"พินิจ" เป็นประธานหยอดวัคซีนโรคโปลิโอให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ กวาดล้างโรคโปลิโอ แม้จะไม่พบผู้ป่วยในไทยเป็นเวลา 8 ปี แต่สถานการณ์ทั่วโลกไม่น่าไว้ใจ พบการระบาดของโปลิโอใน 16 ประเทศ

นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานหยอดวัคซีนโปลิโอให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และเด็กต่างด้าวอายุต่ำกว่า 15 ปี ฟรี ครั้งที่ 2 ที่สถานีอนามัยตำบลตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี เนื่องในวันรณรงค์หยอดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอระดับชาติ หลังจากกระทรวงสาธารณสุขหยอดวัคซีนครั้งแรกไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2548 โดยเป้าหมายเน้นให้วัคซีนแก่เด็กที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ พื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่ที่มีความไม่สงบ พื้นที่ชุมชนแออัด แรงงานก่อสร้างซึ่งมีประมาณ 2 ล้านคน รวมทั้งให้เด็กรวมทั้งเด็กต่างด้าวอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งอาจจะไม่ได้รับวัคซีนนี้มาก่อนได้ประมาณ 100,000 คน โดยการรณรงค์ให้วัคซีนในวันนี้ เป็นการกระตุ้นภูมิต้านทานโรคให้สูงขึ้นหลังจากได้รับวัคซีนในครั้งแรกไปแล้ว ขอให้ผู้ปกครองพาลูกหลานไปรับบริการหยอดวัคซีนที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทั่วประเทศฟรี สธ.ได้จัดบริการหยอดวัคซีนดังกล่าวให้เด็กตามกำหนดอายุที่ควรได้รับมีอัตราการครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 95
โดยหยอดเมื่ออายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 1 ปีครึ่ง และ 4 ปี ผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนจะมีภูมิต้านทานตลอดชีวิต แต่เด็กในพื้นที่เสี่ยงที่กล่าวมามักจะได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วนจึงมีโอกาสได้รับเชื้อโรคโปลิโอ และแพร่กระจายต่อไปได้ ดังนั้น จึงต้องหยอดเสริมอีก ซึ่งการให้วัคซีนโปลิโอหลาย ๆ ครั้ง ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด กลับจะยิ่งช่วยเพิ่มระดับภูมิต้านทานต่อโรคโปลิโอให้สูงยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยจะไม่พบผู้ป่วยโรคโปลิโอมาแล้ว 8 ปี แต่สถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากมีการระบาดของโรคนี้ใน 16 ประเทศ ในปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วย 1,805 ราย มากที่สุดที่ประเทศไนจีเรีย 703 ราย รองลงมาคือ เยเมน 478 ราย อินโดนีเซีย 299 ราย โซมาเลีย 153 ราย และอินเดีย 63 ราย จากการวิเคราะห์ที่มาของการระบาด พบว่า หลายประเทศเกิดจากโรคหวนกลับมาระบาดซ้ำ และยังมี 5 ประเทศที่มีโรคโปลิโอเป็นโรคประจำถิ่น ได้แก่ ไนจีเรีย ไนเจอร์ อินเดีย ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน
นายพินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานหยอดวัคซีนโปลิโอให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และเด็กต่างด้าวอายุต่ำกว่า 15 ปี ฟรี ครั้งที่ 2 ที่สถานีอนามัยตำบลตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี เนื่องในวันรณรงค์หยอดวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอระดับชาติ หลังจากกระทรวงสาธารณสุขหยอดวัคซีนครั้งแรกไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2548 โดยเป้าหมายเน้นให้วัคซีนแก่เด็กที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ พื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่ที่มีความไม่สงบ พื้นที่ชุมชนแออัด แรงงานก่อสร้างซึ่งมีประมาณ 2 ล้านคน รวมทั้งให้เด็กรวมทั้งเด็กต่างด้าวอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งอาจจะไม่ได้รับวัคซีนนี้มาก่อนได้ประมาณ 100,000 คน โดยการรณรงค์ให้วัคซีนในวันนี้ เป็นการกระตุ้นภูมิต้านทานโรคให้สูงขึ้นหลังจากได้รับวัคซีนในครั้งแรกไปแล้ว ขอให้ผู้ปกครองพาลูกหลานไปรับบริการหยอดวัคซีนที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทั่วประเทศฟรี สธ.ได้จัดบริการหยอดวัคซีนดังกล่าวให้เด็กตามกำหนดอายุที่ควรได้รับมีอัตราการครอบคลุมมากกว่าร้อยละ 95
โดยหยอดเมื่ออายุ 2 เดือน 4 เดือน 6 เดือน 1 ปีครึ่ง และ 4 ปี ผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนจะมีภูมิต้านทานตลอดชีวิต แต่เด็กในพื้นที่เสี่ยงที่กล่าวมามักจะได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วนจึงมีโอกาสได้รับเชื้อโรคโปลิโอ และแพร่กระจายต่อไปได้ ดังนั้น จึงต้องหยอดเสริมอีก ซึ่งการให้วัคซีนโปลิโอหลาย ๆ ครั้ง ไม่มีผลเสียแต่อย่างใด กลับจะยิ่งช่วยเพิ่มระดับภูมิต้านทานต่อโรคโปลิโอให้สูงยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ประเทศไทยจะไม่พบผู้ป่วยโรคโปลิโอมาแล้ว 8 ปี แต่สถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากมีการระบาดของโรคนี้ใน 16 ประเทศ ในปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วย 1,805 ราย มากที่สุดที่ประเทศไนจีเรีย 703 ราย รองลงมาคือ เยเมน 478 ราย อินโดนีเซีย 299 ราย โซมาเลีย 153 ราย และอินเดีย 63 ราย จากการวิเคราะห์ที่มาของการระบาด พบว่า หลายประเทศเกิดจากโรคหวนกลับมาระบาดซ้ำ และยังมี 5 ประเทศที่มีโรคโปลิโอเป็นโรคประจำถิ่น ได้แก่ ไนจีเรีย ไนเจอร์ อินเดีย ปากีสถาน และอัฟกานิสถาน


