xs
xsm
sm
md
lg

มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย จบปริญญาได้...แค่ปลายนิ้ว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

“ไม่มีใครแก่เกินเรียน” ภาษิตโบราณที่บอกให้รู้ว่าอายุไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ ยิ่งยุคสมัยปัจจุบันโลกวิทยาการก้าวหน้า ปัญหาและอุปสรรคในการศึกษายิ่งลดน้อยลง ห้องเรียนสี่เหลี่ยมเริ่มไม่เป็นข้อจำกัดทางการศึกษาอีกต่อไป


เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้จับมือกับสถาบันพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ในระบบการศึกษาทางไกลผ่าน “มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย” (Thailand Cyber University) และเครือข่ายสารสนเทศ มหาวิทยาลัยไทย (Uninet) ในรูปแบบ e-Learning

ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยรายละเอียดมหาวิทยาลัยในโลกอินเทอร์เน็ตของไทยให้ฟังว่า แนวคิดการจัดทำมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยเกิดจากการพัฒนาด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะ Internet ที่ถูกนำมารับใช้ด้านการศึกษามากขึ้น ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางการศึกษา และเชื่อว่า Internet จะช่วยให้สามารถขยายขอบเขตทางการศึกษาได้กว้างขวางมากขึ้น และการเกิดของมหาวิทยาลัยไซเบอร์คือการนำเอาระบบ e-learning มาปรับใช้กับการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้ได้เต็มประสิทธิภาพ

สำหรับมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยที่ได้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาช่วยเบิกทางนั้นจะเริ่มเปิด 2 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ และหลักสูตรเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเภสัชศาสตร์สังคมและบริการ ซึ่งจะเป็นหลักสูตรปริญญาโทนานาชาติ

“การเปิดมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทยนั้น สกอ.จะทำเว็บไซต์ซึ่งมีเนื้อที่ขนาดใหญ่ให้เป็นที่รวบรวมหลักสูตร เนื้อหาวิชา ตลอดจนงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยต่างๆ มี เพื่อให้นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน นักศึกษาทั่วไป ตลอดจนผู้ที่สนใจเข้ามาใช้บริการ เป็นการศึกษาทางไกลด้วยตนเอง ซึ่งในแต่ละมหาวิทยาลัยต่างมีศักยภาพและความโดดเด่นแตกต่างกัน การรวบรวมเนื้อหาวิชาของแต่ละมหาวิทยาลัยไว้บนเว็บไซต์ จึงเป็นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถาบันอุดมศึกษาในภาพรวม” เลขาธิการ กกอ.กล่าว

ภายในหน้าเว็บเพจของมหาวิทยาลัยไซเบอร์ http : www.thailis.or.th นอกจากจะบรรจุเนื้อหาหลักสูตรที่เปิดสอนของแต่ละมหาวิทยาลัยแล้ว สกอ.ยังต้องการให้มหาวิทยาลัยไซเบอร์เป็นแหล่งห้องสมุดออนไลน์ (e-Library) เพื่อใช้ค้นคว้าสนับสนุนการเรียนการสอน การทำวิจัย ทั้งนิสิต นักศึกษา อาจารย์และประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถสืบค้นข้อมูลออนไลน์ในต่างประเทศได้ด้วย โดยจะมีข้อมูลจากบทความวารสารมากกว่า 4 ล้านรายการ และวารสารอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 1,700 ชื่อ ครอบคลุมตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งรวบรวมรายการบรรณานุกรมของแต่ละมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน นำไปสู่การยืมระหว่างห้องสมุด ซึ่งห้องสมุดออนไลน์จะเปิดให้ใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

“ไม่เพียงเท่านั้น เราต้องการให้มหาวิทยาลัยไซเบอร์เป็นชุมชนสำหรับนักศึกษา โดยจะมีเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างผู้เรียนทั้งแบบพร้อมกันในเวลาเดียว และแบบคนละเวลา ซึ่งจะมีการกระจายเสียงวิทยุทางไกลและบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการส่งข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้เรียนมีความรู้สึกและรับรู้การมีอยู่ของชุมชนในมหาวิทยาลัย เสมือนได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยรูปแบบปกติ ขณะที่อาจารย์ผู้สอนก็สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ระหว่างกลุ่มอาจารย์เพื่อสร้างบทเรียนออนไลน์ โดยไม่ต้องเดินทางและจะมีระบบการให้ประกาศเกียรติคุณ ทุนการพัฒนาสื่อการเรียน แก่อาจารย์ผู้สร้างสื่อการเรียนการสอนที่มีคุณภาพด้วย”

สำหรับห้องเรียนออนไลน์ในหน้าเว็บเพจนั้น นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาและหลักสูตรต่างๆ ได้ในทุกที่ทุกเวลา โดยสามารถควบคุมและทบทวนบทเรียนได้ด้วยตนเองกี่ครั้งก็ได้ และหลังการทบทวนบทเรียนผู้เรียนยังสามารถวัดความรู้ ความเข้าใจหลังการเรียนจากแบบทดสอบที่มีอยู่ในหน้าเว็บเพจ หรือหากไม่เข้าใจก็สามารถขอคำปรึกษากับผู้สอนได้โดยตรง เช่นเดียวกับการส่งการบ้านก็สามารถส่งผ่านทางเครือข่ายออนไลน์ได้เลย

ส่วนผู้สอนนั้นก็สามารถใช้ประโยชน์จากมหาวิทยาลัยในอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มที่ ทั้งการสร้างบทเรียนใหม่ ร่วมสอนกับผู้สอนคนอื่นๆ หรือนำเสนอเนื้อหาบทเรียนที่เป็นทั้งเอกสาร ภาพเคลื่อนไหว ตลอดจนวีดีทัศน์ได้ทั้งหมด ที่สำคัญผู้สอนยังสามารถทำความรู้จักนักศึกษาจากข้อมูลภายในหน้ามหาวิทยาลัยไซเบอร์ หรือสอนและให้คำปรึกษาผ่านระบบ chat room หรือ Webboard ก็ได้

ผศ.สุพรรณี สมบุญธรรม ผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย เปิดเผยถึงวิธีการวัดผลว่า สามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยอาจจะให้นักศึกษาเดินทางเข้ามาสอบที่มหาวิทยาลัย หรือส่งข้อสอบผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ในวันเวลาที่จะสอบโดยมีผู้คุมสอบดูแลใกล้ชิดก็ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยจะเลือกใช้วิธีการวัดผลแบบใด

สกอ.วางเป้าหมายไว้ว่าในอนาคตมหาวิทยาลัยไทยทั้งหมดจะร่วมเป็นเครือข่ายมหาวิทยาลัยไซเบอร์ โดยภายในปีนี้คาดว่าจะมีสถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 6-7 สถาบัน และเปิดหลักสูตรให้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนได้หลากหลายหลักสูตรด้วยกัน ซึ่งจะเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับผู้ใฝ่เรียนรู้ทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาเรียนถึงที่ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายไปในตัว