สสส.–กรมพินิจฯ เผยข้อมูลชวนตะลึง เปลือยชีวิตเด็กต้องโทษเพราะน้ำเมา ระบุผลวิจัยเด็กที่ก่อเหตุจนต้องติดสถานพินิจฯ ดื่มเหล้าถึง 85% และสูบบุหรี่ถึง 96% เกือบครึ่งกระดกเหล้าก่อนก่ออาชญากรรมไม่ถึง 5 ชั่วโมง ทั้งแทงแท็กซี่–ขยี้กามแฟนเพื่อน–ฆ่าคนตาย ด้านอธิบดีกรมพินิจฯ เผยเป็นเพราะชินตาเห็นคนในครอบครัวดื่ม
วันนี้ (8 สิงหาคม) เวลาประมาณ 10.30 น. ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชั้น 34 อาคาร SM Tower นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก เป็นประธานในการแถลงข่าวและเผยผลวิจัยพฤติกรรมการบริโภคสุรา เบียร์ และการใช้สารเสพติดของเยาวชนที่กระทำผิดกฏหมายและถูกควบคุมตัวให้มาฝึกอบรมจำนวน 121 ราย อายุระหว่าง 9-23 ปี เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือน ส.ค.2547 จนถึง พ.ค.2548
โดยพบข้อมูลที่น่าตกใจว่าเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดมีพฤติกรรมสูบบุหรี่มากถึงร้อยละ 95.9 ดื่มเหล้าสูงถึง 85.1 และเสพยาบ้า ร้อยละ 69.4 เหตุผลหลักที่เยาวชนดื่มเหล้าสูบบุหรี่ เสพสารเสพติด คืออยากลอง และเพื่อนชักชวน ตั้งแต่ร้อยละ 75.0-92.6 ที่สำคัญพบว่าการดื่มสุราของเยาวชนมีผลกระตุ้นให้พวกเขากระทำผิด ทั้งการข่มขืน โทรมหญิง ทำร้ายร่างกาย และก่อคดีฆาตกรรม ซึ่งเด็กที่ต้องโทษร้อยละ 38 ดื่มสุราก่อนจะทำผิดไม่เกิน 5 ชั่วโมง หนำซ้ำขณะที่ทำผิดยังอยู่ในสภาพมึนเมา และแม้เด็กจะไม่ได้ดื่มเหล้าก่อนก่อเหตุแต่เหล้าก็เป็นสิ่งจูงใจให้ลักทรัพย์ จี้ ปล้น เพราะต้องการหาเงินไปซื้อ รวมถึงไปเที่ยวสถานบันเทิงจะได้ดื่มเหล้าด้วย
“ยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนอีก 11 คนแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงให้เพื่อนพาแฟนมาที่ห้องแล้วซ่อนตัว จากนั้นเมื่อเพื่อนมีเพศสัมพันธ์กับแฟนแล้ว ทั้ง 11 คนก็ออกมารุมโทรมแฟนของเพื่อน หรือจะเป็นกรณีที่นั่งกินเหล้าอยู่ที่บ้านเพื่อนจนเกิดอารมณ์เลยให้เพื่อนโทร.ไปชวนเด็กผู้หญิงมาหา เมื่อพยายามจะนอนด้วยแล้วผู้หญิงขัดขืนจึงล็อกคอ แต่กลัวผู้หญิงไปแจ้งความเลยบีบคอจนตกไปในคูน้ำ สุดท้ายเด็กผู้หญิงคนนั้นจมน้ำตาย
นอกจากนี้ยังมีความรุนแรงถึงขั้นก่อคดีฆาตกรรม คือนั่งกินเหล้ากับเพื่อนที่ห้องพักคนงาน แล้วชวนกันไปกินเหล้าต่อที่ร้านคาราโอเกะ โดยพกมีดยาว 1 ฟุตไปด้วย พอกินจนเมาก็เรียกแท็กซี่ ไปถึงที่เปลี่ยวแล้วจี้ พอคนขับแท็กซี่รู้ตัวเปิดประตูวิ่งหนีก็ตามไปรุมแทง 5-6 ทีจนตายคาที่ ค้นตัวได้เงินไป 500 กับพระเครื่อง เหล่านี้เป็นเพียงแค่ไม่กี่ตัวอย่างที่เกิดจากฤทธิ์ของสุราเท่านั้น” นายวันชัยกล่าว
อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวอีกว่า ในกรณีของเด็กหญิงไม่เพียงแต่เป็นผู้ถูกกระทำเท่านั้น แต่เหล้ายังทำให้หลงเดินทางผิด เช่น เด็กหญิงคนหนึ่งที่เบื่อเรียนจึงหนีไปกินเหล้าสูบบุหรี่ที่บ้านเพื่อน ในที่สุดเพราะความเมาจึงถูกเพื่อนรุมข่มขืน จากนั้นก็มีความคิดว่าเสียแล้วจึงมีอะไรกับผู้ชายง่ายๆ ไม่คิดอะไร ทั้งนี้ เมื่อสอบถามเด็กจะพบว่ากิจกรรมที่พวกเขากระทำร่วมกับเพื่อนคือการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ซึ่งสิ่งที่เด็กทำเป็นผลโดยตรงมาจากคนในครอบครัว เพราะจากการสำรวจพบว่าเด็กร้อยละ 80 มาจากครอบครัวที่มีคนสูบบุหรี่ดื่มเหล้า และคนในครอบครัวร้อยละ 47.5 จะหาความบันเทิงจากการดื่มเหล้า เด็กบางคนเห็นพ่อแม่ดื่มเหล้าทุกเย็น ซึ่งเด็กเพียงร้อยละ 31.4 เท่านั้นที่เห็นว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซ้ำร้ายเด็กยังเห็นว่าการใช้สารเสพติดทั้งเหล้าบุหรี่มีประโยชน์ทำให้ขยัน คลายเครียด ลืมทุกข์ เพลิดเพลินสูงถึงร้อยละ 59.2
และด้วยความตระหนักในปัญหานี้ ประกอบกับเพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงเห็นสมควรจัดทำโครงการรณรงค์บังคับใช้กฎหมายห้ามการขายสุราและบุหรี่แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อป้องปรามเด็กและเยาวชนกระทำผิด โดยทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก และสื่อมวลชนเครือข่าย เพื่อเผยแพร่กฎหมายการห้ามขายสุราและบุหรี่ให้แก่เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ร้านค้า เด็กและเยาวชนและประชาชนทั่วไปให้รู้กันอย่างแพร่หลาย ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงกับร้านค้าที่จำหน่ายสุราและบุหรี่เพื่อวางมาตรการไม่ให้มีการจำหน่ายสุราและบุหรี่แก่เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งเพื่อตรวจตราบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้ให้มีผลอย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
“ผมอยากให้คิดแบบนี้ คือมันเป็นสมการ หากเอาเด็กบวกกับเหล้า มันจะเท่ากับอาชญากรรม เด็กสถานพินิจฯ หลายต่อหลายคนเสียโอกาสในชีวิตก็เพราะเหล้า ดื่มเหล้าแล้วก่อเหตุ ต้องมาติดอยู่ในนี้ แทนที่จะได้ไปศึกษาเล่าเรียน ผมอยากฝากไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังดื่มเหล้าให้ลูกเห็นว่า นอกจากเด็กของเราจะ “เรียน” แล้ว เค้ายัง “เลียน” แบบเราอีก เราไปทำอย่างไรให้เขาเห็น เขาก็จะทำสิ่งนั้น
สังคมไทยกินเหล้ามานาน กินมันทุกเทศกาล ไม่ว่าเกิด ตาย บวช โกนผม เด็กเราชินกับภาพที่พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่กระดกแก้วในโอกาสพิเศษ จนเค้าเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ในขณะนี้เราก็ได้ประสานไปยังร้านสะดวกซื้อประเภทยี่สิบสี่ชั่วโมง มินิมาร์ท ซูเปอร์มาเกตในสถานบริการน้ำมัน โดยเชิญผู้บริหารเค้ามาขอความร่วมมือไม่ขายเหล้าให้เด็กและตรวจบัตรทุกครั้งที่สงสัย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นี่ถือเป็นเฟสแรก เราจะขอสร้างกระแสการยอมรับและเห็นด้วยจากสังคมก่อน จากนั้นจะขยายไปถึงบรรดาร้านโชว์ห่วย ร้านอาหารอีกทีหนึ่ง” อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าว
