ชีวจิตโพล เผย 77% คนกรุง สนใจแพทย์ทางเลือก 60% เมินแพทย์แผนปัจจุบัน เพราะ “หมอเลี้ยงไข้ รักษาไม่หาย ให้กินแต่ยา” แถมรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันเพียงเพราะความเคยชิน

ชีวจิตโพล ทำการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง อายุ 18 - 75 ปี ซึ่งเคยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 400 คน หัวข้อ “คนกรุงเชื่อมั่นต่อการแพทย์แผนปัจจุบันแค่ไหน ?” พบว่า คนกรุงมีความพึงพอใจต่อการรักษาด้วยวิธีแผนปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลางด้วยคะแนนเฉลี่ย 61.1% และมีความเชื่อมั่นต่อจรรยาบรรณแพทย์เพียง 60.6% ในขณะที่กลุ่มเป้าหมาย 77.0% สนใจการรักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือก โดยชายและหญิงให้ความสนใจในอัตราที่สูงถึง คือ 70.8% และ 79.8% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ผลการวิจัยพบว่า 60% คนกรุงมักไม่ไปพบแพทย์ทันทีที่ป่วยแต่จะรอไปสักระยะ โดยมากซื้อยารับประทานเองมากถึง 88% มีเพียง 12% เท่านั้นที่หันมาดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกาย จนกระทั่งอาการป่วยอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรงจึงรุกไปพบแพทย์
“หมอเลี้ยงไข้ รักษาแล้วไม่หาย ให้กินแต่ยา” ยังคงเป็นความเชื่อของคนส่วนใหญ่ ซึ่งเกิดจากสาเหตุที่แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุของโรคได้ชัดเจน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวแพทย์ลดลง อีกทั้งวิธีรักษาส่วนใหญ่เป็นเพียงการจ่ายยาไปรับประทาน นอกจากนี้ ความล่าช้าในการให้บริการของสถานพยาบาลประกอบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลค่อนข้างแพง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่คนเลี่ยงที่จะไปพบแพทย์ ทั้งนี้พบว่า คนกรุงเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นมีความพึงพอใจต่อผลการรักษาจากการไปพบแพทย์ครั้งแรก

ด้านมุมมองด้านวิธีรักษาในครั้งต่อไป กรณีที่หายแล้วเป็นอีก พบว่า 65.3% ยังคงรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากความเคยชิน โดยจะเลือกสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านมากถึง 53.1% และเหตุผลที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การรักษาแบบนี้สามารถเบิกประกันสังคมได้ รวมถึงการให้บริการที่ดีของสถานพยาบาล ซึ่งคนให้ความสำคัญมากกว่าความเชี่ยวชาญของแพทย์และอุปกรณ์การรักษา ในขณะที่มีเพียง 21.6% เท่านั้นที่พอใจต่อการรักษา
ทั้งนี้ คนกรุง 17.6% ไม่แน่ใจว่าควรรักษาด้วยวิธีใด เนื่องจากไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาโรคที่ต่างไปจากเดิม ส่วนอีก 17.1% ต้องการเปลี่ยนวิธีรักษา เปลี่ยนหมอ เปลี่ยนยา ตลอดจนเปลี่ยนสถานพยาบาล เนื่องจากไม่พอใจต่อผลการรักษา ซึ่งกลุ่มดังกล่าวนี้มีแนวโน้มหันมารักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือก
จากความเชื่อมั่นที่ลดลงของการแพทย์แผนปัจจุบัน มีผลให้คนกรุงหันมาสนใจแพทย์ทางเลือกสูงถึง 77% โดย 79.8% เป็นผู้หญิงและผู้ชาย 70.8% ทั้งนี้ พบว่า กลุ่มเป้าหมาย 24.2% ที่เคยรักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือกมีความพึงพอใจต่อผลการรักษามากถึง 73.5% โดย 50.5% เคยรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนไทย / นวด / กดจุด ซึ่งมีสถานบริการอยู่มากในปัจจุบัน รองลงมา คือ แพทย์แผนจีน / ฝังเข็ม 28.9% ชีวจิต 11.3% การนั่งสมาธิ 5.2% โยคะและแอโรบิก 2.1%
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในการรักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือก คือ จำนวนสถานพยาบาลยังมีไม่มากนัก จึงไม่เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการเดินทางไปรักษา อีกทั้งยังไม่สามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นบัตรประกันสังคม บัตรทอง หรือสวัสดิการบริษัท ด้วยข้อจำกัดนี้เองจึงทำให้การรักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือกยังไม่แพร่หลายนัก แม้จะมีผู้สนใจในปริมาณมากก็ตามเป็นเรื่องน่าตกใจไม่น้อย สำหรับมุมมองของคนกรุงที่มีต่อการแพทย์แผนปัจจุบัน ณ เวลานี้คงยังสายไม่เกินไปที่แพทย์พยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ จะหันกลับมาทบทวนบทบาทของตนเอง ในทางกลับกันกระแสตอบรับที่ดีต่อแพทย์ทางเลือกคงเป็นข้อสนับสนุนสำหรับผู้สนใจทั่วไปและผู้สนใจธุรกิจด้านนี้ได้เป็นอย่างดี
