูลก่อนที่จะตัดสินใจทำ ก็ได้รับคำแนะนำว่าควรใส่ฟันปลอมที่ทำจากสแตนเลส ราคาซี่ละ 800 บาท มากกว่าฟันปลอมที่ทำจากพลาสติกสีชมพู แม้ว่าจะมีราคาแพงกว่า แต่ก็ยังถูกกว่าไปใส่ที่คลินิกถึง 5 เท่า ทั้งยังสามารถต่อรองราคาได้ เพราะราคาที่ทำกับช่างอ้วนนั้นประมาณ 3,800 บาท ขณะเดียวกันเคยสอบถามราคาใส่ฟันจากคลินิกสูงถึง 2 หมื่นบาทเลยทีเดียว

สำหรับสาเหตุประการแรกที่มาทำฟันกับหมอเถื่อนคือ ข้อจำกัดเรื่องค่าใช้จ่าย ร้านทำฟันของช่างอ้วนแม้ว่าจะเปิดอยู่ในศาลเจ้าข้างถนน แต่ก็มีเครื่องมือสะอาด และลูกมือถึง 3 คน จึงทำให้สะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา และสามารถรอรับได้เลย ทั้งยังมีลูกค้ามากมายหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะนักศึกษาที่มักมาใช้บริการใส่เหล็กดัดฟันแฟชั่น จากตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจมาใส่ฟันกับช่างอ้วน ทั้งยังได้แนะนำคนอื่นๆ ให้มาทำฟันกับช่างคนนี้ต่อไปด้วย

“ทราบดีว่าช่างอ้วนไม่ได้เป็นทันตแพทย์ที่ถูกกฎหมาย แต่ส่วนตัวแล้วเชื่อว่าช่างอ้วนมีความชำนาญในการรักษาฟันไม่แพ้หมอในคลินิก ดูได้จากอายุกว่า 50 ปีและประสบการณ์ทำฟัน ที่ผ่านมาตนได้ใส่ฟันปลอมของช่างอ้วนมาเกือบ 3 ปี แต่ก็ไม่พบปัญหาอะไร ที่เคยกลัวว่าเมื่อใส่แล้วจะอาเจียนก็ไม่เคยเกิดขึ้น ทั้งยังสามารถรับประทานอาหารได้มากกว่าเดิมด้วยซ้ำ” ป้าจุ๋มยืนยัน

-3-

สุธา เจียมมณีโชติชัย ผู้อำนวยการกองทันตสาธารณสุข อธิบายให้ฟังว่า หมอฟันเถื่อนมีหลายรูปแบบ แต่เดิมเป็นหมอจีน ซึ่งเป็นหมอชั้นสองที่เคยได้ใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพ แต่ตอนนี้แก่มากและไม่สามารถรักษาใครได้ จึงถ่ายทอดความรู้ให้กับลูกหลานของตัวเอง ทำให้หมอรุ่นต่อมา บางคนไม่ได้จบทันตแพทย์และไม่เห็นความสำคัญ เพราะความเชื่อและถือเป็นการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นแทน นอกจากนี้ อาจเป็นหมอที่ ฝึกจากเสนารักษ์ทหาร จัดเป็นหมอเป็นประเภทถอนฟันได้

หมอฟันประเภทดังกล่าวข้างต้นนี้จะเดินทางไปให้บริการตามหมู่บ้านต่างๆ ในชนบท โดยการขับรถตะเวนไปถอนฟัน ในลักษณะที่เรียกว่า “ถอนเคลื่อนที่ หรือใส่ฟันเคลื่อนที่” ถือเป็นการรักษาฟันเชิงรุก เป็นจุดเด่นที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนในชนบทที่ห่างไกลได้ สำหรับในตัวเมืองหรือในกรุงเทพฯ นั้นส่วนใหญ่จะเปิดเป็นอาคารถาวร ตามแหล่งชุมชนในลักษณะการเช่าตึกแถวตามห้างร้านต่างๆ แม้กระทัjงการตั้งร้านตามริมถนน ก็มีให้เห็นอยู่ เช่น ท่าพระจันทร์ บางรัก วังหลัง เป็นต้น

ส่วนจำนวนร้านหมอฟันเถื่อนที่มีเพิ่มมากขึ้นนั้น ผอ.กองทันตะฯ ให้ความคิดเห็นต่อว่า ไม่ขอยืนยัน เพราะว่ายังไม่มีการสำรวจอย่างจริงจัง แต่คิดว่าจะค่อยๆ น้อยลง แต่จะมีเพียงบางแหล่งเท่านั้นที่มีอยู่เยอะ สาเหตุที่ทำให้ร้านหมอฟันเถื่อนเป็นที่นิยมของชาวบ้านนั้น อาจเป็นเพราะเป็นการให้บริการเชิงรุก ที่เข้าไปถึงชาวบ้าน เหมือนเป็นการเร่ขายของ ชาวบ้านอาจคิดว่าถ้าไปรักษากับหมอถูกกฎหมายจะเสียเวลา

