xs
xsm
sm
md
lg

Natural Pathy ดึงพลังธรรมชาติฟื้นสมดุลร่างกาย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

คุยเรื่องคนไทยมาตั้งเยอะ คุยเรื่องคนจีนมาตั้งเยอะ เที่ยวนี้ขอลัดฟ้าพาไปคุยกับ “ฝรั่งตาน้ำข้าว” กับศาสตร์การแพทย์ทางเลือกแขนงหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้สายอื่นเช่นกัน นั่นก็คือ Natural Pathy หรือศาสตร์ว่าด้วยการทำให้ชีวิตมนุษย์กลมกลืนกับธรรมชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “ธรรมชาติบำบัด” โดยมี ดร.โจเซฟ อัลเลน(Joseph Allen) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัดจากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ไขข้อข้องใจให้ฟังกัน 

ดร.โจเซฟบอกว่า ย้อนหลังกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้เริ่มปลุกกระแสธรรมชาติบำบัดขึ้นมาเป็นครั้งแรกๆ แต่ก็มีโรงเรียน วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่สอนเกี่ยวกับเรื่องนี้น้อยมาก คือมีสักประมาณ 2 แห่งเห็นจะได้ แถมหลักสูตรที่เปิดสอนก็ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีกระพร่องกระแพร่งอยู่บ้าง

ดังนั้น เมื่อดร.โจเซฟจบจากไฮสกูล ก็เลยตัดสินใจเบนเข็มชีวิตลัดฟ้าไปเรียนศาสตร์แห่งธรรมชาติบำบัดที่ประเทศเยอรมันเป็นเวลาประมาณ 6 ปี เรียกว่า หลักสูตรใกล้เคียงกับการเรียนแพทย์ในโรงเรียนแพทย์เลยทีเดียว คือหลังจากจบภาคทฤษฎีแล้วก็ต้องไปฝึกปฏิบัติจริง

ทีนี้ ก็มาตัวตนของ Natural Pathy กันบ้างว่ามันคืออะไร มีความวิเศษพิสดารที่ตรงไหน

ใครที่ไม่เคยสัมผัส เมื่อแรกเห็นหรือเห็นอย่างผิวเผิน ก็คงจะคิดไปว่า กำลังทำอะไรกันอยู่ ทำท่าเหมือนกับจะช็อตไฟฟ้ารักษาผู้ป่วยอะไรอย่างนั้น แต่ความจริงแล้ว ถูกเพียงครึ่งเดียว Natural Pathy เป็นศาสตร์ที่ดัดแปลงสภาพและประยุกต์ศาสตร์การแพทย์ทั้งแผนตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน

คือด้วยความที่เยอรมันเก่งในเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็สนใจแพทย์แผนตะวันออกด้วย โดยเฉพาะการฝังเข็ม ก็เลยมานั่งคิดค้นว่า ถ้าไม่ใช่เข็มแล้วหาวัสดุอย่างหนึ่งแทนได้ไหม ในที่สุดก็สรุปว่า จะใช้ “ประจุไฟฟ้า” เป็นตัวกระตุ้น “พลังสนามแม่เหล็ก” ในร่างกาย

ดร.โจเซฟอธิบายว่า ระบบของ Natural Pathy มีความยากอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ เราจะต้องรู้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ รู้อย่างที่นักเรียนแพทย์เขาเรียนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกายวิภาคศาสตร์ สรีระวิทยา ชีวเคมี เนื้อเยื้อ ตลอดรวมไปถึงกลไกการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในร่างกาย

เรื่องที่สอง เราต้องรู้ถึงแนวคิดของศาสตร์การแพทย์แผนตะวันออกในลักษณะขององค์รวม โดยจะมุ่งไปที่เรื่องของจิตและระบบพลังงานในร่างกายเป็นสำคัญ
จากนั้น เชื่อมโยงทั้ง 2 ภาคเข้าหากัน ด้วยเหตุนี้ หมอแนวธรรมชาติบำบัดก็จะเข้าในความเป็น “มนุษย์” ได้ดีมาก และขณะนี้ในต่างประเทศกำลังนิยมศาสตร์การแพทย์แขนงนี้กันค่อนข้างมาก

“สิ่งที่สำคัญกว่าการรักษาก็คือ การดูแลสุขภาพหรือการดูตัวเองหลังรักษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะคนไข้จะต้องรู้ว่า เมื่อกลับไปแล้วจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร ต้องปรับสภาพการกินการอยู่ วิถีชีวิต วิธีคิดอย่างไรถึงจะไม่ต้องเผชิญกับโรคภัยไข้เจ็บอีก”

ดร.โจเซฟให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องของหลักสูตรว่า หมอที่ศึกษาทางด้านธรรมชาติบำบัดจะรู้ทุกๆ ศาสตร์ที่เป็นการแพทย์ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจุดต่างๆ ในร่างกาย เรื่องของการจัดกระดูก การใช้สมุนไพร เรื่องของอาหารปลอดสารพิษว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร แต่อาจจะไม่ต้องลึกซึ้งมากมายอะไร

คือเป็นหลักสูตรที่สอนให้นักธรรมชาติบำบัดรู้จักใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในการดูแลสุขภาพได้อย่างเป็นระบบวิทยาศาสตร์พอสมควร

สำหรับเรื่องค่าเล่าเรียนนั้น ฟังแล้วก็ “ใจชื้น” ทีเดียว คือปกติเวลาเรียนแพทย์ทั่วๆ ไป ก็จะใช้งบประมาณในการผลิตบุคลากรประมาณสัก 1 แสนเหรียญสหรัฐหรือราว 5 ล้านบาทไทย แต่ถ้าเป็นดร.ทางด้าน Natural Pathy ก็จะเหลือเพียงแค่ 1 ใน 4 ของการเรียนแพทย์ปกติ คือสักประมาณ 200,000 บาทเห็นจะได้

ดร.โจเซฟบอกด้วยว่า จากการที่ได้ทำวิจัยสุขภาพของคนในสมัยนี้ ทำให้พบว่า ระยะหลังๆ มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมเยอะมาก โดยเฉพาะพิษจากโลหะหนักทั้งหลาย ทั้งการหายใจเอาอากาศสกปรกเข้าไปในร่างกาย น้ำที่มีปัญหาเพระาวัสดุที่ใช้ทำท่อประปามีคุณภาพไม่ดี ทำให้เกิดโรคประหลาดเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง ภูมิแพ้

จากนั้น ดร.โจเซฟก็ทิ้งท้ายเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า สำหรับในเมืองไทยนั้น จุดเด่นและจุดขายที่สำคัญคือเรื่องของสมุนไพร เพียงแต่ว่าขาดการศึกษาเพื่อที่จะนำมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบเท่านั้น เรียกว่าต่างคนต่างศึกษา ว่ากันไปคนละทิศละทาง ซึ่งจุดที่น่าจะเน้นพัฒนาให้มากก็คือการใช้สมุนไพรอบไอน้ำเพื่อล้างพิษที่สะสมในร่างกาย