xs
xsm
sm
md
lg

อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายากรมรบที่ 8 และ 12 เตรียมยื่นขอนิรโทษกรรม 6 พ.ย. จี้นายกฯ เร่งแก้ปมที่ทำกิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เตรียมยื่นขอนิรโทษกรรมและล้างมลทินให้อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา กรมรบที่ 8 และ 12 ต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข วันที่ 6 พ.ย.นี้ พร้อมร้องนายกรัฐมนตรีเร่งนำเรื่องเช่าที่ดินเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. หวั่นปัญหาที่ทำกินลุกลามเป็นความขัดแย้งรุนแรง

วันนี้ (5 พ.ย.) สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เปิดเผยว่า อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา กรมรบที่ 8 และ 12 จะยื่นขอนิรโทษกรรมและล้างมลทินต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยมีคณะนายทหารที่รับทราบเรื่องมาตั้งแต่ต้นร่วมลงนามรับรอง

สมาคมฯ ระบุว่า ได้รับมอบหมายจากกองทัพไทย เมื่อครั้ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้เป็นผู้ประสานงานในการปฏิบัติตามสนธิสัญญา 3 ฝ่าย ได้แก่ รัฐบาลมาเลเซีย รัฐบาลไทย และพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ตั้งแต่ปี 2526

ตามข้อมูลของสมาคมฯ รัฐบาลไทยมอบหมายให้กองทัพบกจัดที่ทำกินแก่อดีตสมาชิกกรมรบที่ 8, 10 และ 12 ในพื้นที่ จ.สงขลา ยะลา และนราธิวาส โดยกองทัพบกทำสัญญาเช่าป่าสงวนแห่งชาติจากกรมป่าไม้ มีกำหนด 30 ปี และมอบพื้นที่ให้เป็นที่ทำกิน ต่อมามีการตั้งบ้านเรือนเป็นหมู่บ้านปิยะมิตร 1–5 และหมู่บ้านจุฬาภรณ์ 1–12 ซึ่งสมาคมฯ ระบุว่า ได้รับการพัฒนาจนเป็นชุมชนที่เจริญรุ่งเรืองในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

เมื่อครบกำหนดสัญญา 30 ปี ในปี 2556 สมาคมฯ ระบุว่า กองทัพบกไม่ได้ต่อสัญญาเช่า ทางราชการจึงเรียกคืนที่ดินดังกล่าว กระทั่งปี 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายทวงคืนผืนป่าอย่างเด็ดขาด จึงมีการดำเนินคดีฐานบุกรุกและเตรียมส่งกำลังเข้ารื้อถอนสิ่งก่อสร้างและบ้านเรือน

สมาคมฯ อ้างว่า การเข้ารื้อถอนยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเกิดเหตุปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ชาวบ้านไม่กล้าออกนอกพื้นที่เพราะกลัวถูกจับกุม และความขัดแย้งยกระดับถึงขั้นมีการเตรียมติดอาวุธต่อสู้อีกครั้ง แต่ พล.อ.ชวลิตได้ห้ามปรามไว้ก่อนป่วยหนัก พร้อมสั่งให้สมาคมฯ ขอความช่วยเหลือจากกระทรวงกลาโหม

สมาคมฯ ระบุอีกว่า พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเคยเป็นนายทหารใกล้ชิด พล.อ.ชวลิต ได้จัดประชุมทุกฝ่ายและมีบัญชาให้กองทัพบกทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมป่าไม้ใหม่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสัญญาเดิมสิ้นสุดลงแล้ว การทำสัญญาเช่าใหม่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหมจึงเสนอเรื่องเพื่อขออนุมัติ แต่สมาคมฯ ระบุว่า เรื่องยังไม่มีความคืบหน้าจนถึงขณะนี้

ด้วยเหตุนี้ สมาคมฯ จึงเตรียมยื่นขอนิรโทษกรรมและล้างมลทินตามกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข พร้อมร้องขอต่อนายกรัฐมนตรีให้เร่งรัดนำเรื่องที่กระทรวงกลาโหมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่สมาคมฯ กังวลว่าอาจลุกลามเป็นสงครามกลางเมืองอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน สมาคมฯ ได้ประสานกองทัพภาคที่ 4 ขอให้ช่วยประสานฝ่ายตำรวจชะลอการจับกุม และประสานหน่วยงานราชการชะลอการรื้อถอนอาคารบ้านเรือนไว้ก่อน

“บ้านเมืองเรามันเป็นอย่างนี้แหละ เรื่องดีๆ ก็จะจุดชนวนให้เป็นสงครามกลางเมือง ลองคิดสักหน่อยเถิดว่าถ้าขับไล่ รื้อถอนบ้านเมืองที่เขาพัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองออกไปแล้ว ผลที่สุดกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบภาคใต้ก็จะเข้าไปยึดพื้นที่แทนและแยกดินแดนต่อไป ใครจะเสียหายกันแน่” สมาคมฯ ระบุ พร้อมหวังว่าผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะเห็นแก่ประโยชน์ของบ้านเมือง และร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันความขัดแย้งครั้งใหม่

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารบก และนายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ได้ร่วมลงนามรับรองการขอนิรโทษกรรม ณ อาคารธรรมนิติ ถนนประชาชื่น 20