xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน” สั่งสังคายนามูลนิธิทั่วประเทศ รับตกใจเสียใจใช้หาประโยชน์ ลั่นฟันเด็ดขาด แต่ไม่ทราบของ "กัน"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ สั่ง มหาดไทย - ปกครอง สังคายนามูลนิธิทั่วประเทศ เผย ตกใจ - เสียใจ คนตั้งมูลนิธิช่วยเหลือสังคม แต่กลับหาประโยชน์ใส่ตัว ยัน หากพบตั้งบังหน้า เอาผิดเด็ดขาด บอก ไม่ทราบ ปมมูลนิธิ “กัน จอมพลัง”

วันนี้ (6พ.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีมูลนิธิว่า เป็นเรื่องที่ต้องจัดระเบียบ ตนเองฟังแล้วก็เสียใจ ตกใจ คนที่จะกระทำตนให้เป็นประโยชน์ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ช่วยเหลือประเทศแล้ว ก็ไม่ควรที่จะทำอะไรที่เป็นการหาประโยชน์ใส่ตัว ไม่ได้พูดถึงคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น เราต้องดูรูปแบบมูลนิธิที่ต่าง ๆ จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสาธารณะประโยชน์จริงหรือไม่ ซึ่งได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองสังคายนาอย่างใกล้ชิด หากมีรูปแบบใดก็ตาม ที่จัดตั้งขึ้นมาบังหน้า ใช้เงินบริจาค โดยเฉพาะเงินที่เรี่ยไรจากประชาชนทั่วไป และนำเงินบริจาคเหล่านั้นมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวก็ต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด 

เหมือนจะใช้ช่องภัยพิบัติดำเนินการเรื่องนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า มีทุกช่อง คนที่ตั้งมูลนิธิขึ้นมา วัตถุประสงค์เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่งั้นก็ไม่ต้องตั้ง ดังนั้น มูลนิธิก็เหมือนสมาคม จึงต้องมีวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร ส่วนใหญ่ก็ต้องเป็นเรื่องของการทำสาธารณะประโยชน์ หากมันไม่ใช่ ก็ไม่มีเหตุผลต้องมีมูลนิธิ ถ้ายิ่งนำไปหาประโยชน์ส่วนตัว ผิดวัตถุประสงค์ก็ต้องมีการดำเนินคดี ส่วนตัวมั่นใจว่ามันมีระเบียบและมีบทลงโทษอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่ใช้ประโยชน์จากการมีมูลนิธิแล้วไม่ได้ทำตามเจตนารมย์ 

ส่วนมูลนิธิของ “บุ๋ม ปนัดดา” ถูกจับในพรบ.เรี่ยไรเงิน ยังต้องดำเนินการต่อใช้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ซึ่งเท่าที่ทราบคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนกรณีนี้ จนเขามั่นใจว่ามีการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เขาถึงออกหมายจับ เมื่อเช้าตนถามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า เอ๊ะ แบบนี้ถึงขั้นออกหมายจับเลยหรือ ไม่ใช่การออกหมายเรียกมาหรือ ที่ถามเพราะตนเองไม่รู้รายละเอียด จึงได้รับการชี้แจงว่า ถ้ามีการกระทำความผิดเช่นนี้ ซึ่งมีการสำรวจเส้นเงิน สำรวจพฤติกรรมมาในระดับหนึ่งแล้ว โดยกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อเขามั่นใจว่ามีการกระทำส่อไปในทางที่ไม่สุจริต และโทษมีการกำหนดไว้ค่อนข้างรุนแรง ก็เข้าข่ายที่จะใช้การออกหมายจับ ซึ่งตำรวจก็ดำเนินการตามกฎหมาย ตามขั้นตอนทุกอย่าง ส่วนรายละเอียดต้องไปถามผู้ปฏิบัติ

ขณะเดียวกัน “บุ๋ม” อ้างว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตนเองไม่ทราบว่าการเมืองไหนเกี่ยวข้อง แต่ว่าเวลาเราทำผิดกฎหมาย ใดก็ตาม การแก้ต่าง หรือว่าการชี้แจงมันก็ยังมีกระบวนการอยู่ สามารถใช้สิทธิในการชี้แจงข้อกล่าวหาได้อยู่ สิ่งที่รัฐบาลให้คำยืนยันได้ คือ เราจะอำนวยความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้เข้าข่ายกระทำผิด และประชาชนที่เกิดความเสียหายในการบริจาค ด้วยความเข้าใจว่าจะนำไปใช้เจตนารมย์ที่เขามีจิต อันเป็นกุศลอยากจะช่วยเหลือผู้ประสบทุกข์ยากแต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้นเขาก็มีสิทธิ์ ที่จะดำเนินคดี  ยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น ย้ำว่านโยบายรัฐบาลชุดนี่นี้ใครทำผิดข้อหาใดก็ตาม กรรมใดก็ตามเราใช้ระบบ “ปิดชื่อยึดถือพฤติกรรม” มีความชัดเจน สะดวกใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดี ไม่ต้องกังวลว่าจะมีเรื่องของการเมือง คำสั่งที่นอกเหนือกฎหมาย

ทั้งนี้ นายอนุทิน ระบุว่า กำลังมีการตรวจสอบทั้งทางกระทรวงมหาดไทย ส่วนตัวเชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อพบกรณีเช่นนี้ มักจะมีการขยายผล ว่ามันมีการกระทำ ในลักษณะคล้ายคลึงกันกับคดีแบบนี้หรือไม่ 

นอกจากนี้ มีการใบ้มาว่า อินฟลู ก.ไก่  ชอบนอนบนเรือ นายอนุทิน ระบุว่า ไม่รู้จริง ๆ 

ซึ่งมีหลายคนเชื่อมโยงว่า เหตุใด “กัน จอมพลัง”  ที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคกล้าธรรมถึงช้า นายอนุทิน ย้ำว่าไม่รู้จริง ๆ ไม่รู้ว่าหมายถึงใคร ก่อนนายอนุทินจะย้อนถามว่า กัน ชอบนอนบนเรือหรอ ย้ำว่าไม่รู้จริง ๆ ใครที่ทำสาธารณกุศลอย่างชัดเจน มีเจตนาที่ดี พวกเราก็อนุโมทนาสาธุ ยินดีไปกับเขาด้วย ขอให้มีความสุขความเจริญ แต่ถ้าเราเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมแบบไทยๆ ใครที่ไปเอาเงินทำบุญ เงินบริจาค ใช้ไม่ถูกวัตถุประสงค์ก็จะต้องมีอันเป็นไปทั้งกรรมจะกฎแห่งกรรม และกรรมที่เกิดจากการทำกฎหมาย ก็ต้องว่ากันไป ใครที่มาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก ก็ควรที่จะต้องปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง จะไม่มีการแก้ตัว จะหยิบยืมมาใช้ส่วนตัวไม่ได้ แม้ว่าเราจะมีอำนาจในการกำกับดูแลเงิน ลงนามแทน ซึ่งมูลนิธิก็เปรียบเสมือนนิติบุคคล ใครบริจาคเงินมา แล้วช่วงนี้เราช็อต เอาไปผันใช้อย่างอื่นแล้วเอามาคืน แบบนี้ก็ไม่ได้ ในการเป็นมูลนิธิหรือองค์กรสาธารณกุศล