ด้าน ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม รองประธานคนที่สอง คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ชี้ให้เห็นว่า ในทางจิตวิทยาคนเรามีสัญชาติญาณดิบที่ถูกสติสัมปชัญญะควบคุมอยู่ ในเด็กและเยาวชนที่ยังมีวุฒิภาวะจำกัด เมื่อถูกสุราทำให้สติสัมปชัญญะลดทอนไปก็ยิ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมอันน่าสลดใจได้อย่างง่ายดาย กรณีที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนศึกษามานำเสนอนี้เป็นการศึกษาย้อนหลังจากบทเรียนของกรณีที่สายไปแล้ว นำมาเตือนสติเด็ก ผู้ปกครอง และสังคมไทยโดยรวม ให้เร่งขจัดภัยสุราที่กำลังคุกคามอนาคตเยาวชนไทยอย่างรุนแรงยิ่งในปัจจุบัน
"ต้องยอมรับว่าเด็กไทยสมัยนี้ดื่มเหล้าเร็วขึ้น และขณะนี้ประเทศไทยก็กลายเป็นขี้เมาติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกไปเรียบร้อยแล้ว เรามีเด็กที่กินเหล้าแล้วก่อเหตุอาชญากรรมสูงมาก สูงจนน่าตกใจ เป็นเพราะเราไปสร้างสภาพสังคมในปัจจุบันให้เป็นสังคมที่ไม่ดี เด็กของเราจึงไม่มีที่ยืน ที่น่าเป็นห่วงคือการทำลายเซลล์สมองของเหล้า โดยเฉพาะเซลล์สมองของเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่แล้วไปดื่มเหล้า เพียงแค่ดื่มล่วงพ้นลำคอเข้าไปที่หลอดอาหารส่วนต้น กระบวนการดูดซึมของร่างกายก็จะเริ่มทำงาน แอลกอฮอล์จะเข้าไปในระบบการไหลเวียนของเลือด เข้าไปสู่หัวใจ จากนั้นหัวใจก็จะสูบฉีดไปเลี้ยงสมอง แอลกอฮอล์ก็จะเข้าสู่สมองส่วนกลาง กดสำนึกผิดชอบชั่วดีของมนุษย์ที่เป็นสัตว์ประเสริฐให้กลายเป็นเดรัจฉานที่มีความต้องการฝ่ายต่ำ จนทำให้เด็กเหล่านี้ก่อเหตุต่างๆ อันน่าสลดใจขึ้น”
นอกจากนี้ ศ.นพ.อุดมศิลป์ยังได้เปิดเผยถึงข้อมูลล่าสุดว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปบันทึกภาพความเป็นจริงของสังคมภายในหมู่บ้านแถบภาคเหนืออันห่างไกล ที่หลายคนคิดว่ามันสวยงามและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณี กลิ่นไอแห่งสายหมอกอันอบอวลไปด้วยความงดงามแบบพื้นเมือง ผู้คนสะสวย พูดจาไพเราะ แต่ในความเป็นจริงนั้นเน่าเฟะจนนึกไม่ถึง เหตุเพราะสุรากลายเป็นหนอนชอนไชเนื้อในจนพรุน
“เพิ่งจะไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านในแถบภาคเหนือ ถ่ายวีดีโอเก็บไว้ แต่ยังไม่ได้เผยแพร่ภาพให้สื่อมวลชนเห็น คือในหมู่บ้านที่สงบเรียบง่ายสวยงาม มีวัฒนธรรมประเพณีแบบล้านนาที่งดงามนั้น หากกระเทาะเปลือกบางๆ ที่หุ้มอยู่แล้วลงไปเก็บข้อมูลเชิงลึก เราได้ข้อมูลที่น่าตกใจมากคือ ผู้ชายกินเหล้ากันแทบทั้งวัน ผู้หญิงเมื่อทำงานบ้านเสร็จก็ตั้งวงกินเหล้า แล้วเด็กผู้หญิงอายุแค่ 4 ขวบก็โดนแม่สอนให้กินเหล้าแล้ว เพียงเพราะเห็นเป็นความสนุก ตลกขบขันในครอบครัว และแนวคิดที่ว่าเพื่อเป็นการฝึกให้ลูกคอแข็ง”
และในการณ์นี้อธิบดีกรมพินิจฯ ได้นำเด็กและเยาวชนจากสถานพินิจ 4 คน ที่ต้องถูกส่งเข้าสถานพินิจเนื่องจากการก่อเหตุอันเนื่องมาจากการดื่มสุราทั้งสิ้น จากศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนบ้านอุเบกขา ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนกรุณา และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนา มาบอกเล่าเรื่องราวความเลวร้ายของสุรา
