xs
xsm
sm
md
lg

พบปลาค้างคาวพันธุ์ใหม่ 8 ชนิดจากป่าต้นน้ำภาคเหนือ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


พบปลาค้างคาวพันธุ์ใหม่ 8 ชนิดจากป่าต้นน้ำภาคเหนือ พร้อมตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่นักอนุรักษ์ อาทิ สืบ นาคะเสถียร ดร.สุรพล สุดารา ฯ ระบุมีปลาอีกหลายชนิดยังไม่เคยเห็น

ในการประชุมนานาชาติว่าด้วยเรื่องปลาแห่งภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ครั้งที่ 7 (Indo-Pacific Fish Conferences) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงไทเปของไต้หวัน ระหว่างวันที่ 16-20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ดร.ชวลิต วิทยานนท์ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ทางทะเลและน้ำจืดของ WWF (WOLRD WILDLIFE FUND) ประเทศไทย ได้เปิดเผยผลงานการค้นพบปลาค้างคาว 8 ชนิดใหม่ ซึ่งเป็นผลจากงานวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพของปลาไทย

ทั้งนี้ ในเวทีประชุมดังกล่าวมีผู้แทน 540 คนเข้าร่วมจาก 37 ประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยดร.ชวลิต วิทยานนท์ เป็นผู้แทนหนึ่งในสามคนจากประเทศไทย

สำหรับการค้นพบในครั้งนี้ เป็นผลจากการทำงานวิจัยร่วมกับกรมประมงของไทย ดร.อึ๊ง ฮก ฮี จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน วิทยาเขตแอนน์อาร์เบอร์ และอาจารย์ภาสกร แสนจันแดง จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ในการสำรวจปลาค้างคาว (hillstream catfish) สกุล Oreoglanis ซึ่งมีลักษณะหัวและลำตัวแบน และมีปากแบบดูดเกาะ มักอาศัยอยู่ในต้นน้ำลำธารที่ไหลเชี่ยว มีขนาดใหญ่สุดยาวประมาณ 13 เซนติเมตร ที่ผ่านมามีเพียงปลาค้างคาวชนิด Oreoglanis siamensis ชนิดเดียวจากดอยอินทนนท์ ที่เคยมีรายงานจากประเทศไทย และเป็นสัตว์น้ำคุ้มครอง

สำหรับปลาค้างคาว 8 ชนิดที่เพิ่งค้นพบนี้ ได้มาจากพื้นที่ 8 แห่งในเขตต้นน้ำลำธารทางภาคเหนือของประเทศไทย ระหว่างการทำงานวิจัยในช่วงเวลาเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ในด้านความหลากชนิดของปลาในพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งคณะทำงานพบว่ามีปลามากกว่า 150 ชนิด มีหลายชนิดที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน และหลายชนิดเป็นปลาที่พบเฉพาะถิ่น รวมถึงปลาค้างคาวพันธุ์ใหม่ทั้ง 8 ชนิดนี้ ซึ่งคณะผู้วิจัยทั้ง 3 ได้นำไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับตัวอย่างในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ

ส่วนการตั้งชื่อปลาค้างคาวพันธุ์ใหม่เหล่านี้ ได้ตั้งชื่อตามบุคคลสำคัญในวงการอนุรักษ์ของไทย ได้แก่ สืบ นาคะเสถียร ดร.สุรพล สุดารา และ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ขณะที่อีก 2 ชนิดใหม่ ตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (Biodiversity Research and Training Program – BRT) และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ หรือที่เรียกว่า BIOTEC (National Center for Genetic and Biotechnology) ที่มีส่วนสนับสนุนงานวิจัยนี้ และมีบางชนิดตั้งชื่อตามลักษณะและแหล่งที่พบปลา

ในปลา 8 ชนิดนี้ มี 2 ชนิดพบในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว ในลุ่มน้ำปิงตอนบน จังหวัดเชียงใหม่ อีก 3 ชนิด พบในลุ่มน้ำน่านตอนบน ขณะที่อีก 2 ชนิดพบจากต้นน้ำในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำสาละวิน ส่วนชนิดสุดท้ายมีถิ่นอาศัยบนดอยตุง ในลุ่มแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย

ปลาค้างคาวนี้นับเป็นดัชนีบ่งชี้คุณภาพของแหล่งน้ำชั้นเยี่ยม เนื่องจากมันเป็นปลาที่มีความอ่อนไหวมากต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพน้ำ ทั้งยังต้องอาศัยอยู่ในน้ำที่อุณหภูมิต่ำเย็นในป่าต้นน้ำเท่านั้น ข้อมูลทางวิชาการฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับปลา 8 ชนิดใหม่นี้จะมีการตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

การค้นพบครั้งนี้สะท้อนให้เห็นความหลากหลายของชนิดพันธุ์สัตว์ในป่าเขตร้อนของประเทศไทย ซึ่งอยู่ในภูมินิเวศน้ำจืดในลุ่มแม่น้ำโขง และป่าแถบคะยา-คาเรน รวมถึงภูมินิเวศทะเลอันดามัน ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเขตความหลากหลายทางชีวภาพสำคัญสูงสุดของโลก
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อย่างน้อย 2 แห่งทางภาคเหนือของไทย คือในลุ่มน้ำปิงตอนบน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และแม่น้ำน่าน ที่สามารถนำเสนอให้เป็นเขตความหลากหลายทางชีวภาพของปลาที่สำคัญสูงสุดของโลกได้ เนื่องจากในแต่ละพื้นที่เป็นถิ่นอาศัยของปลาถิ่นเดียวที่มากกว่า 5 ชนิด

ศาสตราจารย์ Kwang-Tsao Shao จากสถาบัน Academia Sinica แห่งไต้หวัน ประธานจัดการประชุมครั้งนี้กล่าวว่า "ปลาก็อยู่ในสัตว์ป่าจำพวกหนึ่งที่ต้องการจัดการที่ดี ทั้งในเรื่องของถิ่นที่อยู่ การอนุรักษ์ชนิด และการใช้ประโยชน์อย่างมีความรับผิดชอบ และในที่สุดเพื่อความยั่งยืนของวิถีชีวิตมนุษยชาติ"