กรณีกรรมาธิการการกฎหมาย มีมติ 7 ต่อ 0 เรียก “อนุทิน”เข้าสภาชี้แจงเรื่องโกงสอบบรรจุ... แต่ “ศุภชัย” จากภูมิใจไทย โวยถูกลักหลับ แถมเตรียมเอาผิด “โรม”
เรื่องนี้ชักจะกลายเป็นหนังคนละม้วนไปซะแล้ว
ก็กรณีที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ไม่สั่งการให้ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมการปกครอง ไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่มี “รังสิมันต์ โรม” เป็นประธาน
ซึ่งกรรมาธิการฯ กำลังตรวจสอบเรื่องทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่น
เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่การที่ “อธิบดีนฤชา” ไม่ไปชี้แจง เพราะกฎหมายอำนาจเรียกของกรรมาธิการ ปี 2568 มาตรา 13 เปิดช่องให้ประธานกรรมาธิการ แจ้งประธานสภา เพื่อให้นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ที่ไม่สั่งการให้เจ้าหน้าที่มาชี้แจง ต้องมาอธิบายเหตุผลต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ด้วยตัวเอง
และเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา กรรมาธิการชุดนี้ ก็มีมติ 7 ต่อ 0 ดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าว
“ปิยรัฐ จงเทพ” หรือ “โตโต้” รองประธานกรรมาธิการฯ ออกมาเปิดเผยว่า “อนุทิน” จะต้องชี้แจงต่อสภา ส่วนอธิบดีกรมการปกครอง ก็ต้องรับผิดชอบต่อการไม่มาชี้แจงตามหนังสือเรียกด้วย
แต่เรื่องกลับไม่จบง่ายๆ
วันที่ 6 พฤศจิกายน “ศุภชัย ใจสมุทร” พร้อมกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย อีก 4 คน ออกมาแถลงคัดค้านมติ 7 ต่อ 0
โดยอ้างว่าเป็นมติที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ เพราะกรรมาธิการมีทั้งหมด 15 คน ดังนั้น ต้องมีองค์ประชุมอย่างน้อย 8 คน
แต่วันที่ลงมติ มีเพียง 7 คนเท่านั้น
ที่หนักกว่านั้น “ศุภชัย” ยังกล่าวหาว่ามีการลงมติแบบ “ลักหลับ” ไม่แจ้งกรรมาธิการฝ่ายรัฐบาล ให้เข้าร่วมประชุม ทั้งที่หากเป็นการประชุมที่ตรงไปตรงมา ก็ควรแจ้งกรรมาธิการทุกคน ให้รับทราบ
พร้อมประกาศว่า จะตรวจสอบบันทึกการประชุม และรายงานชวเลข เพื่อพิจารณายื่นเรื่องจริยธรรมของ “รังสิมันต์ โรม” และกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง
แต่ฝ่าย “รังสิมันต์” ก็โต้กลับทันที
โดยยืนยันว่า ในเวลาลงมติ กรรมาธิการมีอยู่ 14 คน ไม่ใช่ 15 คน เพราะกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกไปแล้วหนึ่งคน
เมื่อมีกรรมาธิการ 14 คน การลงมติที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็ต้องใช้ 7 เสียง
ดังนั้น มติ 7 ต่อ 0 จึงชอบด้วยข้อบังคับ!
นี่คือข้อโต้แย้งของทั้งสองฝ่าย ซึ่งต้องตรวจสอบจากรายชื่อกรรมาธิการ ณ เวลาประชุม บันทึกการประชุม และข้อบังคับที่ใช้จริง
แต่เรื่องนี้ อยากชวนให้มองข้ามเรื่องการนับหัวกรรมาธิการ ไปอีกสักนิด
เพราะมีคำถามที่ใหญ่กว่า คือ... ทำไมเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมีข้อกล่าวหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงผลสอบจำนวนมาก ถึงยังต้องตามหาคนมาชี้แจงกันขนาดนี้ ?
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่กระทบคนจำนวนมาก คนที่ตั้งใจอ่านหนังสือสอบ แข่งขันกันอย่างสุจริต แต่กลับมีข้อสงสัยว่ากระบวนการสอบมีความผิดปกติ หรือไม่
รัฐบาลควรตอบคำถามเหล่านี้ ให้ชัดเจน
และ “อนุทิน” ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เป็นผู้ที่สังคม คาดหวังว่า จะสามารถอธิบายการทำงานของหน่วยงานในกำกับดูแลได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กลับเป็นว่า เมื่อถูกเรียกให้ชี้แจง ก็เกิดข้อโต้เถียงกันตั้งแต่กระบวนการเรียก
นี่ไม่ได้บอกว่านายกรัฐมนตรี ต้องเห็นด้วยกับทุกคำถามของกรรมาธิการ หรอกนะ และกรรมาธิการเอง ก็ต้องทำงานภายใต้ข้อบังคับอย่างเคร่งครัดเช่นกัน
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย การไปชี้แจงเพื่ออธิบายข้อเท็จจริง ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการคลี่คลายข้อสงสัย
เพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีไว้แค่แถลงข่าวหน้ากล้อง มีรัฐมนตรีมายืนประกบซ้ายขวา คอยช่วยเสริมคำอธิบายเท่านั้น
แต่ยังมีหน้าที่ต้องตอบคำถามต่อผู้แทนประชาชนด้วย
ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในระบบราชการ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยตรง ก็ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป
สุดท้ายประชาชนไม่ได้สนใจหรอกว่าใครจะชนะ เกม 7 ต่อ 0 หรือ 8 ต่อ 0
สิ่งที่ประชาชนอยากรู้คือ ใครทำให้การสอบข้าราชการท้องถิ่นเกิดความผิดปกติ ใครต้องรับผิดชอบ และรัฐบาลจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
ส่วนเรื่องนายกฯ จะต้องไปชี้แจงต่อสภา หรือไม่ ก็ต้องเดินตามกระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุด
เพราะการตรวจสอบรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องเสียหน้า แต่เป็นหน้าที่ของระบบรัฐสภา และการชี้แจงต่อประชาชน ก็คือความรับผิดชอบของคนที่ได้รับอำนาจจากประชาชน