“ต้น” จากบ้านอุเบกขา กล่าวว่า พื้นฐานครอบครัวพ่อเป็นคนที่ดื่มสุราจัด ดื่มทุกวัน ดื่มที่บ้านและเป็นการดื่มให้เห็นจนชิน เมื่อดื่มแล้วก็มีปากเสียงกับคนในครอบครัว รู้สึกเครียดและเบื่อบ้าน จึงยึดเพื่อนเป็นที่พึ่ง ติดเพื่อน และเมื่อเพื่อนชวนไปดื่มสุราก็ไป เพราะอยากลืมทุกข์ อยากระบายความเครียด เริ่มดื่มมาตั้งแต่อายุ 15 ปี
ในวันเกิดเหตุต้นเล่าว่า หลังจากการดื่มเหล้าจนเมาในกลุ่มเพื่อนแล้ว ทั้งหมดก็ตัดสินใจไปเที่ยวกัน โดยเรียกแท็กซี่เป็นพาหนะโดยสาร แต่เกิดทะเลาะกันกับคนขับแท็กซี่ จึงร่วมกันทำร้ายร่างกายจนโชเฟอร์ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะชิงเงินแล้วหลบหนีไป ก่อนจะถูกจับได้ในที่สุด
“โบว์” จากบ้านกรุณา กล่าวว่าดื่มเหล้าเพราะเพื่อนชวน เมื่อเมาแล้วเพื่อนก็ชวนไปชิงรถจักรยานยนต์ ด้วยความเมาประกอบกับการอยากลองและความคึกคะนองของวัยรุ่น ทำให้โบว์ติดสินใจไปชิงรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขาย และนำเงินมาแบ่งกินซื้อเหล้ามาดื่มและไปเที่ยว
“บอย” จากบ้านกาญจนา กล่าวว่า เห็นพ่อดื่มเหล้าทุกวันก็เกิดความอยากลอง ประกอบกับเพื่อนชวน ดื่มครั้งแรกตอนอายุ 13 ปี วันเกิดเหตุได้ดื่มกินกับเพื่อนจนเมามายสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพื่อนชวนไปปล้นคนย่านอนุสาวรีย์ก็ไปกับเพื่อน พอลงมือปล้นปรากฎว่าเจ้าทรัพย์ขัดขืนและต่อสู้ เพื่อนรุ่นพี่อีกคนจึงเอามีดฟันหัวเจ้าทรัพย์อาการสาหัส บอยและกลุ่มเพื่อนได้หนีไปและไปนั่งเล่นอยู่หน้าสถานบริการน้ำมันในซอยอินทามระ 40 ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับตัวได้
และ “กอล์ฟ” - จากบ้านกาญจนา วัย 22 ปี ที่ถูกจับส่งสถานพินิจตั้งแต่อายุ 17 ปี ในข้อหา “ฆ่าคนตายโดยเจตนา” อดีตเด็กอาชีวะฯ ผู้ไม่ยอมใครยอมรับว่าเขาเป็นคนที่ติดเหล้ามาก ดื่มครั้งแรกตอนอยู่ชั้น ปวช. 1 เนื่องจากพ่อชอบกินเหล้าแล้วทะเลาะกับแม่เลยเกิดความเครียด ไม่เข้าใจว่าคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานอย่างพ่อกับแม่เหตุใดเมื่อมีเหล้ามาเป็นตัวกลางแล้วถึงไม่มีเหตุผล ต้องทะเลาะกันทุกครั้ง
เมื่อกอล์ฟลองลิ้มรสสุราเป็นครั้งแรก ประกอบกับได้สัมผัสถึงฤทธิ์อันมอมเมาของมันที่ทำให้เขาลืมเรื่องราวที่ไม่อยากจะจำได้ชั่วครู่ชั่วยาม กอล์ฟก็ดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จากที่ดื่มเช้าก่อนไปเรียนและเย็นหลังเลิกเรียน ก็กระเถิบมาเป็นการนำเข้ามาดื่มถึงในห้องเรียน
ในวันเกิดเหตุ เป็นวันที่กอล์ฟอยู่ในอาการมึนงงจากการดื่มสุรามาเมื่อคืนก่อนหน้า หรืออาการที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “เมาค้าง” เขาไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า จากนั้นก็ได้มีเด็กอาชีวะฯ จากโรงเรียนดังย่านบางนา คู่อริเขาจำนวน 3 คน เดินผ่านประตูอัตโนมัติของห้างมารุมตีเขา กอล์ฟจึงได้ชักมีดออกมาแล้วแทงสวนไป ก่อนจะหลบหนีโดยการนั่งแท็กซี่กลับมาที่โรงเรียน ภายหลังเมื่อถูกตำรวจจับเขาถึงได้ทราบว่าคู่อริที่เขาแทงสวนออกไปนั้น ถูกตัดเอ็นแขนขาด และถูกแทงตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต
