สาวลิ้นยาวอาการดีขึ้น 70-80% หดลิ้นได้เองเวลายืดหลังหรือเงยหน้า ลืมตาได้แล้ว 100% แต่ยังต้องพบแพทย์เพื่อรับยาฉีดลดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง ทุก 3 เดือน
นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ นำคณะแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี แถลงข่าวความคืบหน้าอาการ น.ส.เข็มพร ศรีวิไล ผู้ป่วยลิ้นห้อยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ประมาณ 1 เดือนเศษ โดยผู้ป่วยมีอาการป่วยจากโรคไข้สมองอักเสบจนทำให้ลิ้นแลบยาวออกมา และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นลักษณะของอาการที่เรียกว่า Dystonia เป็นการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ลิ้น มือ กล้ามเนื้อรอบดวงตา และกล้ามเนื้อคอผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการป่วยโรคไข้สมองอักเสบ เมื่อ 20 ปีก่อน
นพ.ชาตรี กล่าวว่า โรงพยาบาลราชวิถียินดีที่ได้รับผู้ป่วยเฉพาะทาง ซึ่งเป็นกรณีศึกษาสำหรับการเรียนด้วย ขณะนี้การรักษาคืบหน้ามาก ผู้ป่วยสามารถเปิดตาได้ดีจากที่ลืมตาไม่ได้ อาการแลบลิ้นตลอดเวลาก็ดีขึ้นร้อยละ 70-80 สามารถหดลิ้นกลับเองได้เวลายืดหลังหรือเงยหน้า อาการมือเกร็ง คอเกร็ง ดีขึ้นร้อยละ 60-70 สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาโรงพยาบาลราชวิถีจะเรียกเก็บได้จากบัตรทองที่มหาสารคามประมาณร้อยละ 10-20 ส่วนที่เหลือโรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุขดูแล เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษา น.ส.เข็มพร ค่อนข้างสูง
ด้าน นพ.สืบสาย คงแสงดาว แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า โรคที่ น.ส.เข็มพร เป็น เกิดจากภาวะแทรกซ้อนภายหลังการติดเชื้อในระบบประสาท การรักษาแพทย์ได้ใช้วิธีฉีดยาลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อเข้าไปยังกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการ และทำการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ผลการตรวจพบว่าไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด โดยผลการรักษาขณะนี้ น.ส.เข็มพร ลืมตาได้ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่การพูดยังพูดไม่ได้ ต้องให้การรักษาลิ้นคืบหน้าถึงร้อยละ 90 ก่อน ขณะนี้ได้ทำการฝึกเรื่องการรับประทานอาหาร และให้การกายภาพบำบัดเสริมจากยาฉีดเพื่อแก้ไขอาการกล้ามเนื้อเกร็ง
“ขณะนี้อาการโดยรวมดีขึ้นมาก แต่ยังมีลิ้นแลบออกมาเฉพาะเวลาที่ตื่นเต้น ตกใจ หรือนั่งก้มหน้า การรักษาต้องให้ยาฉีดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยาลดอาการกล้ามเนื้อเกร็งมีผลออกฤทธิ์แค่ 3 เดือน หลังจาก 3 เดือนจะหมดฤทธิ์ ดังนั้น น.ส.เข็มพร ต้องพบแพทย์เพื่อรับการฉีดยาทุก 3 เดือน ขณะนี้ยังไม่มีการดื้อยาใด ต้องติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง” นพ.สืบสาย กล่าว
ด้านนายทรัพย์ ศรีวิไล พ่อของ น.ส.เข็มพร กล่าวว่า ลูกดีขึ้นมาก มีกำลังใจ ซึ่งตนอยากให้ลูกมีอาการดีขึ้นอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เข็มพร ยังพูดไม่ได้ จึงใช้วิธีเขียนเพื่อร่วมแถลงข่าว โดยเขียนว่า เมื่อมีอาการก็ได้พบแพทย์มาหลายคน เป็นเวลานาน ทีแรกคิดว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว แต่เมื่อพบแพทย์ที่โรงพยาบาลราชวิถี และได้ยินว่ามีโอกาสจะหาย ก็รู้สึกดีใจมาก แม้ไม่หาย 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น รู้สึกดีขึ้นมาก และอยากขอบคุณคณะแพทย์ทุกคนโดยเฉพาะ นพ.สืบสาย ที่ดูแลเป็นอย่างดี
