‘เฉลิมพงศ์’ ดักทาง ‘รัฐบาล’ ปราบกลุ่มผู้มีอิทธิพลหาดฟรีดอมต้องทำจริง อย่าทำแบบลูบหน้าปะจมูก ถาม จะขยายผลถึงคนเบื้องหลังด้วยหรือไม่-ป้องกันไม่ให้กลุ่มใหม่กลับเข้ามาได้อย่างไร-ทวงคืนแล้ว ปชช.สามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างเสรีหรือไม่
เมื่อวันที่ (8 พฤศจิกายน) นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีสั่งการให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามการปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลและทวงคืนพื้นที่หาดฟรีดอมกว่า 70 ไร่ มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท ว่า ยืนยันว่าตนสนับสนุนทุกมาตรการที่ทำให้ทรัพยากรของแผ่นดินกลับคืนมาเป็นของประชาชน แต่ขอให้รัฐบาลทำจริง ทำให้สุด และอย่าทำแบบลูบหน้าปะจมูก ซึ่งตนรอมากว่า 5 เดือน แต่เข้าใจได้ว่าอยู่ในห้วงเวลาของกรอบกฏหมาย รัฐบาลต้องปราบปรามผู้มีอิทธิพลให้ถึงราก ไม่ใช่จบแค่ข่าวจับกุม ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า เรื่องหาดฟรีดอมไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเกิดขึ้นในวันที่รัฐบาลออกข่าว ซึ่งตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตนได้ร่วมลงพื้นที่กับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่หาดฟรีดอม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการยึดครองพื้นที่ การข่มขู่ และพฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอิทธิพล และที่ผ่านมาตนก็ยังคงติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น วันนี้เมื่อรัฐบาลประกาศว่าจะกวาดล้างผู้มีอิทธิพล ตนจึงมีคำถามสำคัญว่า 1.รัฐบาลจะจัดการเฉพาะผู้ที่ถูกจับกุม หรือจะขยายผลไปถึงเครือข่ายทั้งหมดใครเป็นผู้สนับสนุน ใครอยู่เบื้องหลัง ใครได้รับผลประโยชน์จากการนำที่ดินของรัฐไปแสวงหาประโยชน์ และมีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุด
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวอีกว่า 2.การทวงคืนพื้นที่ครั้งนี้จะป้องกันไม่ให้กลุ่มอิทธิพลรายใหม่เข้ามายึดครองซ้ำได้อย่างไร ซึ่งตนไม่ต้องการเห็นภาพเจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าจับกุม รัฐบาลแถลงข่าวใหญ่โต แต่เมื่อกระแสข่าวเงียบลง กลับมีกลุ่มบุคคลชุดใหม่เข้ามาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากพื้นที่เดิม เพราะหากเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ใช่การปราบปรามผู้มีอิทธิพล แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนมือผู้แสวงหาผลประโยชน์เท่านั้น
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า 3.รัฐบาลจะตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบอย่างไร ปัญหาการบุกรุกป่าสงวนไม่ได้มีเพียงมิติของผู้เข้าไปครอบครองพื้นที่ แต่ยังต้องตรวจสอบกระบวนการที่ทำให้การบุกรุกเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้เป็นเวลานาน กรณีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบที่ตนเคยนำเข้าสู่การตรวจสอบ ก็เป็นตัวอย่างที่รัฐบาลควรเปิดเผยความคืบหน้าของกระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจน
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวด้วยว่า 4.เมื่อทวงคืนพื้นที่ได้แล้ว ประชาชนจะเข้าถึงหาดฟรีดอมได้อย่างเสรีและเท่าเทียมจริงหรือไม่ ซึ่งจะต้องไม่มีการเรียกเก็บเงินโดยมิชอบ ไม่มีการข่มขู่ประชาชน ไม่มีการกีดกันทางเข้าออก และต้องมีระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส โดยคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันไป
”ผมอยากฝากถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า การปราบผู้มีอิทธิพลไม่ได้วัดกันที่จำนวนครั้งของการลงพื้นที่ ไม่ได้วัดกันที่จำนวนข่าวที่รัฐบาลแถลง แต่วัดกันที่ว่าหลังจากเจ้าหน้าที่กลับไปแล้ว ประชาชนยังสามารถใช้สิทธิในพื้นที่สาธารณะได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ ย้ำว่าผมไม่ขัดขวางรัฐบาลในการทำสิ่งที่ถูกต้อง และพร้อมสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่ในฐานะ สส.ฝ่ายค้าน ผมมีหน้าที่ตรวจสอบว่ารัฐบาลจะทำได้ตามที่ประกาศไว้หรือไม่“ นายเฉลิมพงศ์ กล่าว
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ตนอยากตั้งคำถามต่อรัฐบาลคือ ปัญหาสถานะที่ดินบริเวณหาดฟรีดอม ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ป่าไม้ แต่เหตุใดพื้นที่บางส่วนจึงยังอยู่ภายใต้การจัดการของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งตนมีเอกสารราชการของ ส.ป.ก. อยู่ในมือฉบับหนึ่งพบว่า มีพื้นที่บริเวณหาดฟรีดอมที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรอย่างน้อย 2 แปลง เนื้อที่ประมาณ 43–45 ไร่ และ 30–36 ไร่ โดยเอกสารระบุถึงการตรวจสอบและเพิกถอนพื้นที่บางส่วนออกจากโครงการปฏิรูปที่ดิน เนื่องจากมีพื้นที่อยู่นอกเขตโครงการ
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ตนจึงมีคำถามว่า ในเมื่อพื้นที่บริเวณนี้เดิมเป็นพื้นที่ป่าไม้ และมีการตรวจสอบพบพื้นที่ที่ไม่สมควรนำไปปฏิรูปที่ดินแล้ว เหตุใดจนถึงวันนี้จึงยังไม่มีความชัดเจนว่าพื้นที่ส่วนใดต้องส่งคืนกรมป่าไม้ และพื้นที่ส่วนใดยังคงอยู่ในความรับผิดชอบของ ส.ป.ก. ที่สำคัญ รัฐบาลต้องตรวจสอบด้วยว่า ที่ดินซึ่งได้รับอนุญาตให้ใช้เพื่อการเกษตรนั้น มีการใช้ประโยชน์ตรงตามวัตถุประสงค์จริงหรือไม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และธุรกิจท่องเที่ยวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวอีกว่า เพราะเจตนารมณ์ของการปฏิรูปที่ดินคือการจัดที่ดินให้เกษตรกรทำกิน ไม่ใช่การเปิดช่องให้ที่ดินของรัฐซึ่งอยู่ติดชายหาดที่มีมูลค่ามหาศาล กลายเป็นช่องทางแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลใด จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบและเปิดเผยสถานะที่ดินทั้งหมดอย่างโปร่งใส ทั้งพื้นที่ป่าสงวน พื้นที่ ส.ป.ก. พื้นที่ที่ถูกเพิกถอนจากโครงการปฏิรูปที่ดิน และพื้นที่ที่ต้องส่งคืนกรมป่าไม้ พร้อมชี้แจงว่าหน่วยงานใดรับผิดชอบ และมีการดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว
”อย่าให้การทวงคืนหาดฟรีดอมจบลงเพียงการจับกุมผู้มีอิทธิพล แต่ต้องทวงคืนความถูกต้องของระบบการจัดการที่ดินของรัฐด้วย เพราะหากรัฐบาลจัดการเฉพาะคนที่บุกรุก แต่ไม่แก้ไขปัญหาสถานะที่ดินและช่องโหว่ในการบริหารจัดการ ก็อาจเกิดการแสวงหาประโยชน์ซ้ำในพื้นที่เดิมอีก ผมอยากเห็นรัฐบาลทวงคืนหาดฟรีดอมให้ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนมือผู้ที่เข้ามาแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรของแผ่นดิน“ นายเฉลิมพงศ์ กล่าว
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ตนจะติดตามทั้งความคืบหน้าของคดี การตรวจสอบเครือข่ายผู้ได้รับผลประโยชน์ การดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิด และมาตรการป้องกันการบุกรุกซ้ำ อย่าให้การทวงคืนหาดฟรีดอมเป็นเพียงการทวงคืนพื้นที่ในหน้าข่าว แต่ต้องเป็นการทวงคืนสิทธิของประชาชนอย่างถาวร อย่ากวาดล้างของเก่า แล้วปล่อยให้ของใหม่เข้ามาแทน หาดฟรีดอมต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่สมบัติของผู้มีอิทธิพลกลุ่มใด ไม่ว่าเก่าหรือใหม่