“ผมกินเหล้า ติดเหล้า อยากเลิกเหมือนกัน แต่เลิกไม่ได้ หลังเกิดเรื่องพ่อผมที่เคยดื่มจัดตอนนี้ก็เลิกแล้ว ตอนแรกผมนึกว่าเหล้ามันดี กินแล้วมันสุข ไม่ต้องเครียด แต่เอาเข้าจริง สุขที่แท้คืออะไร ...ผมยังไม่เคยเห็น” กอล์ฟกล่าว
วันนี้ (8 สิงหาคม) เวลาประมาณ 10.30 น. ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชั้น 34 อาคาร SM Tower นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก เป็นประธานในการแถลงข่าวและเผยผลวิจัยพฤติกรรมการบริโภคสุรา เบียร์ และการใช้สารเสพติดของเยาวชนที่กระทำผิดกฏหมายและถูกควบคุมตัวให้มาฝึกอบรมจำนวน 121 ราย อายุระหว่าง 9-23 ปี เริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือน ส.ค.2547 จนถึง พ.ค.2548
โดยพบข้อมูลที่น่าตกใจว่าเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดมีพฤติกรรมสูบบุหรี่มากถึงร้อยละ 95.9 ดื่มเหล้าสูงถึง 85.1 และเสพยาบ้า ร้อยละ 69.4 เหตุผลหลักที่เยาวชนดื่มเหล้าสูบบุหรี่ เสพสารเสพติด คืออยากลอง และเพื่อนชักชวน ตั้งแต่ร้อยละ 75.0-92.6 ที่สำคัญพบว่าการดื่มสุราของเยาวชนมีผลกระตุ้นให้พวกเขากระทำผิด ทั้งการข่มขืน โทรมหญิง ทำร้ายร่างกาย และก่อคดีฆาตกรรม ซึ่งเด็กที่ต้องโทษร้อยละ 38 ดื่มสุราก่อนจะทำผิดไม่เกิน 5 ชั่วโมง หนำซ้ำขณะที่ทำผิดยังอยู่ในสภาพมึนเมา และแม้เด็กจะไม่ได้ดื่มเหล้าก่อนก่อเหตุแต่เหล้าก็เป็นสิ่งจูงใจให้ลักทรัพย์ จี้ ปล้น เพราะต้องการหาเงินไปซื้อ รวมถึงไปเที่ยวสถานบันเทิงจะได้ดื่มเหล้าด้วย
“ยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าดื่มเหล้าอยู่กับเพื่อนอีก 11 คนแล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงให้เพื่อนพาแฟนมาที่ห้องแล้วซ่อนตัว จากนั้นเมื่อเพื่อนมีเพศสัมพันธ์กับแฟนแล้ว ทั้ง 11 คนก็ออกมารุมโทรมแฟนของเพื่อน หรือจะเป็นกรณีที่นั่งกินเหล้าอยู่ที่บ้านเพื่อนจนเกิดอารมณ์เลยให้เพื่อนโทร.ไปชวนเด็กผู้หญิงมาหา เมื่อพยายามจะนอนด้วยแล้วผู้หญิงขัดขืนจึงล็อกคอ แต่กลัวผู้หญิงไปแจ้งความเลยบีบคอจนตกไปในคูน้ำ สุดท้ายเด็กผู้หญิงคนนั้นจมน้ำตาย
นอกจากนี้ยังมีความรุนแรงถึงขั้นก่อคดีฆาตกรรม คือนั่งกินเหล้ากับเพื่อนที่ห้องพักคนงาน แล้วชวนกันไปกินเหล้าต่อที่ร้านคาราโอเกะ โดยพกมีดยาว 1 ฟุตไปด้วย พอกินจนเมาก็เรียกแท็กซี่ ไปถึงที่เปลี่ยวแล้วจี้ พอคนขับแท็กซี่รู้ตัวเปิดประตูวิ่งหนีก็ตามไปรุมแทง 5-6 ทีจนตายคาที่ ค้นตัวได้เงินไป 500 กับพระเครื่อง เหล่านี้เป็นเพียงแค่ไม่กี่ตัวอย่างที่เกิดจากฤทธิ์ของสุราเท่านั้น” นายวันชัยกล่าว
อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าวอีกว่า ในกรณีของเด็กหญิงไม่เพียงแต่เป็นผู้ถูกกระทำเท่านั้น แต่เหล้ายังทำให้หลงเดินทางผิด เช่น เด็กหญิงคนหนึ่งที่เบื่อเรียนจึงหนีไปกินเหล้าสูบบุหรี่ที่บ้านเพื่อน ในที่สุดเพราะความเมาจึงถูกเพื่อนรุมข่มขืน จากนั้นก็มีความคิดว่าเสียแล้วจึงมีอะไรกับผู้ชายง่ายๆ ไม่คิดอะไร ทั้งนี้ เมื่อสอบถามเด็กจะพบว่ากิจกรรมที่พวกเขากระทำร่วมกับเพื่อนคือการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ซึ่งสิ่งที่เด็กทำเป็นผลโดยตรงมาจากคนในครอบครัว เพราะจากการสำรวจพบว่าเด็กร้อยละ 80 มาจากครอบครัวที่มีคนสูบบุหรี่ดื่มเหล้า และคนในครอบครัวร้อยละ 47.5 จะหาความบันเทิงจากการดื่มเหล้า เด็กบางคนเห็นพ่อแม่ดื่มเหล้าทุกเย็น ซึ่งเด็กเพียงร้อยละ 31.4 เท่านั้นที่เห็นว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซ้ำร้ายเด็กยังเห็นว่าการใช้สารเสพติดทั้งเหล้าบุหรี่มีประโยชน์ทำให้ขยัน คลายเครียด ลืมทุกข์ เพลิดเพลินสูงถึงร้อยละ 59.2
และด้วยความตระหนักในปัญหานี้ ประกอบกับเพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจึงเห็นสมควรจัดทำโครงการรณรงค์บังคับใช้กฎหมายห้ามการขายสุราและบุหรี่แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อป้องปรามเด็กและเยาวชนกระทำผิด โดยทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก และสื่อมวลชนเครือข่าย เพื่อเผยแพร่กฎหมายการห้ามขายสุราและบุหรี่ให้แก่เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ร้านค้า เด็กและเยาวชนและประชาชนทั่วไปให้รู้กันอย่างแพร่หลาย ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงกับร้านค้าที่จำหน่ายสุราและบุหรี่เพื่อวางมาตรการไม่ให้มีการจำหน่ายสุราและบุหรี่แก่เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งเพื่อตรวจตราบังคับใช้กฎหมายในเรื่องนี้ให้มีผลอย่างมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
“ผมอยากให้คิดแบบนี้ คือมันเป็นสมการ หากเอาเด็กบวกกับเหล้า มันจะเท่ากับอาชญากรรม เด็กสถานพินิจฯ หลายต่อหลายคนเสียโอกาสในชีวิตก็เพราะเหล้า ดื่มเหล้าแล้วก่อเหตุ ต้องมาติดอยู่ในนี้ แทนที่จะได้ไปศึกษาเล่าเรียน ผมอยากฝากไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองที่กำลังดื่มเหล้าให้ลูกเห็นว่า นอกจากเด็กของเราจะ “เรียน” แล้ว เค้ายัง “เลียน” แบบเราอีก เราไปทำอย่างไรให้เขาเห็น เขาก็จะทำสิ่งนั้น
สังคมไทยกินเหล้ามานาน กินมันทุกเทศกาล ไม่ว่าเกิด ตาย บวช โกนผม เด็กเราชินกับภาพที่พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่กระดกแก้วในโอกาสพิเศษ จนเค้าเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ในขณะนี้เราก็ได้ประสานไปยังร้านสะดวกซื้อประเภทยี่สิบสี่ชั่วโมง มินิมาร์ท ซูเปอร์มาเกตในสถานบริการน้ำมัน โดยเชิญผู้บริหารเค้ามาขอความร่วมมือไม่ขายเหล้าให้เด็กและตรวจบัตรทุกครั้งที่สงสัย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นี่ถือเป็นเฟสแรก เราจะขอสร้างกระแสการยอมรับและเห็นด้วยจากสังคมก่อน จากนั้นจะขยายไปถึงบรรดาร้านโชว์ห่วย ร้านอาหารอีกทีหนึ่ง” อธิบดีกรมพินิจฯ กล่าว
