xs
xsm
sm
md
lg

พิสูจน์ "น้ำมนต์ไฮเทค" พลังน้ำบำบัดโรคได้จริงหรือ?

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

น้ำถือเป็นองค์ประกอบสำคัญเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ชีวิตไม่สามารถขาดได้ ในวงการแพทย์เชื่อว่า น้ำมีพลังในการบำบัดรักษา นอกเหนือจากวารีบำบัดที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว การดื่มน้ำที่สะอาดมีคุณภาพก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำให้มีสุขภาพดี

ที่น่าสนใจก็คือ ผลของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการค้นพบใหม่ๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์พบว่า การดึงพลังของน้ำมาใช้ประโยชน์โดยปรับโมเลกุลของน้ำด้วยคลื่นความถี่ต่ำ สามารถบำบัดรักษาโรคได้ อาทิ สะเก็ดเงิน เอดส์ มะเร็งและโรคที่เกี่ยวโยงกับระบบน้ำและเนื้อเยื่อในร่างกาย

ท้าพิสูจน์พลังน้ำเอ็มเร็ต
รศ.ดร.พิชัย โตวิวิชญ์ อดีตหัวหน้าภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลในเวทีสัมมนาเรื่อง "พลังวิเศษแห่งน้ำในยุคนาโนเทคโนโลยี" ว่า ในปัจจุบันผู้คนรับสารพิษเข้าสู่ร่างกายทุกๆ วัน ซึ่งเมื่อร่างกายขาดสมดุลมีกรดสูงเกินไปก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อและเจ็บป่วยได้ง่าย หรือถ้าร่างกายมีความเป็นด่างมากเกินไปก็จะทำให้เกิดเป็นโรคไขข้อเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว

สำหรับการรักษาหรือป้องกันหรือทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลนั้น ได้มีการพิสูจน์แล้วว่า การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดคือไม่ใช้สารเคมี เป็นการรักษาแบบองค์รวมที่ได้ผลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่า การบำบัดโรคด้วยน้ำเป็นวิธีการรักษาสมดุลในร่างกายให้มีความสามารถในการต้านทานโรคและรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ดีที่สุดอีกด้วย

"น้ำดื่มทั่วไป เป็นน้ำธรรมดาไม่มีพลานุภาพ หรือพลังวิเศษ เพราะโมเลกุลของน้ำถูกผูกพันเชื่อมโยงกันด้วยพันธะไฮโดรเจน เป็นลูกโซ่ ที่สำคัญคือโมเลกุลจะคอยดึงซึ่งกันและกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยพันธะไฮโดรเจน ซึ่งเป็นอุปสรรคที่ทำให้น้ำขาดพลัง จึงมีโจทย์ขึ้นมาว่า ทำอย่างไรให้น้ำมีพลังมากขึ้น"

"การทำให้พันธะไฮโดรเจนอ่อนกำลังลงเพื่อการเคลื่อนไหวที่ง่ายขึ้น ต้องทำให้ระยะทางระหว่างไฮโดรเจนอะตอมบนเมโลกุลของน้ำกับออกซิเจน อะตอมของโมเลกุลตัวถัดไปห่างออกไปมากยิ่งขึ้น ซึ่งผู้ค้นพบการดึงพลังวิเศษของน้ำคือ ดร. สมู อินอพ นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียซึ่งใช้เวลากว่า 10 ปี ทำการวิจัยโดยละเอียดจนประสบความสำเร็จสามารถสร้างน้ำที่มีประสิทธิภาพโดยใช้ชื่อกระบวนการว่า MRET - Molecular Resonance Effect Technology ซึ่งไม่ใส่สารเคมีใดๆ และมีความปลอดภัยทางชีวภาพ ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวได้ถูกทดสอบด้วยกระบวนการเคมีชีวภาพ ฟิสิกส์ชีวภาพ พลังงาน โครงสร้างทางชีวภาพ โปรแกรมคลื่นความถี่"

รศ.ดร.พิชัย ยังบอกอีกว่า เคล็ดลับน้ำบำบัดโรคมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างและโมเลกุลของน้ำ ซึ่งในน้ำปกติ วิธีการทำน้ำวิเศษมีอยู่หลากหลายวิธี ทั้งนี้ กระบวรการของดร.อินอพยังสัมพันธ์กับการใช้พลังจิตตานุภาพโดยการสวดมนต์ลงในน้ำแล้วดื่มกินเหมือนน้ำมนต์อีกด้วย

ด้าน น.พ. พีรยศ ตรงสวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการกองผู้ป่วยโรคเอดส์ กทม. เล่าถึงประสบการณ์ในการใช้พลังวิเศษของน้ำบำบัดขจัดโรคภัยของผู้ป่วยหลายรายว่า ก่อนอื่นต้องบอกว่า โดยส่วนตัวไม่ได้มีผลประโยชน์ทางธุรกิจ ที่ออกมาสนับสนุนเพราะเห็นว่ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยและเมื่อได้นำไปใช้ปรากฏว่าได้ผล โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินจะเห็นได้อย่างชัดเจน

คุณสมบัติพิเศษของน้ำเอ็มเร็ต(MRET )คือ ช่วยส่งเสริมให้เซลล์มีน้ำอย่างเพียงพอ ส่งเสริมการลำเลียงสารอาหารในร่างกาย ช่วยในการล้างสารพิษในร่างกาย โดยเฉพาะการต่อต้านอนุมูลอิสระภายในเซลล์ การปรับค่า PH ของร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติ เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค เป็นต้น

