มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มอบปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปี 2534 ให้ "ออง ซาน ซู จี" ผ่านผู้แทนฯ หลังสภามหาวิทยาลัยอนุมัติตั้งแต่ปี 34 พร้อมชื่นชม “ออง ซาน ซู จี” เป็นแบบอย่างที่ดีในการมุ่งมั่นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนให้แก่ชาวพม่าโดยสันติวิธี
ผู้สื่อข่าวรายงานจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าเมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (19 มิ.ย.) นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานส่งมอบปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปี 2534 ของนางออง ซาน ซู จี ให้กับผู้แทน คือ นางดอว์ ซาน ซาน เลขานุการสหภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งพม่า โดยนางดอว์ ซาน ซาน กล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และขอให้ประชาชนชาวพม่าอย่าท้อแท้ เพราะการดำเนินการของนางซู จี เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความหวังในเรื่องประชาธิปไตยในพม่า และขอให้ประชาคมโลกสนับสนุนกระบวนการที่จะทำให้เกิดประชาธิปไตยในพม่า
นายสุรพลกล่าวว่า สำหรับปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ของนางออง ซาน ซู จี ทางสภามหาวิทยาลัยฯ มีมติไว้ตั้งแต่ปี 2534 ในฐานะที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการมุ่งมั่นและมีจิตใจที่ยึดแนวทางการต่อสู้และสันติวิธี เพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนให้แก่ชาวพม่า การเรียกร้องเพื่อเกียรติ ศักดิ์ศรี และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติอย่างมีศักดิ์ศรี อย่างผู้มีสิทธิที่จะกำหนดการปกครองของตนเองตามเจตนารมณ์ของปวงชน อันส่งผลให้ได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัล นับเป็นการประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ของแบบอย่างแห่งการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงบ่ายมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดงาน "60 ปี ออง ซาน ซู จี : การต่อสู้ของผู้หญิงแห่งลุ่มน้ำอิระวดี-สาละวิน" เนื่องในวาระครบรอบวันเกิด 60 ปี ของออง ซาน ซู จี โดยผู้แทนของนางซู จี กล่าวขอบคุณสำหรับการมอบปริญญาดังกล่าว โดยเนื้อหาของการกล่าวขอบคุณบางส่วนระบุว่า ขอบคุณแทนนางออง ซาน ซู จี ซึ่งหากนางอยู่ในที่นี้เธอจะกล่าวขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนกับการต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย เกียรติยศที่ได้นี้ไม่ใช่เป็นของเธอคนเดียว แต่เป็นของประชาชนพม่าทั้งหมด ปริญญาฯ ดังกล่าวถือว่าเป็นสารแห่งความหวังจากประชาชนไทยถึงประชาชนพม่า และเกียรติยศนี้รวมถึงประชาชนทั่วโลกที่สนับสนุนการต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตยในพม่า รวมทั้งได้รับรู้ว่าประเทศเพื่อนบ้านสนับสนุนเราอยู่
ในเนื้อหาการกล่าวขอบคุณของผู้แทนซู จี ระบุด้วยว่า สิ่งที่แน่ใจคือเธอไม่รู้สึกเสียใจกับอิสรภาพการสูญเสีย เธออุทิศดวงใจให้กับประชาชนพม่าที่กำลังทุกข์ทนอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร เธอเข้าใจต่อผู้ที่ลี้ภัยออกนอกประเทศว่าเป็นไปด้วยความกลัว การถูกจองจำ เพราะคนเหล่านั้นกลัวการถูกจองจำ เธอห่วงใยประชาชนผู้ยากไร้ที่พลัดถิ่นมาอาศัยอยู่ในประเทศไทย อินเดีย และบังกลาเทศ เพราะคนเหล่านี้กลัวการถูกฆ่า ข่มขืน และการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยทหารของรัฐบาล
“การที่สมาคมอาเซียนรับพม่าเข้าเป็นสมาชิกด้วยความหวังที่จะเห็นความสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์จากฝ่ายรัฐบาลที่เรียกตัวเองว่า คณะกรรมการสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (เอสพีดีซี) แต่สัญญาที่สภาแห่งนี้ประกาศไว้คือความว่างเปล่าและไร้ค่า ดังนั้นจึงถึงเวลาที่จะต้องทบทวนการพิจารณาสมาชิกทั้งหมดของสมาคมอาเซียน แม้สภาสันติภาพและการพัฒนาฯ ยินดีที่จะให้มีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์กับฝ่ายขบวนการประชาธิปไตย” ผู้แทนซู จี ระบุ