นอกจากนี้อาจเป็นเพราะว่า หมอฟันเถื่อนใช้เทคนิคหรือวัสดุที่ทำแล้วเสร็จเร็ว เช่น ใช้วัสดุแห้งเร็ว ใช้วิธีแข็งด้วยตัวน้ำยา อาจทำให้เกิดการระคายเคือง แต่จะมีผลข้างเคียงอื่นๆ ตามมา ซึ่งผลกระทบในระยะสั้นอาจยังไม่เห็น รวมทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายที่ถูกถูกใจคนจน นอกจากนี้จำนวนทันตแพทย์ทั้งประเทศมีประมาณ 9,000 คน ทำให้ความต้องการใช้บริการมีมากขึ้นทั่วประเทศ เชื่อว่าทันตแพทย์ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในชนบท จึงไม่น่าแปลกใจที่หมอเถื่อนยังอยู่ได้

“ขอยืนยันว่าจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้บริการตามมาอย่างแน่นอน เพราะหมอเถื่อนไม่มีองค์ความรู้ในการรักษาอย่างรอบด้าน ว่าแท้จริงแล้วตัวยาอันไหนมีอันตรายต่อผู้ป่วยในลักษณะใดบ้าง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นโรคเลือด โรคเบาหวาน ซึ่งไม่มีการเก็บประวัติส่วนตัวของคนไข้ที่มีผลต่อการรักษา”

ที่ผ่านมาเคยพบหมอฟันเถื่อนบางคนถอนฟันไม่หมด ยังมีรากฟันเหลืออยู่ ทำให้เกิดการอักเสบ ดังนั้น การใส่ฟันจึงต้องใช้ความละเอียดและความรู้ ว่าใส่แล้วไม่มีผลเรื่องการเคี้ยวอาหาร หรือเกิดการกระเทือนไปยังขากรรไกร นอกจากนี้ยังพบว่าช่างบางคนต้องการให้ฟันติดแน่น จึงใส่จุ๊บยางตัวดูดในการใส่ฐานฟันเถื่อน เพื่อยึดติดกับฟันแท้ โดยไม่พักเหงือก จนเกิดเป็นแผลและเป็นเนื้อร้ายตามมา

สำหรับการปราบปรามหมอฟันเถื่อนให้หมดไปนั้น เป็นหน้าที่ของพระราชบัญญัติวิชาชีพทันตกรรม ที่มีทันตแพทยสภาดูแล และพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ สังกัดกองประกอบโรคศิลป์ กระทรวงสาธารณสุข แต่กลับได้รับคำตอบว่ามีหน้าที่ดูแลเฉพาะหมอฟันจริงๆ เท่านั้น ดังนั้น ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมเท่านั้น โดยต้องเข้าใจว่าตำรวจก็มีหน้าที่อย่างอื่นให้ทำมากมาย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการควบคุมมากขึ้นในระยะยาว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนต้องปกป้องและดูแลตัวเอง โดยการเลิกใช้บริการจากหมอฟันเถื่อน

นอกจากนี้ ปัจจุบันประชาชนไทยยังมีปัญหาโรคทางช่องปาก โดยเฉพาะโรคเหงือกและโรคฟันผุ และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ดูได้จากการโฆษณาอาหารที่มีรสหวาน และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็กเล็กมีโอกาสเป็นสูงมาก จากสถิติเด็กอายุประมาณ 3 ขวบ มีฟันผุไปแล้วเกือบ 70% บางภาคมีความรุนแรง 4-6 ซี่ของฟันน้ำนมเด็ก ต้องลดปริมาณการเจ็บป่วยจากโรคนี้ลง เป็นต้น
***********
...ถึงตรงนี้ คงต้องบอกว่า สิ่งที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือ การสร้างมาตรฐานบริการทันตกรรม และสร้างจรรยาบรรณวิชาชีพทันตกรรม รวมทั้งป้องกันปัญหาคลินิกฟันเถื่อน เพื่อเป็นการคุ้มครองสุขภาพประชาชนให้ได้รับบริการที่ปลอดภัย เพราะทุกคนคงยอมรับว่า "ปาก" เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อทุกชีวิต การมีสุขภาพจิตที่ดีได้ หรือคุณก็จะ "ยิ้มสยาม" ได้อย่างมั่นใจ เป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น นอกจากนี้ โรคในช่องปากหรือโรคฟัน ถือเป็นปัญหาสุขภาพหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ดังนั้น ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ “เสียน้อยเสียมากเสียยากเสียง่าย”

แม้ว่าการทำฟันเถื่อนจะเป็นที่พึ่งเและเป็นทางออกสำหรับของคนจน หมอบางคนไม่ต้องจบปริญญาก็ทำได้ แต่อาศัยเพียงความชำนาญ บางครั้งหมอจบใหม่อาจเก่งไม่เท่าหมอเถื่อนก็ได้ ถือเป็นวิถีของคนจน บางทีคนปวดฟันมีเงินเพียง 50 บาทในมือ แต่ไม่สามารถไปหาหมอที่ถูกกฎหมายได้ เห็นได้จากอัตราค่าจ้างรายวันของกรรมกรในกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 100 บาทเท่านั้น