นพ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมการแพทย์ นำคณะแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี แถลงข่าวความคืบหน้าอาการ น.ส.เข็มพร ศรีวิไล ผู้ป่วยลิ้นห้อยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ประมาณ 1 เดือนเศษ โดยผู้ป่วยมีอาการป่วยจากโรคไข้สมองอักเสบจนทำให้ลิ้นแลบยาวออกมา และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นลักษณะของอาการที่เรียกว่า Dystonia เป็นการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ลิ้น มือ กล้ามเนื้อรอบดวงตา และกล้ามเนื้อคอผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการป่วยโรคไข้สมองอักเสบ เมื่อ 20 ปีก่อน
นพ.ชาตรี กล่าวว่า โรงพยาบาลราชวิถียินดีที่ได้รับผู้ป่วยเฉพาะทาง ซึ่งเป็นกรณีศึกษาสำหรับการเรียนด้วย ขณะนี้การรักษาคืบหน้ามาก ผู้ป่วยสามารถเปิดตาได้ดีจากที่ลืมตาไม่ได้ อาการแลบลิ้นตลอดเวลาก็ดีขึ้นร้อยละ 70-80 สามารถหดลิ้นกลับเองได้เวลายืดหลังหรือเงยหน้า อาการมือเกร็ง คอเกร็ง ดีขึ้นร้อยละ 60-70 สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาโรงพยาบาลราชวิถีจะเรียกเก็บได้จากบัตรทองที่มหาสารคามประมาณร้อยละ 10-20 ส่วนที่เหลือโรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุขดูแล เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษา น.ส.เข็มพร ค่อนข้างสูง
ด้าน นพ.สืบสาย คงแสงดาว แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า โรคที่ น.ส.เข็มพร เป็น เกิดจากภาวะแทรกซ้อนภายหลังการติดเชื้อในระบบประสาท การรักษาแพทย์ได้ใช้วิธีฉีดยาลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อเข้าไปยังกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการ และทำการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ผลการตรวจพบว่าไม่มีความผิดปกติแต่อย่างใด โดยผลการรักษาขณะนี้ น.ส.เข็มพร ลืมตาได้ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่การพูดยังพูดไม่ได้ ต้องให้การรักษาลิ้นคืบหน้าถึงร้อยละ 90 ก่อน ขณะนี้ได้ทำการฝึกเรื่องการรับประทานอาหาร และให้การกายภาพบำบัดเสริมจากยาฉีดเพื่อแก้ไขอาการกล้ามเนื้อเกร็ง
“ขณะนี้อาการโดยรวมดีขึ้นมาก แต่ยังมีลิ้นแลบออกมาเฉพาะเวลาที่ตื่นเต้น ตกใจ หรือนั่งก้มหน้า การรักษาต้องให้ยาฉีดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยาลดอาการกล้ามเนื้อเกร็งมีผลออกฤทธิ์แค่ 3 เดือน หลังจาก 3 เดือนจะหมดฤทธิ์ ดังนั้น น.ส.เข็มพร ต้องพบแพทย์เพื่อรับการฉีดยาทุก 3 เดือน ขณะนี้ยังไม่มีการดื้อยาใด ต้องติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง” นพ.สืบสาย กล่าว
ด้านนายทรัพย์ ศรีวิไล พ่อของ น.ส.เข็มพร กล่าวว่า ลูกดีขึ้นมาก มีกำลังใจ ซึ่งตนอยากให้ลูกมีอาการดีขึ้นอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เข็มพร ยังพูดไม่ได้ จึงใช้วิธีเขียนเพื่อร่วมแถลงข่าว โดยเขียนว่า เมื่อมีอาการก็ได้พบแพทย์มาหลายคน เป็นเวลานาน ทีแรกคิดว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หายแล้ว แต่เมื่อพบแพทย์ที่โรงพยาบาลราชวิถี และได้ยินว่ามีโอกาสจะหาย ก็รู้สึกดีใจมาก แม้ไม่หาย 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ทำให้มีกำลังใจมากขึ้น รู้สึกดีขึ้นมาก และอยากขอบคุณคณะแพทย์ทุกคนโดยเฉพาะ นพ.สืบสาย ที่ดูแลเป็นอย่างดี