ชีวจิตโพล ทำการสำรวจความคิดเห็นจากกลุ่มตัวอย่าง อายุ 18 - 75 ปี ซึ่งเคยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา จำนวน 400 คน หัวข้อ “คนกรุงเชื่อมั่นต่อการแพทย์แผนปัจจุบันแค่ไหน ?” พบว่า คนกรุงมีความพึงพอใจต่อการรักษาด้วยวิธีแผนปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลางด้วยคะแนนเฉลี่ย 61.1% และมีความเชื่อมั่นต่อจรรยาบรรณแพทย์เพียง 60.6% ในขณะที่กลุ่มเป้าหมาย 77.0% สนใจการรักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือก โดยชายและหญิงให้ความสนใจในอัตราที่สูงถึง คือ 70.8% และ 79.8% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ผลการวิจัยพบว่า 60% คนกรุงมักไม่ไปพบแพทย์ทันทีที่ป่วยแต่จะรอไปสักระยะ โดยมากซื้อยารับประทานเองมากถึง 88% มีเพียง 12% เท่านั้นที่หันมาดูแลสุขภาพตัวเองด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกาย จนกระทั่งอาการป่วยอยู่ในระดับปานกลางถึงรุนแรงจึงรุกไปพบแพทย์
“หมอเลี้ยงไข้ รักษาแล้วไม่หาย ให้กินแต่ยา” ยังคงเป็นความเชื่อของคนส่วนใหญ่ ซึ่งเกิดจากสาเหตุที่แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยสาเหตุของโรคได้ชัดเจน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวแพทย์ลดลง อีกทั้งวิธีรักษาส่วนใหญ่เป็นเพียงการจ่ายยาไปรับประทาน นอกจากนี้ ความล่าช้าในการให้บริการของสถานพยาบาลประกอบกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลค่อนข้างแพง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่คนเลี่ยงที่จะไปพบแพทย์ ทั้งนี้พบว่า คนกรุงเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นมีความพึงพอใจต่อผลการรักษาจากการไปพบแพทย์ครั้งแรก
ด้านมุมมองด้านวิธีรักษาในครั้งต่อไป กรณีที่หายแล้วเป็นอีก พบว่า 65.3% ยังคงรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากความเคยชิน โดยจะเลือกสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านมากถึง 53.1% และเหตุผลที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การรักษาแบบนี้สามารถเบิกประกันสังคมได้ รวมถึงการให้บริการที่ดีของสถานพยาบาล ซึ่งคนให้ความสำคัญมากกว่าความเชี่ยวชาญของแพทย์และอุปกรณ์การรักษา ในขณะที่มีเพียง 21.6% เท่านั้นที่พอใจต่อการรักษา
ทั้งนี้ คนกรุง 17.6% ไม่แน่ใจว่าควรรักษาด้วยวิธีใด เนื่องจากไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาโรคที่ต่างไปจากเดิม ส่วนอีก 17.1% ต้องการเปลี่ยนวิธีรักษา เปลี่ยนหมอ เปลี่ยนยา ตลอดจนเปลี่ยนสถานพยาบาล เนื่องจากไม่พอใจต่อผลการรักษา ซึ่งกลุ่มดังกล่าวนี้มีแนวโน้มหันมารักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือก
จากความเชื่อมั่นที่ลดลงของการแพทย์แผนปัจจุบัน มีผลให้คนกรุงหันมาสนใจแพทย์ทางเลือกสูงถึง 77% โดย 79.8% เป็นผู้หญิงและผู้ชาย 70.8% ทั้งนี้ พบว่า กลุ่มเป้าหมาย 24.2% ที่เคยรักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือกมีความพึงพอใจต่อผลการรักษามากถึง 73.5% โดย 50.5% เคยรักษาด้วยวิธีแพทย์แผนไทย / นวด / กดจุด ซึ่งมีสถานบริการอยู่มากในปัจจุบัน รองลงมา คือ แพทย์แผนจีน / ฝังเข็ม 28.9% ชีวจิต 11.3% การนั่งสมาธิ 5.2% โยคะและแอโรบิก 2.1%
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในการรักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือก คือ จำนวนสถานพยาบาลยังมีไม่มากนัก จึงไม่เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการเดินทางไปรักษา อีกทั้งยังไม่สามารถใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นบัตรประกันสังคม บัตรทอง หรือสวัสดิการบริษัท ด้วยข้อจำกัดนี้เองจึงทำให้การรักษาด้วยวิธีแพทย์ทางเลือกยังไม่แพร่หลายนัก แม้จะมีผู้สนใจในปริมาณมากก็ตามเป็นเรื่องน่าตกใจไม่น้อย สำหรับมุมมองของคนกรุงที่มีต่อการแพทย์แผนปัจจุบัน ณ เวลานี้คงยังสายไม่เกินไปที่แพทย์พยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ จะหันกลับมาทบทวนบทบาทของตนเอง ในทางกลับกันกระแสตอบรับที่ดีต่อแพทย์ทางเลือกคงเป็นข้อสนับสนุนสำหรับผู้สนใจทั่วไปและผู้สนใจธุรกิจด้านนี้ได้เป็นอย่างดี


