"เจเศรษฐ์" หารือทาซาอุดิอาระเบีย เดินหน้าเตรียมความพร้อมฮัจญ์ 2570 รองรับผู้แสวงบุญชาวไทยที่เพิ่มขึ้นเป็น 8,600 คน ครอบคลุมทั้งที่พัก อาหาร ความปลอดภัย และการดูแลสุขภาพ มุ่งให้พี่น้องชาวไทยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ เมืองเจดดาร์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพาริส เจริญศิลป์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน และคณะ หารือร่วมกับผู้บริหารบริษัท MCDC ของซาอุดีอาระเบีย เพื่อเตรียมความพร้อมการประกอบพิธีฮัจญ์ 2570 ในทุกด้าน โดยรัฐบาลมีความห่วงใยและใส่ใจพี่น้องชาวไทยที่จะเดินทางไปประกอบศาสนกิจ จึงกำชับให้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน ทั้งสถานที่พัก ความปลอดภัย สาธารณูปโภค การบริการ อาหาร การดูแลสุขภาพ และการรองรับเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้แสวงบุญชาวไทยได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ปีนี้จำนวนผู้แสวงบุญชาวไทยเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 7,000 คน เป็น 8,600 คน จึงได้ประสานกับ ทางบริษัท MCDC เพื่อขยายพื้นที่รองรับให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เดินทาง โดยผู้จัดได้เตรียมพื้นที่ไว้แล้ว และจะส่งร่างผังพื้นที่มาให้ฝ่ายไทยตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดพื้นที่มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อการรองรับพี่น้องประชาชน
ขณะเดียวกัน ได้มีการเพิ่มจำนวนห้องน้ำสำหรับผู้แสวงบุญชาวไทยโดยเฉพาะ พร้อมกำชับให้ดูแลความสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง และจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำทางเข้า-ออกพื้นที่ตลอดเวลา เพื่อคัดกรองบุคคลและดูแลความเรียบร้อย โดยผู้จัดยืนยันว่าจะเพิ่มบุคลากรเข้ามาดูแล และให้ ความสำคัญกับผู้แสวงบุญชาวไทยเป็นอันดับแรก
นอกจากการจัดสรรพื้นที่แล้ว นายเจเศรษฐ์ยังได้ลงรายละเอียดถึงความพร้อมด้านสาธารณูปโภคตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง ทั้งระบบไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่พัก รวมถึงให้เตรียมเครื่องสำรองไฟไว้รองรับกรณีเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อให้สามารถดูแลผู้แสวงบุญได้อย่างต่อเนื่อง
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ในการดูแลงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เห็นว่าการเตรียมความพร้อมสำหรับฮัจญ์ต้องคิดล่วงหน้าและครอบคลุมถึงสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะภัยพิบัติ สภาพอากาศที่รุนแรง รวมถึงกรณีเจ็บป่วย จึงต้องมีแผนบริหารจัดการตั้งแต่ต้นทาง เพื่อให้สามารถรับมือและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
“รัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายก มีความห่วงใยและใส่ใจพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาประกอบพิธีฮัจญ์ เราจึงต้องเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยแก้ แต่ต้องคิดล่วงหน้าว่าหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เราจะบริหารจัดการอย่างไร เพื่อให้พี่น้องชาวไทยได้รับความปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด” นายเจเศรษฐ์ กล่าว
ส่วนด้านการบริการอาหาร ได้กำชับให้ผู้จัดดูแลเรื่องคุณภาพและสุขอนามัย สะอาด และถูกหลักอนามัย พร้อมวางแผนระบบขนส่งและกระจายอาหารไว้ล่วงหน้า เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีปัญหาเรื่องความรวดเร็วในการขนส่งอาหาร จึงต้องเตรียมระบบให้สามารถจัดส่งอาหารได้ตรงเวลาและเพียงพอต่อจำนวนผู้แสวงบุญ
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมครั้งนี้ต้องดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ครอบคลุมทั้งที่พัก อาหาร น้ำ ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ความปลอดภัย การเดินทาง การดูแลสุขภาพ และการรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องชาวไทยว่า ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้แสวงบุญเป็นอันดับแรก