ด้าน ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม รองประธานคนที่สอง คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้ชี้ให้เห็นว่า ในทางจิตวิทยาคนเรามีสัญชาติญาณดิบที่ถูกสติสัมปชัญญะควบคุมอยู่ ในเด็กและเยาวชนที่ยังมีวุฒิภาวะจำกัด เมื่อถูกสุราทำให้สติสัมปชัญญะลดทอนไปก็ยิ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมอันน่าสลดใจได้อย่างง่ายดาย กรณีที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนศึกษามานำเสนอนี้เป็นการศึกษาย้อนหลังจากบทเรียนของกรณีที่สายไปแล้ว นำมาเตือนสติเด็ก ผู้ปกครอง และสังคมไทยโดยรวม ให้เร่งขจัดภัยสุราที่กำลังคุกคามอนาคตเยาวชนไทยอย่างรุนแรงยิ่งในปัจจุบัน
"ต้องยอมรับว่าเด็กไทยสมัยนี้ดื่มเหล้าเร็วขึ้น และขณะนี้ประเทศไทยก็กลายเป็นขี้เมาติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลกไปเรียบร้อยแล้ว เรามีเด็กที่กินเหล้าแล้วก่อเหตุอาชญากรรมสูงมาก สูงจนน่าตกใจ เป็นเพราะเราไปสร้างสภาพสังคมในปัจจุบันให้เป็นสังคมที่ไม่ดี เด็กของเราจึงไม่มีที่ยืน ที่น่าเป็นห่วงคือการทำลายเซลล์สมองของเหล้า โดยเฉพาะเซลล์สมองของเด็กที่ยังไม่โตเต็มที่แล้วไปดื่มเหล้า เพียงแค่ดื่มล่วงพ้นลำคอเข้าไปที่หลอดอาหารส่วนต้น กระบวนการดูดซึมของร่างกายก็จะเริ่มทำงาน แอลกอฮอล์จะเข้าไปในระบบการไหลเวียนของเลือด เข้าไปสู่หัวใจ จากนั้นหัวใจก็จะสูบฉีดไปเลี้ยงสมอง แอลกอฮอล์ก็จะเข้าสู่สมองส่วนกลาง กดสำนึกผิดชอบชั่วดีของมนุษย์ที่เป็นสัตว์ประเสริฐให้กลายเป็นเดรัจฉานที่มีความต้องการฝ่ายต่ำ จนทำให้เด็กเหล่านี้ก่อเหตุต่างๆ อันน่าสลดใจขึ้น”
นอกจากนี้ ศ.นพ.อุดมศิลป์ยังได้เปิดเผยถึงข้อมูลล่าสุดว่า ก่อนหน้านี้ได้ไปบันทึกภาพความเป็นจริงของสังคมภายในหมู่บ้านแถบภาคเหนืออันห่างไกล ที่หลายคนคิดว่ามันสวยงามและเต็มไปด้วยวัฒนธรรมประเพณี กลิ่นไอแห่งสายหมอกอันอบอวลไปด้วยความงดงามแบบพื้นเมือง ผู้คนสะสวย พูดจาไพเราะ แต่ในความเป็นจริงนั้นเน่าเฟะจนนึกไม่ถึง เหตุเพราะสุรากลายเป็นหนอนชอนไชเนื้อในจนพรุน
“เพิ่งจะไปเก็บข้อมูลที่หมู่บ้านในแถบภาคเหนือ ถ่ายวีดีโอเก็บไว้ แต่ยังไม่ได้เผยแพร่ภาพให้สื่อมวลชนเห็น คือในหมู่บ้านที่สงบเรียบง่ายสวยงาม มีวัฒนธรรมประเพณีแบบล้านนาที่งดงามนั้น หากกระเทาะเปลือกบางๆ ที่หุ้มอยู่แล้วลงไปเก็บข้อมูลเชิงลึก เราได้ข้อมูลที่น่าตกใจมากคือ ผู้ชายกินเหล้ากันแทบทั้งวัน ผู้หญิงเมื่อทำงานบ้านเสร็จก็ตั้งวงกินเหล้า แล้วเด็กผู้หญิงอายุแค่ 4 ขวบก็โดนแม่สอนให้กินเหล้าแล้ว เพียงเพราะเห็นเป็นความสนุก ตลกขบขันในครอบครัว และแนวคิดที่ว่าเพื่อเป็นการฝึกให้ลูกคอแข็ง”
และในการณ์นี้อธิบดีกรมพินิจฯ ได้นำเด็กและเยาวชนจากสถานพินิจ 4 คน ที่ต้องถูกส่งเข้าสถานพินิจเนื่องจากการก่อเหตุอันเนื่องมาจากการดื่มสุราทั้งสิ้น จากศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนบ้านอุเบกขา ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนกรุณา และศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนา มาบอกเล่าเรื่องราวความเลวร้ายของสุรา
“ต้น” จากบ้านอุเบกขา กล่าวว่า พื้นฐานครอบครัวพ่อเป็นคนที่ดื่มสุราจัด ดื่มทุกวัน ดื่มที่บ้านและเป็นการดื่มให้เห็นจนชิน เมื่อดื่มแล้วก็มีปากเสียงกับคนในครอบครัว รู้สึกเครียดและเบื่อบ้าน จึงยึดเพื่อนเป็นที่พึ่ง ติดเพื่อน และเมื่อเพื่อนชวนไปดื่มสุราก็ไป เพราะอยากลืมทุกข์ อยากระบายความเครียด เริ่มดื่มมาตั้งแต่อายุ 15 ปี