"ผมเคยนำน้ำที่ผ่านเครื่องเอ็มเร็ตปลูกพืช ปรากฏว่าพืชเจริญเติบโตได้ดีกว่าน้ำธรรมดามาก รวมถึงทดลองในสัตว์ที่ไม่สบายโดยการให้น้ำดื่มอาการจึงค่อยๆ ดีขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นผมยังได้แนะนำให้ผู้ป่วยเอดส์ดื่มน้ำซึ่งให้ผลที่ดีมาก เพราะผู้ป่วยเอดส์มีซีดีโฟร์ไม่ลดต่ำลงแต่ขาดความต่อเนื่องทำให้ไม่เห็นผลที่ชัดเจน แต่ในส่วนผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินนั้น มีผู้ป่วยที่รับน้ำไปดื่มเพียงวันละ 1.5 ลิตร 4 วัน อาการก็ทุเลาอย่างไม่น่าเชื่อ"

น.พ.พีรยศ ยังบอกอีกว่า กรณีศึกษาของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งในต่างประเทศจำนวน 8 ราย พบว่าช่วยในการยับยั้งมะเร็งได้ อย่างตัวเองและครอบครัวก็ดื่มน้ำเอ็มเร็ตทุกวันรู้สึกว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่าสดชื่น แข็งแรง เป็นหนุ่มขึ้นแต่ต้องบอกก่อนว่าพลังน้ำนี้ไม่ยืนยันว่ารักษาโรคหาย แต่จะเป็นในลักษณะบำบัดให้ทุเลาซึ่งแต่ละโรคจะต้องวิเคราะห์หาสาเหตุไม่ใช่รักษาโรคได้ทุกโรค

ส่วน น.ส.ศวัสธร ทองสุก ผู้จัดการบริษัทเฮลรีเลชั่นตัวแทนจำหน่ายเอ็มเร็ต เครื่องปรับโครงสร้างโมเลกุลของน้ำ เสริมว่า เครื่องเอ็มเล็ตถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการปรับโมเลกุลของน้ำโดยใช้คลื่นความถี่ต่ำเป็นเทคโนโลยีที่สถาบันที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศให้การยอมรับ

สำหรับประเทศไทยเพิ่งจะมีการนำเข้าเมื่อต้นปี 2547 ปัจจุบันได้นำเครื่องดังกล่าวทดลองติดตั้งที่สถาบันมะเร็งและโรงพยาบาลหลายแห่ง โดยขอความร่วมมือในการศึกษาร่วมกัน เพื่อนำมาเป็นเครื่องรับประกันความมหัศจรรย์ของอุปกรณ์ตัวนี้
น.ส.ศวัสธร บอกอีกว่า เครื่องปรับโมเลกุลน้ำเอ็มเร็ตมีราคา 49,000 บาทต่อเครื่องมีอายุการใช้งาน 2 ปี มีอุปกรณ์กรองน้ำซึ่งจะต้องเปลี่ยนเมื่อหมดอายุการใช้งาน แต่หากใช้น้ำดื่มที่มีคุณภาพสะอาดอยู่แล้วสามารถนำมาฉายคลื่นความถี่ได้โดยที่สามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องกรอง

ทั้งนี้ ในปีหน้าบริษัทมีโครงการบรรจุน้ำดื่มใส่ขวดขายแน่นอน แต่จะต้องได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างไรก็ตาม การขายเครื่องมือหรือน้ำไม่ได้เน้นที่จะขายให้ผู้ป่วย ซึ่งในช่วงนี้ถือเป็นช่วงของการทดลอง ผู้ที่สนใจเมื่อซื้อไปแล้วใช้ไม่ได้ผลสามารถนำมาคืนได้

เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ขณะที่ทางด้านของผู้เข้าร่วมเสวนาก็มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องพลังแห่งน้ำ รวมทั้งเครื่องปรับโมเลกุลน้ำเอ็มเร็ตที่แตกต่างกันออกไป

นายวีระพงศ์ พัฒนสุวรรณ พนักงานบริษัท กล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้าร่วมฟังการสัมมนาพลังวิเศษจากน้ำ ทำให้รู้ถึงประโยชน์ต่างๆ ในการที่ใช้น้ำมาบำบัดรักษาโรค หรือดื่มกินเพื่อสุขภาพ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ไม่ต้องพึ่งยาหรือหาหมอ

แต่ความคิดส่วนตัวแล้ว การใช้น้ำมาบำบัดต้องขึ้นอยู่กับคนที่เคยได้ลองถึงจะรู้ว่าได้ผลมากน้อยแค่ไหน โดยประสบการณ์ยังไม่เคยใช้แต่จะใช้พลังจิตกับตัวเองในการสวดมนต์ นั่งสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบมีสมาธิในการทำงาน พลังวิเศษจากน้ำจึงเป็นสิ่งแปลกใหม่อีกอย่างที่น่าพิสูจน์

ด้าน น.ส. อารีย์ ก๋งฉิน ผู้เข้าร่วมฟังสัมมนาอีกคนหนึ่งบอกว่า เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะมีการนำแนวคิดทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์ อธิบาย แต่สำหรับกรณีศึกษาของผู้ป่วยที่ทดลองใช้น้ำบำบัดยังน้อยมาก ซึ่งจริงๆ ต้องเยอะกว่านี้จึงจะทำให้ผลทางวิทยาศาสตร์น่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม การรักษาแบบนี้คิดว่าไม่น่าจะเสียหายอะไรในกรณีที่คนที่ลองวิธีการรักษาอาการของโรคมาหลายวิธีแล้วก็ยังไม่หาย ค่าเครื่องตัวนี้ 49,000 บาท ไม่ใช่อุปสรรค หากผลออกมาคุ้มค่า
กำลังโหลดความคิดเห็น