ในวันเกิดเหตุต้นเล่าว่า หลังจากการดื่มเหล้าจนเมาในกลุ่มเพื่อนแล้ว ทั้งหมดก็ตัดสินใจไปเที่ยวกัน โดยเรียกแท็กซี่เป็นพาหนะโดยสาร แต่เกิดทะเลาะกันกับคนขับแท็กซี่ จึงร่วมกันทำร้ายร่างกายจนโชเฟอร์ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะชิงเงินแล้วหลบหนีไป ก่อนจะถูกจับได้ในที่สุด
“โบว์” จากบ้านกรุณา กล่าวว่าดื่มเหล้าเพราะเพื่อนชวน เมื่อเมาแล้วเพื่อนก็ชวนไปชิงรถจักรยานยนต์ ด้วยความเมาประกอบกับการอยากลองและความคึกคะนองของวัยรุ่น ทำให้โบว์ติดสินใจไปชิงรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขาย และนำเงินมาแบ่งกินซื้อเหล้ามาดื่มและไปเที่ยว
“บอย” จากบ้านกาญจนา กล่าวว่า เห็นพ่อดื่มเหล้าทุกวันก็เกิดความอยากลอง ประกอบกับเพื่อนชวน ดื่มครั้งแรกตอนอายุ 13 ปี วันเกิดเหตุได้ดื่มกินกับเพื่อนจนเมามายสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพื่อนชวนไปปล้นคนย่านอนุสาวรีย์ก็ไปกับเพื่อน พอลงมือปล้นปรากฎว่าเจ้าทรัพย์ขัดขืนและต่อสู้ เพื่อนรุ่นพี่อีกคนจึงเอามีดฟันหัวเจ้าทรัพย์อาการสาหัส บอยและกลุ่มเพื่อนได้หนีไปและไปนั่งเล่นอยู่หน้าสถานบริการน้ำมันในซอยอินทามระ 40 ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับตัวได้
และ “กอล์ฟ” - จากบ้านกาญจนา วัย 22 ปี ที่ถูกจับส่งสถานพินิจตั้งแต่อายุ 17 ปี ในข้อหา “ฆ่าคนตายโดยเจตนา” อดีตเด็กอาชีวะฯ ผู้ไม่ยอมใครยอมรับว่าเขาเป็นคนที่ติดเหล้ามาก ดื่มครั้งแรกตอนอยู่ชั้น ปวช. 1 เนื่องจากพ่อชอบกินเหล้าแล้วทะเลาะกับแม่เลยเกิดความเครียด ไม่เข้าใจว่าคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานอย่างพ่อกับแม่เหตุใดเมื่อมีเหล้ามาเป็นตัวกลางแล้วถึงไม่มีเหตุผล ต้องทะเลาะกันทุกครั้ง
เมื่อกอล์ฟลองลิ้มรสสุราเป็นครั้งแรก ประกอบกับได้สัมผัสถึงฤทธิ์อันมอมเมาของมันที่ทำให้เขาลืมเรื่องราวที่ไม่อยากจะจำได้ชั่วครู่ชั่วยาม กอล์ฟก็ดื่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จากที่ดื่มเช้าก่อนไปเรียนและเย็นหลังเลิกเรียน ก็กระเถิบมาเป็นการนำเข้ามาดื่มถึงในห้องเรียน
ในวันเกิดเหตุ เป็นวันที่กอล์ฟอยู่ในอาการมึนงงจากการดื่มสุรามาเมื่อคืนก่อนหน้า หรืออาการที่คนทั่วไปเรียกกันว่า “เมาค้าง” เขาไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า จากนั้นก็ได้มีเด็กอาชีวะฯ จากโรงเรียนดังย่านบางนา คู่อริเขาจำนวน 3 คน เดินผ่านประตูอัตโนมัติของห้างมารุมตีเขา กอล์ฟจึงได้ชักมีดออกมาแล้วแทงสวนไป ก่อนจะหลบหนีโดยการนั่งแท็กซี่กลับมาที่โรงเรียน ภายหลังเมื่อถูกตำรวจจับเขาถึงได้ทราบว่าคู่อริที่เขาแทงสวนออกไปนั้น ถูกตัดเอ็นแขนขาด และถูกแทงตัดขั้วหัวใจเสียชีวิต
“ผมกินเหล้า ติดเหล้า อยากเลิกเหมือนกัน แต่เลิกไม่ได้ หลังเกิดเรื่องพ่อผมที่เคยดื่มจัดตอนนี้ก็เลิกแล้ว ตอนแรกผมนึกว่าเหล้ามันดี กินแล้วมันสุข ไม่ต้องเครียด แต่เอาเข้าจริง สุขที่แท้คืออะไร ...ผมยังไม่เคยเห็น” กอล์ฟกล่าว


